คอลัมน์ประจำ สถานี AGRITEC

สานต่อภูมิปัญญาผ้าทอไทยด้วยความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

เรื่องโดย ปิยพร เศรษฐศิริไพบูลย์
สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.)


“ผ้าไหมคือชีวิตของยาย ยายจะทอจนไม่มีแรง เพราะนี่คือสิ่งที่ยายรักที่สุด” คำบอกเล่าจาก น้อย ผ่อนผาแดง หรือ ยายน้อย หญิงชราวัยย่าง 80 ปี สมาชิกรุ่นบุกเบิกของกลุ่มทอผ้าไหมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม สะท้อนถึงความผูกพันที่มีต่อผ้าไหม งานหัตถศิลป์ที่เธอคลุกคลีมาแต่เยาว์วัย จนเป็นกำลังสำคัญของชุมชนที่สืบสานภูมิปัญญาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมพื้นบ้านจนถึงปัจจุบัน

ช่วงปีที่ผ่านมา ยายน้อยและสมาชิกกลุ่มฯ เป็นอีกหนึ่งชุมชนทอผ้าที่ได้ร่วมเรียนรู้การออกแบบลายอัตลักษณ์ผ้าไหมของชุมชนบ้านดอนหลี่ นอกเหนือไปจากการใช้เทคโนโลยีเอนไซม์ และการย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่ นำไปถ่ายทอดสู่ชุมชนทอผ้าหลายแห่งในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตผ้าไหม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และสืบสานภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ของไทยให้คงอยู่อย่างมีคุณค่าด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ลายผ้าอัตลักษณ์ เล่าเรื่องราวชุมชน สร้างจุดขายผ้าทอพื้นเมือง

นอกจากสีสันของผืนผ้าทอที่ดึงดูดผู้นิยมผ้าไทย ลวดลายบนผืนผ้ามีผลต่อการตัดสินใจจับจองไม่น้อย ลวดลายบนผ้าไม่เพียงบ่งบอกฝีมือและเทคนิคของช่างทอ หากยังแฝงด้วยเรื่องราวของชุมชนและเป็นสิ่งสำคัญของงานผ้าทอพื้นเมืองในปัจจุบัน ดังที่ ผศ. ดร.กิตติ์ธนัตถ์ ญาณพิสิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบลายผ้าอัตลักษณ์จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอพื้นเมืองแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ให้มุมมองว่า การมีลายผ้าอัตลักษณ์ของชุมชนช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดให้ชุมชนได้


ผศ. ดร.กิตติ์ธนัตถ์ ญาณพิสิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบลายผ้าอัตลักษณ์จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอพื้นเมืองแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

“ลายผ้าเดิมของชุมชนเป็นมรดกที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ถ้าชุมชนนี้ทำ ชุมชนอื่นก็ทำได้ เป็นลายเดิมซ้ำ ๆ แล้วขายแข่งกันเอง แต่ถ้านำสิ่งที่โดดเด่นของชุมชนมาสร้างเป็นลายอัตลักษณ์ เล่าเรื่องราวของชุมชน เวลาแม่ ๆ นำเสนอลูกค้าจะมีเรื่องเล่า ผ้าชิ้นนั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น ลูกค้าเดิมก็มีทางเลือกลายผ้าใหม่ ๆ”

การออกแบบลายผ้าอัตลักษณ์ ผศ. ดร.กิตติ์ธนัตถ์ จะใช้โครงสร้างลายผ้าเดิมของชุมชนเป็นหลักแล้วประยุกต์เข้ากับลายใหม่ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากชาวบ้านร่วมกันระดมสมองแลกเปลี่ยนข้อมูลมรดกของชุมชนในด้านต่าง ๆ เช่น อาหาร วัฒนธรรม ประเพณี ดนตรี สถานที่สำคัญ ลวดลายอัตลักษณ์ที่ ผศ. ดร.กิตติ์ธนัตถ์ ออกแบบให้นี้ยังขึ้นอยู่กับศักยภาพการทอผ้าของชุมชนด้วย

“มะลิร้อยรัก” คือชื่อลายผ้าอัตลักษณ์ของกลุ่มทอผ้าไหมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาชิกกลุ่มฯ โดยได้แรงบันดาลใจจากเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2547

“ลายมะลิร้อยรักเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์พิเศษ หลังจากสมาชิกร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อนำมาออกแบบลายผ้าอัตลักษณ์ โดยกลุ่มมีลายมะลิเดิมอยู่แล้ว แต่โครงสร้างไม่ลงตัว ทำให้ดูไม่เป็นมะลิ จึงนำมาปรับให้เป็นโครงสร้างที่ง่ายขึ้น เป็นลวดลายมะลิที่ชัดขึ้น มัดง่ายขึ้น เร็วขึ้น จำนวนลำหมี่น้อยลงเหมาะกับทักษะของแม่ ๆ”

ลายผ้า “มะลิร้อยรัก” ใช้เทคนิคมัดหมี่ (ikat technique) เป็นภูมิปัญญาการสร้างลวดลายบนผ้าไหมที่สืบทอดมาอย่างยาวนานของชาวอีสาน อาศัยหลักการ “มัดก่อนย้อม” เพื่อควบคุมตำแหน่งของสีให้เกิดเป็นลวดลายตามที่ต้องการบนเส้นไหม ก่อนนำไปทอเป็นผืนผ้า กระบวนการนี้ต้องใช้ความประณีตและความแม่นยำ “มะลิร้อยรัก” จึงเป็นสัญลักษณ์แทนความรัก ความผูกพัน และความสำนึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่เปี่ยมด้วยความหมายและคุณค่าทางจิตใจของชุมชน

เทคโนโลยีเอนไซม์ เพิ่มประสิทธิภาพเส้นใย ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม

แต่ก่อนลอกกาวไหมก็ใช้เคมี ต้องแช่เป็นชั่วโมง แล้วเปลี่ยนมาเป็นสบู่ พอมาเจอเอนไซม์ของ สวทช. ก็ยิ่งดี แช่ไหม 30 นาที ประหยัดเวลา ไม่เป็นอันตราย ลอกกาวออกง่ายด้วย แช่แล้วไปต้มกับน้ำสบู่ให้ได้กลิ่นหอม เส้นไหมที่ได้ก็สวย นิ่ม ไม่มีคราบสกปรกติด ย้อมเข้าข้อง่ายลำไพร ยางสุข ประธานกลุ่มอาชีพทอผ้าไหมบ้านม่วงสวรรค์ ตำบลไพรขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เล่าถึงประสบการณ์การใช้เอนไซม์ทำความสะอาดเส้นไหม


ลำไพร ยางสุข ประธานกลุ่มอาชีพทอผ้าไหมบ้านม่วงสวรรค์ ตำบลไพรขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์

การใช้เอนไซม์สำหรับงานสิ่งทอ เป็นเทคโนโลยีที่ สท. ได้ร่วมกับทีมวิจัยเทคโนโลยีเอนไซม์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. นำไปถ่ายทอดให้ชุมชน ซึ่งทีมวิจัยไบโอเทคได้พัฒนาเทคโนโลยีเอนไซม์เอนอีซ (ENZease) และเอนไซม์ซิลค์โปร (SilkPro) ที่ยกระดับกระบวนการผลิตเส้นใยฝ้ายและเส้นใยไหม มีขั้นตอนการใช้งานที่ง่าย ประหยัดเวลา ลดการใช้สารเคมี ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม การใช้เอนไซม์ยังทำให้เส้นใยที่ได้แข็งแรง มีคุณภาพ และติดสีดีเมื่อนำไปย้อม โดยเอนไซม์เอนอีซ (ENZease) ลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกบนเส้นใยฝ้ายและผ้าฝ้ายในขั้นตอนเดียว ทดแทนการใช้สารเคมีได้

100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เอนไซม์ซิลค์โปร (SilkPro) ลอกกาวไหมได้ง่าย ทำความสะอาดเส้นไหมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาฟอกด้วยสารเคมีได้ 4 เท่า ลดการใช้สารเคมีได้ 50 เปอร์เซ็นต์

ย้อมสีธรรมชาติด้วยความรู้ เพิ่มมูลค่าผ้าทอ


สุภา อิ่มบุตร ประธานกลุ่มทอผ้าแม่สุภาผ้าไทย ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

“แต่ก่อนเราจะย้อมครั่ง ก็ย้อมเลย ไม่เคยรู้การใช้มอร์แดนต์และการฟิกซ์ (fix) สีมาก่อน รู้แค่ว่าถ้าอยากได้สีเข้มให้ใส่น้ำด่าง ย้อมครั่งแต่ละช่วงเวลาให้สีต่างกัน แต่พอได้มาอบรม ทำให้เราย้อมไหมครั้งเดียวแต่ได้หลายสี อย่างย้อมไหม 6 ปอย เราแบ่งไหม 2 ปอยไปฟิกซ์สีกับน้ำปูนใส อีก 2 ปอยฟิกซ์สีกับสารส้ม ที่เหลือฟิกซ์สีกับสนิม แล้วยังได้เทคนิคทอไล่เฉดสี เพิ่มลูกเล่นลวดลายผ้าจากการขิด การจก เป็นความรู้ใหม่ที่ช่วยพัฒนางานผ้าของเราได้มาก” สุภา อิ่มบุตร ประธานกลุ่มทอผ้าแม่สุภาผ้าไทย ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เล่าถึงองค์ความรู้การใช้มอร์แดนต์ (mordant) สารช่วยสีติดจากธรรมชาติที่ช่วยให้เส้นใยติดสีได้ดีขึ้น

การย้อมเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติจากพืชในท้องถิ่นเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ทั้งวิธีการสกัดสี การเลือกใช้มอร์แดนต์ ขั้นตอนการย้อมที่กินเวลากว่าจะได้เส้นไหมที่พร้อมนำไปถักทอเป็นผืนผ้า นั่นจึงทำให้ผ้าทอจากสีธรรมชาติมีราคาจำหน่ายสูง ดังที่ลำไพรบอกว่า “ราคาสูงเพราะใช้เวลา แต่ทำไม่ยาก เพราะเราเข้าใจวิธีทำแล้ว ย้อมสีธรรมชาติก็สวยแบบธรรมชาติ เวลาดูแล้วลื่นหัวใจลื่นสายตา ม่วนตาม่วนใจ งามแบบธรรมชาติ เคมีก็สวยแบบเคมี 

งานผ้าทอเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชุมชนไทยมาช้านาน เป็นภูมิปัญญาของงานหัตถศิลป์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นด้วยใจที่รักและผูกพัน เมื่อเพิ่มพูนทักษะและความรู้ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ ช่วยให้ช่างทอท้องถิ่นสามารถสร้างสรรค์งานผ้าทอที่ได้คุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ชิ้นงานและเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่เพียงสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ชุมชน แต่ยังสานต่อและต่อยอดมรดกวัฒนธรรมนี้ให้เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยตราบนานเท่านาน



สแกนคิวอาร์โคดเพื่ออ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ ภูมิปัญญาผสานนวัตกรรม ยกระดับ “ผ้าทอพื้นเมืองทุ่งกุลา”

About Author