เรื่องโดย
Mr. Ton Huu Duc Nguyen, Dr. Trifan Budi, Mr. Tavun Pongsanarm, ดร.สหภพ ดอกแก้ว, ดร.วรพงศ์ สิงห์ชาติ, ดร.ฐิติพงศ์ พันทุม, ผศ. ดร.อิงอร ไชยเยศ, รศ. ดร.ณรงค์ฤทธิ์ เมืองใหม่, รศ. ดร.ประทีป ด้วงแค, ศ. ดร.ครศร ศรีกุลนาถ
ปลากัดป่ามหาชัย (Betta mahachaiensis) เป็นปลากัดไทยแท้ที่พบได้เฉพาะในพื้นที่น้ำกร่อยของกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะในป่าจากและคลองธรรมชาติรอบเขตตำบลมหาชัยซึ่งเป็นที่มาของชื่อปลาชนิดนี้ รวมถึงสมญา “นักสู้แห่งป่าจาก”
ปลากัดชนิดนี้ดำรงชีวิตอยู่ในน้ำที่มีทั้งความเค็มและความจืดผสมกันได้ดี ถือเป็นคุณลักษณะเฉพาะที่ไม่พบในปลากัดชนิดอื่นในโลก แต่แม้จะแข็งแรงและปรับตัวเก่งเพียงใด ปลากัดป่ามหาชัยกลับต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมรอบตัว แหล่งน้ำกร่อยที่เคยเป็นบ้านเริ่มเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้ปลากัดป่ามหาชัยในแต่ละพื้นที่ค่อย ๆ ถูกตัดขาดจากกันจนเกิดความโดดเดี่ยวทางพันธุกรรม และมีแนวโน้มลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง จากสิ่งมีชีวิตที่เคยชี้ให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน้ำกร่อย กลับกลายเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของสิ่งแวดล้อมในเขตเมืองรอบอ่าวไทยตอนบนในปัจจุบัน

ปลากัดป่ามหาชัยและแหล่งที่อยู่
ที่มาภาพ : Kowasupat et al. (2012)

หวอด หรือ รังฟอง ที่ปลากัดพ่นขึ้นมาบนผิวน้ำสำหรับเก็บไข่และใช้เลี้ยงลูกอ่อน
ปลากัดป่ามหาชัย
ปลากัดป่ามหาชัยมีลำตัวสีน้ำตาลเข้มแซมประกายสีเขียวฟ้า มันวาวสวยงาม และสามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่มีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มผสมกัน ถือเป็นปลากัดชนิดเดียวในโลกที่อยู่ได้ในระบบนิเวศน้ำกร่อย
ปลากัดป่ามหาชัยเป็นปลากัดชนิดก่อหวอด มันจะเป่าฟองอากาศขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อสร้าง “รังฟอง” หรือ “หวอด” ใช้เลี้ยงลูกอ่อนและปกป้องไข่ในฤดูผสมพันธุ์ การมีหวอดจึงเป็นสัญญาณของแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ปลากัดป่ามหาชัยได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์และจดทะเบียนชื่อชนิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเห็นคุณค่าของปลากัดพื้นถิ่นและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ในธรรมชาติ
ปลากัดป่ามหาชัยและปัญหาการสูญเสียถิ่นอาศัย
ในอดีตพื้นที่ป่าจากและคลองน้ำกร่อยในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เคยเป็นบ้านของปลากัดป่ามหาชัย แต่ปัจจุบันถิ่นอาศัยเหล่านี้กำลังเผชิญกับภัยคุกคามอย่างหนักจากทั้งธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น พื้นที่น้ำกร่อยเปลี่ยนแปลงอย่างไม่แน่นอน และฤดูกาลฝน–แล้งมีความแปรปรวนมากขึ้น ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเพื่อขยายพื้นที่เมือง พื้นที่เกษตร และเขตอุตสาหกรรมได้ทำลายระบบนิเวศน้ำกร่อยที่เคยอุดมสมบูรณ์ให้ลดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อแหล่งน้ำลดลงแต่ของเสียเพิ่มขึ้น มลพิษจากโรงงานและชุมชนก็ไหลลงคลองจนเกิดน้ำเสียสะสม ทำให้ระบบนิเวศเปราะบางและแหล่งวางไข่ของปลาหายไป ป่าจากซึ่งเคยเป็นที่หลบภัยของปลากัดถูกถมแทนด้วยถนนและสิ่งปลูกสร้าง ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ต่างจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับปลาน้ำจืดในหลายพื้นที่ทั่วโลก การสูญเสียถิ่นอาศัยทำให้ประชากรถูกแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ไม่สามารถผสมพันธุ์กันได้ ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดชิดและการสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรมในที่สุด สถานการณ์เดียวกันอาจกำลังเกิดขึ้นกับปลากัดป่ามหาชัยของไทยเช่นกัน
พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ เป็นเขตเมืองอุตสาหกรรมหนาแน่น มีโรงงานมากกว่า 7,000 แห่ง เช่น อำเภอเมือง อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อุตสาหกรรมหลักได้แก่ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งทอ สร้างผลกระทบต่อสภาพดิน น้ำ และป่าโดยรอบ พื้นที่ธรรมชาติที่เคยเชื่อมต่อกันถูกแบ่งแยกออกเป็นหย่อม ๆ จนส่งผลให้ปลากัดป่ามหาชัยไม่สามารถว่ายหรือถ่ายเทยีนระหว่างประชากรได้ (gene flow) ทำให้จำนวนปลาลดลงและความหลากหลายทางพันธุกรรมต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ภัยธรรมชาติจากภาวะโลกร้อน เช่น น้ำทะเลหนุนสูง พายุฝนที่รุนแรงขึ้น ยังซ้ำเติมสถานการณ์เดิม อย่างบริเวณฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และจังหวัดสมุทรปราการ บางฤดูแล้งค่าความเค็มของน้ำสูงถึง 27 ส่วนในพันส่วน (ppt) ส่งผลให้พืชน้ำและสัตว์บางชนิดปรับตัวไม่ได้ รวมถึงปลากัดป่ามหาชัยที่ต้องพึ่งน้ำกร่อยระดับพอดี ยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์อัคคีภัยจากโรงงานสารเคมี เหมืองขยะ และการจราจรที่แออัดยังเพิ่มมลพิษทั้งอากาศ เสียง และน้ำ ซึ่งสะสมผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวม
เมื่อพื้นที่น้ำกร่อยขนาดเล็กเหล่านี้แยกออกจากกันมากขึ้น โอกาสที่ปลากัดป่ามหาชัยจากแต่ละพื้นที่จะผสมพันธุ์กันก็ลดลง ทำให้เกิดภาวะเลือดชิดในแต่ละแหล่งประชากร การศึกษาทางพันธุกรรมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อสำรวจความหลากหลายของประชากรที่เหลืออยู่ และออกแบบการจัดการเพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ในอนาคต ปลากัดป่ามหาชัยจึงเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนการจัดการพื้นที่อุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมของไทย หากเราดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดี ปลากัดป่ามหาชัยก็จะอยู่รอดได้เช่นกัน

พื้นที่อุตสาหกรรมหนาแน่น จังหวัดสมุทรปราการ
ที่มาภาพ : กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม, 2559
งานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์ปลากัดป่ามหาชัย
หนึ่งในก้าวสำคัญของการอนุรักษ์ปลากัดไทยคือ การศึกษาพันธุกรรมของปลากัดป่ามหาชัย ภายใต้ โครงการทรัพยากรชีวภาพปลากัดแห่งชาติ (National Betta Bioresource Project: NBBRP) ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สามารถถอดรหัสจีโนมไมโทคอนเดรียที่สมบูรณ์ของปลากัดป่ามหาชัยซึ่งมีขนาด 16,980 คู่เบส ได้สำเร็จ พบข้อมูลลำคัญบนจีโนมเพื่อใช้สนับสนุนจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ อนุกรมวิธาน เอกลักษณ์ทางพันธุกรรม และการแพร่กระจายของปลากัดป่าที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย
เมื่อทีมวิจัยนำข้อมูลพันธุกรรมของปลากัดป่ามหาชัยมาเปรียบเทียบกับปลากัดชนิดอื่นพบว่า ปลากัดป่ามหาชัยมีความใกล้ชิดกับ ปลากัดภาคกลาง (B. splendens) มากที่สุด ทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่มสายวิวัฒนาการเดียวกัน หรือที่เรียกว่า monophyletic clade การค้นพบนี้ช่วยยืนยันว่าปลากัดป่ามหาชัยเป็นปลาเฉพาะถิ่นที่วิวัฒนาการแยกออกมาเป็นเวลานาน และไม่ได้เป็นเพียงสายผสมของปลากัดเลี้ยงอย่างที่เคยเข้าใจ
ข้อมูลจากงานวิจัยนี้เผยแพร่ในฐานข้อมูลสากลของ GenBank (รหัส MT682637) ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงระดับจีโนมเพื่อช่วยนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกในการศึกษาเปรียบเทียบพันธุกรรมของปลากัดชนิดอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ เนื่องจากนำมาใช้ตรวจสอบชนิดปลากัดในธรรมชาติ ป้องกันการสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรมจากการเพาะเลี้ยงผสมข้ามชนิด
การถอดรหัสจีโนมไมโทคอนเดรียของปลากัดป่ามหาชัย จึงถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการนำเทคโนโลยีทางพันธุกรรมมาใช้เพื่อปกป้องทรัพยากรประจำถิ่น และสร้างรากฐานสำหรับการฟื้นฟูปลากัดป่ามหาชัยให้คงอยู่คู่แผ่นดินมหาชัยต่อไปในอนาคต
การประยุกต์ใช้ภูมิศาสตร์และพันธุกรรมของปลากัดป่ามหาชัย
การศึกษานี้เป็นครั้งแรกที่นักวิจัยนำข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ แหล่งอาศัย และพันธุกรรมของปลากัดป่ามหาชัยมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อทำความเข้าใจว่าการขยายตัวของเมืองส่งผลอย่างไรต่อความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลาชนิดนี้

แผนที่แสดงพื้นที่เก็บตัวอย่างในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรปราการ
จากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างตามแหล่งน้ำ (จุดสัญลักษณ์ต่าง ๆ ดังภาพ) ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร และสมุทรปราการ รวมทั้งหมด 10 แหล่ง เช่น คลองมหาชัย คลองสนามชัย คลองสุนัขหอน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต้นจากขึ้นหนาแน่นและมีน้ำกร่อยปนเค็ม ทีมวิจัยเก็บตัวอย่างปลารวม 81 ตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอไมโครแซตเทลไลต์ 13 ตำแหน่ง พบว่าแต่ละพื้นที่มีคุณภาพน้ำแตกต่างกัน เช่น ความเค็ม (salinity) ตั้งแต่ 3–27 PSU* และออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ตั้งแต่ 0.8–6.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปลากัดป่ามหาชัยต้องมีการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมเฉพาะถิ่นเป็นอย่างมาก
ผลการวิเคราะห์การกระจายตัวของความแตกต่างทางพันธุกรรมในภูมิประเทศซึ่งจำลองออกมาเป็นภาพกราฟภูเขาสี (surface plot) โดยแกน X และ Y คือพิกัดพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ส่วนความสูงของกราฟแทนค่าความแตกต่างทางพันธุกรรม พบว่า
- พื้นที่สีน้ำเงิน (ค่าสูง) หมายถึงบริเวณที่ปลามีความแตกต่างทางพันธุกรรมสูง เช่น จังหวัดสมุทรสาครบางพื้นที่ (SKN3, SKN7) และสมุทรปราการ (SPK)
- ส่วนพื้นที่สีเหลือง (ค่าต่ำ) หมายถึงพื้นที่ที่ปลามีความใกล้เคียงกันทางพันธุกรรม เช่น กลุ่มคลองมหาชัยและคลองสนามชัย
ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าปลากัดป่ามหาชัยในแต่ละพื้นที่เริ่มมีความโดดเดี่ยวทางพันธุกรรม (genetic isolation) มากขึ้น เนื่องจากคลองและป่าจากที่เคยเชื่อมต่อกันถูกตัดขาดโดยถนน โรงงาน และพื้นที่อยู่อาศัย
จากแบบจำลองคาดการณ์ในอนาคต พบว่า หากไม่มีการฟื้นฟูแหล่งอาศัย ความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลากัดป่ามหาชัยอาจลดลงอย่างรุนแรงภายใน 12–37 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ปลากัดปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ยากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ภาพกราฟภูเขาสี (surface plot) แสดงผลการวิเคราะห์การกระจายตัวของความแตกต่างทางพันธุกรรมในพื้นที่อาศัยของปลากัดป่ามหาชัย สีน้ำเงินหมายถึงพื้นที่ที่มีความแตกต่างทางพันธุกรรมสูง สีเหลืองหมายถึงพื้นที่ที่มีความแตกต่างทางพันธุกรรมน้อย แสดงถึงความใกล้เคียงกันทางพันธุกรรมมากกว่า
ผลกระทบและความสำคัญของงานวิจัย
งานวิจัยเรื่องปลากัดป่ามหาชัยบูรณาการข้อมูลจากหลายศาสตร์ ทั้งภูมิศาสตร์ พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและทำความเข้าใจระบบนิเวศของพื้นที่น้ำกร่อยในเขตเมืองและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในภาวะที่เขตเมืองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผลการศึกษาช่วยให้หน่วยงานภาครัฐระบุพื้นที่ที่ควรกำหนดเป็น “เขตอนุรักษ์พันธุกรรมปลากัดป่ามหาชัย” ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำท่าจีนและคลองมหาชัยที่ยังคงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ได้นี้ยังเป็นแนวทางและส่งเสริมให้ภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่มีการเพาะเลี้ยงเชิงอนุรักษ์เพื่อคงสายพันธุ์แท้ของปลากัดไว้ในธรรมชาติ และเป็นฐานข้อมูลให้แก่นักวิทยาศาสตร์ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของประชากรปลาในอนาคต
ดังนั้นปลากัดป่ามหาชัยจึงไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งป่าจากและความงดงามของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของระบบนิเวศน้ำกร่อยในเมืองใหญ่ สะท้อนถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่คนไทยทุกคนควรช่วยกันรักษาไว้ให้คงอยู่ต่อไป
การวางแผนเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
การอนุรักษ์ปลากัดป่ามหาชัยให้ยั่งยืนต้องเริ่มจากการฟื้นฟูระบบนิเวศน้ำกร่อยและป่าจากธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งวางไข่สำคัญของปลา ควบคู่กับการจัดการน้ำเสียและควบคุมการใช้ที่ดินในพื้นที่ชุ่มน้ำที่เหลืออยู่ รัฐบาลท้องถิ่นควรกำหนดเขตอนุรักษ์พันธุกรรมปลากัดป่ามหาชัยเพื่อคุ้มครองพื้นที่ต้นแบบของความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเพาะพันธุ์เชิงอนุรักษ์และพัฒนาตลาดปลากัดพื้นถิ่นที่มีแหล่งที่มาถูกต้อง ส่วนภาคชุมชนมีบทบาทสำคัญในการดูแลคลอง ปลูกต้นจาก ลดการปล่อยของเสียลงน้ำ และรณรงค์ให้เยาวชนเห็นคุณค่าของปลาพื้นถิ่น การเชื่อมโยงความร่วมมือของทั้งสามภาคส่วนนี้จะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ปลากัดป่ามหาชัย สัญลักษณ์แห่งป่าจากและความสมดุลของธรรมชาติ ยังคงมีชีวิตอยู่คู่กับวิถีชุมชนไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Nguyen, T. H. D., Budi, T., Pongsanarm, T., Panthum, T., Singchat, W., Muangmai, N., Chaiyes, A., Suksavate, W., Dokkaew, S., Griffin, D. K., Duengkae, P., & Srikulnath, K. (2025). Saving the Mahachai Betta: Genetic Erosion and Conservation Priorities Under Urbanization Pressure. Animals, 15(19), 2820. https://doi.org/10.3390/ani15192820
- Singchat, W., Ahmad, S. F., Laopichienpong, N., Suntronpong, A., Pongsanarm, T., Panthum, T., … Srikulnath, K. (2020). Complete mitochondrial genome of Mahachai betta, Betta mahachaiensis (Teleostei: Osphronemidae). Mitochondrial DNA Part B, 5(3), 3059–3061. https://doi.org/10.1080/23802359.2020.1797578
- Kowasupat, C., Panijpan, B., Ruenwongsa, P., & Sriwattanarothai, N. (2012). Betta mahachaiensis, a new species of bubble-nesting fighting fish (Teleostei: Osphronemidae) from Samut Sakhon Province, Thailand. Zootaxa, 3522(1), 49–60. ttps://doi.org/10.11646/zootaxa.3522.1.3
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม. (2559). ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการกำหนดเขตพื้นที่ควบคุมมลพิษและเขตประกอบการอุตสาหกรรม [ออนไลน์]. กระทรวงอุตสาหกรรม. สืบค้นจาก http://gisweb.diw.go.th/zoning1/index.html

