“ฟ้าทะลายโจร” คือ สมุนไพรไทยที่โดดเด่นด้วยรสขมอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนานในฐานะสมุนไพรที่ใช้ดูแลสุขภาพตามภูมิปัญญาไทย ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นในอนาคต
![]() ดร.ประเดิม วณิชชนานันท์ |
ความท้าทายของการผลิตฟ้าทะลายโจรเพื่อใช้ในระดับอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงการปลูกให้ได้ผลผลิตปริมาณมาก แต่ต้องได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีปริมาณสารสำคัญสม่ำเสมอ และผ่านมาตรฐานที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ ดร.ประเดิม วณิชชนานันท์ หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงพัฒนางานวิจัยเพื่อยกระดับฟ้าทะลายโจรไทยให้ก้าวสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วยการผสานองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่
พัฒนาสายพันธุ์เพื่อเพิ่มผลผลิตและสารสำคัญ
หนึ่งในความสำเร็จของทีมวิจัย คือการพัฒนา ฟ้าทะลายโจรพันธุ์ราชบุรี BT-1 ที่โดดเด่นทั้งด้านผลผลิตและปริมาณสารสำคัญ ให้ผลผลิตประมาณ 5,000–6,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี สามารถเก็บเกี่ยวได้ 4–5 ครั้งต่อปี และมีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) ซึ่งเป็นสารสำคัญของฟ้าทะลายโจรสูงถึง 34–40 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง พร้อมทั้งใช้เวลาปลูกเพียง 90–110 วัน ก็เก็บเกี่ยวได้
การมีทั้งผลผลิตสูงและสารสำคัญในระดับมาตรฐาน ช่วยเพิ่มศักยภาพของฟ้าทะลายโจรในฐานะวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย
คุณภาพที่สม่ำเสมอ…คือหัวใจของการผลิต
แม้จะมีสายพันธุ์ที่ดี แต่หากสภาพแวดล้อมในการปลูกไม่เหมาะสม ปริมาณสารสำคัญและคุณภาพของผลผลิตก็อาจแตกต่างกันได้ ทีมวิจัยจึงนำเทคโนโลยีโรงเรือนอัจฉริยะ (smart greenhouse) และโรงงานผลิตพืช (plant factory) มาประยุกต์ใช้เพื่อควบคุมปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช ทั้งแสง อุณหภูมิ ความชื้น และระบบให้น้ำอย่างแม่นยำ
เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ผลิตฟ้าทะลายโจรได้ตลอดทั้งปี ให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกแบบทั่วไปถึง 2–3 เท่า พร้อมลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศ โรคพืช และการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม ทำให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและตอบโจทย์การใช้ในระดับอุตสาหกรรม
จากงานวิจัย…สู่การสร้างโอกาสให้เกษตรกร
นอกจากการพัฒนาสายพันธุ์และระบบการผลิตแล้ว ทีมวิจัยยังพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปลูกแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะเมล็ด การเตรียมแปลง การจัดการธาตุอาหาร การควบคุมสภาพแวดล้อม การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เช่น HandySense, WaterFit Simple เพื่อช่วยให้เกษตรกรผลิตฟ้าทะลายโจรคุณภาพสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ไบโอเทค สวทช. ยังร่วมมือกับเครือข่ายในพื้นที่เมืองนวัตกรรมชีวภาพ EECi Biopolis จังหวัดระยอง และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยอง เพื่อขยายแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตฟ้าทะลายโจรคุณภาพสูง รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรในอนาคต
จากสมุนไพรที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะ “ยาขม” วันนี้เมื่อผสานวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ก็สามารถยกระดับฟ้าทะลายโจรสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยได้อย่างยั่งยืน
ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจงานวิจัยด้านการผลิตพืชสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีโรงงานผลิตพืช (plant factory) และเกษตรอัจฉริยะ (smart agriculture) ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร
กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.
โทรศัพท์ : 0 2564 6700
เว็บไซต์ : www.biotec.or.th


