เด็กนักเรียน ม.5 ถามนักวิจัย “เรียนวิทยาศาสตร์แล้วจะมีอนาคตอย่างไร?”

เด็กนักเรียน ม.5 ถามนักวิจัย “เรียนวิทยาศาสตร์แล้วจะมีอนาคตอย่างไร?”

          บทสนทนาต่อไปนี้เป็นคำถามที่เกิดขึ้นจริงของเด็กนักเรียน ชั้น ม.5 ที่ได้โทรศัพท์ขอคำปรึกษาจาก ดร.สุกัญญา ยงเกียรติตระกูล นักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ซึ่งได้สะท้อนมุมมองและแง่คิดที่น่าสนใจทั้งในมุมความสงสัยใคร่รู้ของเด็ก และคำตอบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยข้อมูลที่เป็นประสบการณ์จากนักวิจัยอาชีพที่ทำงาน และคลุกคลีอยู่ในวงการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยมายาวนาน สามารถติดเรื่องราวการการสนทนาที่ถ่ายทอดโดย ดร.สุกัญญา ยงเกียรติตระกูล ได้จากด้านล่างนี้

          เด็กนักเรียนชั้น ม. 5 โทรมาขอปรึกษาเรื่องการเรียนวิทยาศาสตร์และอนาคตในประเทศไทย ซึ่งได้ใช้เวลาช่วงบ่ายนี้สองชั่วโมงกับอีกสิบนาที ถ้าไม่ตัดบทคงไม่ได้หยุดแน่นอน

          คนถามเริ่มต้นถามว่า “เขาจะมีอนาคตอย่างไรถ้าเรียนสายวิทยาศาสตร์” เราถามกลับว่า “เขาอยากมีไลฟ์สไตล์แบบใดในอนาคตข้างหน้า ถ้าตอบได้แล้ว จึงค่อยมาดูว่าเราจะเอาวิทยาศาสตร์มาพาตัวเราไปสู่ไลฟ์สไตล์นั้นๆ ได้หรือไม่และได้อย่างไร”

🧒 คนถาม: งานวิจัยมีข้อผิดพลาดและล้มเหลวไหม?
👩‍🔬 คนตอบ: มีเยอะมาก เช่นเดียวกับทุกงานที่มีทั้งความสำเร็จและล้มเหลว

🧒 คนถาม: ทำไมเห็นว่า มีแต่งานวิจัยที่ทำสำเร็จทุกงาน
👩‍🔬 คนตอบ: นั่นก็เพราะทุกคนก็ย่อมอยากจะเผยแพร่แต่สิ่งที่เขาทำสำเร็จ เพราะสังคมต้องการเห็นความสำเร็จ และเราก็ยังไม่มีการยอมรับการเผยแพร่สิ่งที่ล้มเหลว ….. หากสังคมยอมรับว่า “ความล้มเหลว” คือ เรื่องธรรมดาในวงการวิจัยหรือทุกสายอาชีพ สังคมก็จะยอมรับและมีกลไกให้มีการเผยแพร่สิ่งที่ล้มเหลวและข้อผิดพลาดกันได้ เมื่อนั้นเราก็คงจะได้เห็นการตีพิมพ์ความล้มเหลวกันได้บ้าง และเผลอๆ มันอาจจะมากกว่า ผลงานที่ทำสำเร็จ

🧒 คนถาม: หนูก็นึกว่าไม่มี
👩‍🔬 คนตอบ: มีตลอดเวลา แต่ความล้มเหลวในวงการวิทยาศาสตร์มันมีความพิเศษ และสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ดีที่มีจรรยาบรรณ ข้อผิดพลาดใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น เขาจะยอมรับมันได้ง่ายและไม่คิดจะปกปิดมัน เพราะข้อผิดพลาดก็คือ Fact เช่นกัน และเราจะเปิดเผยเพื่อไม่ให้คนอื่นต้องล้มเหลวในเรื่องเดิม

🧒 คนถาม: อนาคตของนักวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?
👩‍🔬 คนตอบ: กว่าหนูจะเรียนจบ เราจะไม่ตั้งคำถามแบบนี้ แต่เราจะต้องถามว่า นักวิทยาศาสตร์ไทยจะมีอนาคตอย่างไรในเวทีโลก เราคงไม่อาจจะมองแค่ประเทศไทยแล้ว เพราะวิทยาศาสตร์อยู่เหนือขอบเขตของความเป็นชาติ วิทยาศาสตร์มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น จึงอยากให้ถามตัวเองว่า เราต้องการเป็นนักวิทยาศาสตร์จริงๆ ใช่ไหม ถ้าใช่แล้ว ก็อย่ามองแต่ประเทศไทย โลกในวันข้างหน้ากว้างกว่านี้มาก ถ้าเราชัดแล้ว ก็ตั้งใจและมุ่งมั่น

🧒 คนถาม: หนูไม่เคยรู้เลยว่าการเรียนวิทยาศาสตร์มันจะเปิดกว้างได้มากขนาดนี้
👩‍🔬 คนตอบ: นั่นเป็นเพราะในสังคมบ้านเรา ยังไม่มีกระบวนการสื่อสารให้เด็กๆ เห็นถึงอนาคตของนักวิทยาศาสตร์ได้มากนัก เด็กๆ ได้เห็นแต่รายการประกวดร้องเพลง และเห็นถึงความเป็น YouTuber และการท่องเที่ยว นั่นคือภาพอาชีพที่เด็กๆ จะได้เห็นผ่านสื่อหลักมากกว่า จะมีเด็กกี่คนที่ได้มาสัมภาษณ์ พูดคุยกับคนที่มีอาชีพเป็นนักวิทยาศาสตร์

🧒 คนถาม: ไม่มีเลยค่ะ
👩‍🔬 คนตอบ: ใช่ ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่หนูจะได้รับรู้ว่า หนูแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอาชีพนี้ แต่ตอนนี้ได้รู้ขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงแม้จะยังน้อยอยู่ แต่หนูได้เริ่มต้นแล้วนะ และถ้าตั้งใจจริง ก็จะได้รู้มากขึ้นเรื่อยๆ

          ยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่สนใจวิชาวิทยาศาสตร์ แต่มองไม่เห็นอนาคตว่า เขาจะทำอะไรได้บ้าง

          มันอาจจะมีแนะแนว มีค่าย มีกิจกรรมวิทยาศาสตร์มากมาย แต่มันยังไม่พอ กลไกในการที่จะทำให้เด็กได้รับรู้ว่าวิทยาศาสตร์มันคืออะไรในชีวิตความเป็นจริง มันยังน้อยเกินไป การเจาะกลุ่มเพียงแค่เด็กเรียนเก่งเรียนดีนั้นไม่น่าจะพอ เพราะในความเป็นจริง ยังมีเด็กที่เก่งและมี Passion อีกมากที่ไม่ได้รู้ว่ามีโอกาสการเข้าถึงข้อมูลทางสายอาชีพวิทยาศาสตร์อย่างไรบ้าง และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเดินออกจากสายอาชีพนี้ไป

          การรอให้เด็กปริญญาตรีมาเรียนสายวิทยาศาสตร์แล้วค้นพบว่ามันไม่ใช่ทางของเขา มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก

          ก็คงต้องช่วยกันคิดใหม่ว่า จะต้องทำอย่างไรให้เด็กที่สนใจ (เอาแค่เริ่มสนใจก็ได้) ได้เกิดความสนใจใคร่รู้ในสายอาชีพนี้และอยากจะทุ่มเทเวลาที่จะเรียนรู้กับมัน หรือยอมเอาเวลาเล่นเกมมาคุยกับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ไม่เคยพบกันมาก่อน ….. อย่างน้อยก็ได้ก้าวมาชิมลางจากประสบการณ์จริงของนักวิทยาศาสตร์ไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยแห่งนี้ได้บ้าง !!!!!


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Facebook ดร.สุกัญญา ยงเกียรติตระกูล