คอลัมน์ประจำ สาระวิทย์ในศิลป์

My Beginner’s Guide to Physics Grad School : คู่มือเริ่มต้นสู่บัณฑิตวิทยาลัยสายฟิสิกส์ของฉัน ตอนที่ 6

เรื่องและภาพโดย ไอซี วริศา ใจดี


นอกเหนือจากเวลาในห้องเรียนและห้องแล็บ ฉันใช้เวลาไปกับการเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยเพื่อน ๆ จากหลากหลายคณะซึ่งใคร ๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้ ถือเป็นสถานที่ที่แสดงออกร่วมกันของเด็ก ๆ ในมหาวิทยาลัยเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แถมยังแก้เหงาได้ดีอีกด้วย อย่างเช่น ชมรมเต้นที่ฉันได้เรียนและฝึกซ้อมการแสดงบนเวทีกับเพื่อน ๆ ส่วนชมรมเชิงวัฒนธรรมอย่าง SEASA (SouthEast Asian Student Association) พวกเราที่เป็นตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะร่วมกันจัดกิจกรรมออกร้านนำเสนอศิลปะวัฒนธรรมประจำชาติให้เพื่อนในซีกโลกตะวันตกได้เรียนรู้สนุกสนานไปด้วยกัน


กิจกรรมงานประดิษฐ์เพื่อนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของประเทศไทยและเพื่อนบ้านของเราในชมรม SEASA (ฉันวาดภาพหมูเด้งซึ่งช่วงนั้นเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มเพื่อน ๆ )

นอกจากนี้ยังมีชมรมที่เกิดขึ้นจากความสนใจร่วมกันในหัวข้อวิชาการอย่าง A.S.T.R.O. Club (Astro Students Toward Recreational Observing) ซึ่งมีจุดประสงค์หลักให้ทุกคนได้เรียนรู้และสนุกกับการดูดาว การพูดคุยกันเรื่องอวกาศแบบสบาย ๆ เพียงแค่เข้าร่วมก็จะได้ผ่านกระบวนการฝึกเพื่อสอบให้ได้ license หรือใบอนุญาตให้ใช้กล้อง คนที่ผ่านแล้วจะใช้กล้องเมื่อไหร่ก็ได้และสมัครงานเป็นผู้ช่วยยามวิกาล (night assistant) เพื่อช่วยคุมแล็บวิชาดาราศาสตร์อีกด้วย และที่สำคัญใบอนุญาตนี้มาในรูปของเสื้อฮูดดีเรืองแสงในที่มืด กว่าจะได้มาก็จะมีการอ่านประวัติของกล้อง การสอบวิธีใช้กล้องอย่างปลอดภัย สอบท่องจำตำแหน่งหมู่ดาวบนฟ้า และต้องหาวัตถุในอวกาศผ่านกล้องให้เจอครบ 12 ชนิดเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นเราก็จะได้เป็น Night Owl หรือนกฮูกราตรีแห่งเวลส์ลีย์เต็มตัว ใส่เสื้อตัวนี้เดินไปมาในแคมปัสก็จะมีแต่คนมอง เท่สุด ๆ เลย


เสื้อฮูดดี Night Owl ที่ฉันได้รับมาหลังจากผ่านการได้รับใบอนุญาตใช้กล้อง

เมื่อเข้าสู่ชมรม A.S.T.R.O. ฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับรุ่นพี่เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นในการดำเนินงานของชมรมอย่างสม่ำเสมอ มีกิจกรรมหนึ่งที่ทางชมรมส่งเข้าร่วมแข่งขันอย่างจริงจังทุกปี และเป็นกิจกรรมไฮไลต์ของชมรมดาราศาสตร์ในยุคนั้น นั่นก็คือการคว้าแชมป์ลิปซิงก์ (lip sync battle) ซึ่งมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเป็นประจำทุกภาคเรียน นักเรียนทุกคนมีสิทธิ์สมัครเข้าร่วมแข่งขันโดยไม่จำกัดอายุหรือภาควิชา ชมรม A.S.T.R.O. เนี่ยติดโผอันดับ 1 ถึง 3 ตลอดไม่เคยตกรอบ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ถ่ายทอดส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่นเลยทีเดียว ช่วงนั้นตรงกับยุคโควิดที่ต้องใส่หน้ากากกันเชื้อโรคกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการแข่งลิปซิงก์แบบไม่เห็นปากครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เคยแข่งมา จึงต้องมาดวลกันที่ฝีเท้าแทน

ในฐานะที่ตัวฉันเข้าชมรมตั้งแต่ปีหนึ่ง ท่ามกลางรุ่นพี่ที่เป็นประธานชมรม พอพี่ ๆ เห็นว่าชอบวาดรูป เลยดึงตัวไปช่วยทำพรอป รวมไปถึงทำอุปกรณ์ตกแต่งฉาก อย่างพวกจรวดและดาวต่าง ๆ ไป ๆ มา ๆ ก็โดนจับใส่ชุดนักบินอวกาศและวิกผมไอน์สไตน์ กลายเป็นเมนแดนเซอร์กลางเวทีใหญ่แบบเขิน ๆ พวกเราช่วยกันออกแบบการแสดงโดยแต่งเป็นเรื่องราวเล่าประวัติศาสตร์ตามการแข่งขันนวัตกรรมอวกาศระหว่างโซเวียตกับสหรัฐอเมริกา เริ่มด้วยเพลงเนิบ ๆ อย่าง William Tell Overture แล้วตัดไปแดนซ์กระจายกับเพลง Starship ของนิกกี มินาจ (Nicki Minaj) แบบงง ๆ แต่ก็สนุกดี ซ้อมกันอยู่ประมาณเกือบสามสัปดาห์ และแล้วพวกเราก็คว้ารางวัลที่สองมาได้ ! นับเป็นเวทีแรกที่ฉันได้แสดงการสื่อสารวิทยาศาสตร์ในอีกรูปแบบที่แตกต่างไปจากที่คุ้นเคยแบบไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้เข้าร่วม


กิจกรรม lip sync battle และการแสดงร่วมกับเพื่อน ๆ ในชมรม A.S.T.R.O. ติดตามพวกเราได้ที่ https://www.instagram.com/astro_wellesley/

ชมรม A.S.T.R.O. ของเรายังมีกิจกรรม “Public Night” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในคืนวันศุกร์ เปิดโอกาสให้ทั้งเด็กนักเรียน อาจารย์ รวมไปถึงบุคคลภายนอกได้เข้ามาเยี่ยมชมหอดูดาวและร่วมทำกิจกรรมทางดาราศาสตร์หลากหลายรูปแบบภายในมหาวิทยาลัย ฉันในฐานะสมาชิกชมรม ได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ หน้าที่รับผิดชอบคือ ต้องออกแบบกิจกรรมที่น่าสนใจ และสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชม ตามธีมของแต่ละเดือน ตัวอย่างกิจกรรมในช่วงที่ฉันรับหน้านี้ เช่น การจำลองหลักการของหลุมดำด้วยผ้ายางและลูกบอล กิจกรรมทำกำไลลูกปัดตามวงจรชีวิตของดาวฤกษ์ ฐานระบายสีเพื่อสร้างดาวเคราะห์นอกระบบตามจินตนาการ การนำหินอุกกาบาตออกมาโชว์ นอกเหนือจากการออกแบบกิจกรรมก็ต้องเตรียมกำลังพลตามที่วางแผนไว้ รวมไปถึงการจัดสรรหน้าที่ให้กับเพื่อน ๆ ที่ลงชื่อเข้ามาช่วยงานในแต่ละฐานกิจกรรม เนื่องด้วยผู้ดูงานมีความหลากหลายวัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัวที่อยู่ในเมืองเวลส์ลีย์ ฉันได้ฝึกฝนการพูดบรรยาย นำทัวร์และสอนความรู้ด้านดาราศาสตร์สู่สาธารณชน ผ่านการคิดออกแบบกิจกรรมที่ช่วยให้ทุกคนได้เล่นและเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะในหัวข้อที่มีความเป็นนามธรรมสูง อย่างหลุมดำ หรือสสารมืด การใช้อุปกรณ์ ภาพวาด และแบบจำลอง จึงจำเป็นอย่างมากในการใช้เพื่อช่วยดึงดูดให้ฟิสิกส์ดาราศาสตร์น่าสนใจ อีกทั้งใช้ช่วยอธิบายให้เรื่องยาก ๆ เข้าใจได้โดยง่ายในเด็กระดับประถมศึกษาไปจนถึงคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย ให้ทั้งความสนุกและความรู้ไปในคราวเดียวกัน


กิจกรรมใน Public Night ที่เราได้สร้างแทรมโพลีนขึ้นมาจำลองการทำงานของหลุมดำบนผืนผ้าปริภูมิ-เวลา กิจกรรมร้อยลูกปัดวงจรชีวิตดาว กิจกรรมสเปกโทรกราฟีที่สอนการใช้สเปกตรัมของแสงเผื่อจัดจำแนกประเภทดาว โดยแต่ละเดือนจะมีธีมกิจกรรมแตกต่างกันออกไป เป็นหน้าที่ของฉันในฐานะผู้บริการจัดการกิจกรรมที่ต้องมานั่งคิดกิจกรรมให้เหมาะสม

อีกผลงานที่ฉันภาคภูมิใจก็คือได้รับหน้าที่หลักวาดรูปโบรชัวร์และแผ่นระบายสีเอาไว้แจกผู้เข้าเยี่ยมชม รวมไปถึงการออกแบบสินค้าของชมรมเพื่อจำหน่ายและระดมทุนมาสนับสนุนชมรมอย่างสติกเกอร์และเสื้อประจำชมรม ฯลฯ ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการได้ช่วยงานชมรมนี้ที่เริ่มจากการชอบมานอนดูดาวและนั่งวาดภาพเล่นจะนำไปสู่การได้ออกแบบและผลิตผลงานออกมาเป็นของที่ขายได้จริง ๆ ฉันรู้สึกขอบคุณเพื่อน ๆ ในชมรมที่ให้โอกาสได้แสดงออกผ่านงานศิลปะ และเชื่อมั่นในตัวฉันถึงขั้นนำเงินชมรมมาเป็นต้นทุนในการผลิตไปก่อน จนในที่สุดเราก็ขายได้กำไรเพียงพอที่จะนำทุนนั้นมาช่วยสนับสนุนกิจกรรมของชมรมในรุ่นต่อ ๆ ไปอีกนาน เย้ !


โบรชัวร์และแผ่นระบายสีที่เอาไว้แจกผู้เข้าเยี่ยมชมในแต่ละครั้ง และเสื้อชมรมสกรีนลายที่ฉันออกแบบ

หากคืนไหนที่ฟ้าใส ผู้คนในชุมชนจะมาเข้าร่วมกันเยอะมาก เพื่อมาดูดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์เก่าแก่ร้อยกว่าปีของเราซึ่งมีอยู่สองตัวด้วยกัน ฉันกับเพื่อน ๆ จะเปิดกล้องโทรทรรศน์ส่องไปยังวัตถุท้องฟ้าน่าสนใจให้ผู้ชมได้สังเกตดูอย่างใกล้ชิด ช่วงเวลาที่ฉันได้รับหน้าที่คุมกล้องก็จะสแตนด์บายอยู่บนบันไดสูงพร้อมอุปกรณ์กันหนาวครบครันเตรียมรับมือลมหนาวในยามค่ำคืน


กิจกรรมหอดูดาวในคืน Public Night ขอบคุณภาพจาก Jonathan Kemp ผู้ดูแลหอดูดาว

พอถึงเวลาที่ผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามาผลัดกันส่องดูวัตถุบนท้องฟ้า ฉันจะมีหน้าที่คอยตรวจดูว่าวัตถุนั้น ๆ ยังคงอยู่ในระยะสังเกตของกล้องอยู่ไหม เพราะโลกของเราหมุนรอบตัวเองในอัตรา 1 รอบต่อ 24 ชั่วโมง นั่นแปลว่าวัตถุต่าง ๆ บนท้องฟ้าก็ย่อมเคลื่อนไปด้วยอัตราเดียวกันในทิศตรงข้าม ดังนั้นคนที่ต่อแถวมารออยู่หลัง ๆ ก็จะไม่ได้เห็นในมุมที่สวยงามพอดีเหมือนตอนจัดกล้องช่วงแรก ๆ เพราะวัตถุนั้นได้บ๊ายบายเคลื่อนย้ายตำแหน่งไปเสียแล้ว ฉันเลยต้องค่อยปรับขยับกล้องให้ตรงเป้าหมายอยู่เสมอ ค่อย ๆ ตามวัตถุที่เราสนใจไปเรื่อย ๆ เราอาจคิดว่ามันไม่ได้เคลื่อนที่เร็วขนาดนั้นหรอกน่า แต่พอได้มาประจำการอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว ทุกคนเซอร์ไพรส์มากเลยละว่าตำแหน่งของดาวบนท้องฟ้าจากตอนเริ่มเปิดกล้องกับตอนสิ้นสุดกิจกรรมในแต่ละคืนนั้นเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน


กลุ่มอาสาสมัครที่มาร่วมกันช่วยจัด Public Night

ในท้ายที่สุดนี้ขอสวัสดีปีใหม่เพื่อน ๆ ผู้อ่านสาระวิทย์ทุกท่าน ขอให้มีความสุขกับการอ่านตลอดไปนะคะ

About Author