คอลัมน์ประจำ สาระวิทย์ในศิลป์

My Beginner’s Guide to Physics Grad School : คู่มือเริ่มต้นสู่บัณฑิตวิทยาลัยสายฟิสิกส์ของฉัน ตอนที่ 8

เรื่องและภาพโดย ไอซี วริศา ใจดี


สวัสดีผู้อ่านสาระวิทย์ทุกท่าน ฉบับที่แล้วฉันหายหน้าหายตาไปเนื่องจากต้องเตรียมตัวไปนำเสนอผลงานวิจัยที่งานประชุมประจำปีของ American Physical Society หรือ APS Global Summit ปี ค.ศ. 2026 และต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาฉันได้เดินทางไปที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด นี่นับเป็นครั้งที่สองที่ฉันมีโอกาสมาเข้าร่วมงานประชุมทางวิชาการนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่ได้มาในฐานะนักเรียนระดับบัณฑิตวิทยาลัย แถมยังเป็นปีแรกของอาจารย์ที่ปรึกษาของฉันที่ฮาร์วาร์ดอีกด้วย

พวกเราเป็นตัวแทนในการนำเสนองานวิจัยที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน อาจารย์ใหม่นักศึกษาก็ใหม่ จึงทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นไม่ใช่น้อยถึงแม้จะเคยผ่านเวทีแนวนี้มาก่อนก็ตาม การไปนำเสนอผลงานวิจัยตามงานประชุมแบบนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญของนักศึกษาระดับบัณฑิตวิทยาเลยละ ตอนที่มาเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาในปีแรก ๆ ฉันยังไม่มั่นใจทั้งภาษาอังกฤษและความรู้ฟิสิกส์ จะนำเสนองานแต่ละทีฉันต้องใช้เวลาเตรียมตัวนาน ซ้อมพูดกับตัวเองอยู่หลายรอบให้มั่นใจ นั่งคิดคำถามและคำตอบเตรียมเผื่อไว้ก่อนล่วงหน้าให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ อย่างไรก็ตามในช่วงที่เรียนอยู่ปริญญาตรี ฉันมีโอกาสได้ฝึกฝนทักษะการพูดหน้าชั้นเรียนบ่อย ๆ ผ่านกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียนทำให้ช่วยบรรเทาอาการตื่นตระหนกไปได้ในที่สุด

คู่มือเริ่มต้นสู่บัณฑิตวิทยาลัยสายฟิสิกส์ฉบับนี้ ฉันเลยจะมาเล่าถึงทักษะที่ฉันได้รับการฝึกฝนระหว่างเส้นทางการได้เข้ามาศึกษาต่อเพื่อเป็นนักฟิสิกส์ รวมถึงประสบการณ์ในการเข้าร่วมงานประชุมทางวิชาการ ในฐานะเด็กต่างชาติคนหนึ่ง

ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับคนทำงานวิจัยก็คือการสื่อสาร หรือให้เฉพาะเจาะจงไปอีกคือการนำเสนองานวิจัยและหัวข้อเฉพาะทางให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่มารับฟัง ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอตามงานประชุมระดับชาติ การนำเสนอในที่สาธารณะหรือกับกลุ่มคนที่ไม่ได้เรียนสายฟิสิกส์ การนำเสนอโปสเตอร์งานวิจัย และรวมไปถึงการสอนที่เป็นการสื่อสารระหว่างผู้คนในสาขาเดียวกัน ในเส้นทางนี้ทุกคนจำเป็นต้องฝึกทักษะการสอน แน่นอนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเรียนในสายวิชาการ (academic) เพราะนอกจากจะเป็นที่มาของรายได้ในการทำวิจัยแล้ว ยังเป็นการเตรียมตัวต่อยอดไปสู่การเป็นศาสตราจารย์หลังเรียนจบระดับปริญญาเอกอีกด้วย และในฐานะนักวิจัยนั้นการสื่อสารให้รู้ว่าเรากำลังทำอะไรด้วย กระบวนการอย่างไร เป็นการแตกแขนงทางความรู้ซึ่งเป็นหนทางที่ทำให้เราได้รับเงินทุนสนับสนุนอีกทางหนึ่ง และหากเกิดค้นพบอะไรใหม่ขึ้นมาที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติก็จะได้กระจายความรู้ไปสู่ชุมชน ขับเคลื่อนให้โลกพัฒนาไปข้างหน้า

โอ้… ฉันพูดไปซะไกล กลับมาที่ทักษะการสื่อสารกันต่อ การได้เข้าร่วมกิจกรรมหรือช่วยงานชมรมของมหาวิทยาลัยทำให้ฉันมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ผ่านไปสักระยะหนึ่งก็เริ่มสนุกกับการพูด การนำเสนอ และเริ่มสนใจงานด้านการสอน พอปีสามฉันจึงเลือกลงเรียนรายวิชาทักษะการสอนวิชาฟิสิกส์ภาคปฏิบัติ หรือ Physics Pedagogy in Practice ซึ่งช่วยฝึกให้เราเป็นผู้สอนวิชาฟิสิกส์ที่ดี และเป็นเงื่อนไขที่ต้องเรียนควบคู่ไปกับการทำงานเป็นผู้ช่วยสอน (teaching assistant: TA) วิชานี้สอนโดยอาจารย์ที่เคยสอนพวกเรามานั่นแหละ พวกท่านมาแบ่งปันเทคนิคในการสื่อสาร การถ่ายทอดความรู้ฟิสิกส์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาดแผนภาพ การทดลอง รวมไปถึงการเลือกใช้คำอธิบายในบริบทต่าง ๆ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สอนมือใหม่ทั้งหลาย ในขณะเดียวกันก็จะใช้ช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนนี้ในการเก็บข้อมูลด้วยการสังเกตเทคนิคการสอนของผู้เรียนแต่ละคน และข้อเสนอแนะด้วยการถามความเห็นจากพวกเราที่เป็นผู้เรียนว่าต้องการปรับให้การเรียนการสอนฟิสิกส์ในห้องเรียนน่าสนใจได้อย่างไรบ้าง

ในแต่ละคาบพวกเราจะนั่งคุยกัน โดยให้แต่ละคนนำเสนอความคิดเห็นถึงเทคนิควิธีการสอนที่ควรทำและที่ควรหลีกเลี่ยง จากนั้นก็จับกลุ่มฝึกการวางแผนการสอนและผลัดกันออกมาทดลองสอนที่หน้าชั้นเรียน ด้วยความที่เวลส์ลีย์คอลเลจเป็นมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก ห้องเรียนหนึ่งมีนักเรียนประมาณ 15 คน ต่ออาจารย์ 1 คน และผู้ช่วยสอนอีก 1 คน อาจารย์จะรู้จักเด็กทุกคนในห้อง และเด็ก ๆ ก็รู้จักกันเองด้วย ในคาบเรียนจะมีทั้งช่วงที่นั่งฟังเลกเชอร์ ช่วงที่จับกลุ่มช่วยแก้โจทย์กันบนกระดาน และช่วงที่พูดคุยถกกันในห้อง ฉันได้มองเห็นวิชาฟิสิกส์จากหลาย ๆ มุม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันนำไปประยุกต์ใช้เวลาทำหน้าที่สอนหน้าชั้นเรียนได้จริง นับเป็นการฝึกทักษะที่นอกเหนือในตำราเรียนอย่างแท้จริง บรรยากาศการเรียนแบบผสมผสานและช่วยเหลือกันคือส่วนสำคัญที่ทำให้ฉันได้เรียนอย่างสนุก เข้าถึงแหล่งข้อมูลครบถ้วน และได้รับความช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ง่าย ฉันชอบการเรียนการสอนแบบนี้

เมื่อฉันได้รับเลือกให้เป็นผู้ช่วยสอน ฉันมีหน้าที่หลักคือตรวจการบ้าน ช่วยอาจารย์คุมแล็บในห้องเรียน และเปิดชั่วโมงติวรายสัปดาห์ให้นักเรียนมานั่งถามการบ้านร่วมกับติวข้อสอบ แรก ๆ ฉันก็กังวลเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษอยู่บ้าง จึงเตรียมตัวไปก่อนสอน โดยการฝึกทำการบ้านด้วยตัวเองไปรอบหนึ่งก่อน รวมทั้งซ้อมสอนก่อนมาเจอนักเรียนในห้องเรียน โชคดีที่ทุกคนน่ารักกันมาก ทั้งอาจารย์ที่เราได้ไปช่วยสอน ท่านคอยแนะนำและแชร์เอกสารการสอนกับฉัน รวมถึงนักเรียนในชั้นที่บางทีก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเราบ้าง รุ่นพี่รุ่นน้องก็มี แต่ทุกคนมีความเข้าอกเข้าใจกันมาก ฉันเลยได้ฝึกการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ผ่านการสอนและพูดคุยกับทุกคนในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร นับเป็นสังคมที่ให้กำลังใจกันดีมาก ๆ

ในสัปดาห์สุดท้ายเพื่อให้ผ่านคอร์สฝึกสอน พวกเราได้รับมอบหมายให้ออกแบบสื่อการสอน ที่ช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมมากยิ่งขึ้นสำหรับเด็กนักเรียนในแต่ละระดับ ฉันจึงได้มีโอกาสออกแบบใบงานไว้ใช้ในงานอาสาสอนตามโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาอีกด้วย ยกตัวอย่างใบงานเกี่ยวกับเรื่องคลื่นและปรากฏการ์ณดอปเปลอร์ ฉันออกแบบการเรียนการสอนผ่านการทดลองเล่นกับตุ๊กตาเป็ดยางและสังเกตคลื่นในแม่น้ำ ให้เด็ก ๆ ได้ลงมือทำกิจกรรมและนำไปสู่สมการคลื่นที่ใช้ในฟิสิกส์ อธิบายไปถึงการขยายตัวของจักรวาลได้อย่างที่ฉันได้เคยเล่าไว้ในสาระวิทย์ฉบับที่ 112 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 ลองไปหาอ่านกันนะ


ฉันนำใบงานเป็ดกับคลื่นที่เคยออกแบบไว้มาใช้ในกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับคณะนักเรียนที่ฮาร์วาร์ด เพื่อนำไปสอนเด็กมัธยมศึกษา

นอกเหนือจากประสบการณ์ทำงานด้านการฝึกสอนแล้ว ฉันอยากแนะนำให้น้อง ๆ ที่อยากได้รับทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาว่า ควรหมั่นเข้าร่วมกิจกรรมภายนอกห้องเรียนบ่อย ๆ คอยถามข่าวสารจากอาจารย์ หรือสมัครตรงกับหน่วยงานที่เปิดรับนักศึกษาฝึกงานช่วงซัมเมอร์ ที่เวลส์ลีย์คอลเลจ อาจารย์จะคอยส่งข่าวและสนับสนุนให้พวกเราเข้าร่วมสัมมนาวิชาการเพื่อไปพบปะผู้คนที่ทำงานในสายงานฟิสิกส์เหมือนกัน บางครั้งอาจมีโอกาสได้งานอีกด้วย

งานสัมนาแรกที่ฉันได้เข้าร่วมคืองาน Keck Northeast Astronomy Consortium (KNAC) กลุ่มประกอบด้วยคณาจารย์และนักศึกษาด้านดาราศาสตร์จากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก 8 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา งานนี้จัดขึ้นปีละครั้งเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มานำเสนอผลงานวิจัยของตน และมีทุนให้เพื่อทำงานวิจัยระยะยาวกับสถาบันที่เข้าร่วมด้วย

ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนบางเทอมที่ฉันได้กลับประเทศไทย ฉันก็สมัครเข้าร่วม Siam Physics Congress (SPC) ซึ่งเป็นงานประชุมฟิสิกส์ระดับชาติของประเทศไทย นอกจากมีเวทีนำเสนอทางวิชาการแล้วก็มีบูทนำเสนอผลงานของแต่ละองค์กรด้วย บางบูทก็มารับสมัครงาน ที่ดูจะเกี่ยวข้องกับงานวิจัยในสาขาที่ฉันเรียนคือ งานของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ถ้าใครสนใจก็สมัครเป็นสมาชิกของสมาคมฟิสิกส์ไทย เขาจะส่งข่าวสารเกี่ยวกับงานประชุมทางวิชาการมาให้เราทุกปี


บรรยากาศภายในหอดูดาว Foggy Bottom ของ Colgate University รัฐนิวยอร์ก
สถานที่จัดงาน KNAC เมื่อวันที่ 27-28 กันยายน พ.ศ. 2567

 


ภาพบรรยากาศในงาน
Siam Physics Congress 2025
ระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมพูลแมน จังหวัดขอนแก่น

อีกงานหนึ่งที่ฉันไปร่วมทุกปีและได้มีโอกาสช่วยจัดด้วยก็คือ APS Conference for Undergraduate Women and Gender Minorities in Physics (CU*iP) เป็นการประชุมระดับภูมิภาคระยะเวลา 3 วัน สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เรียนวิชาฟิสิกส์ จุดมุ่งหมายของการประชุมนี้คือเพื่อเสริมพลังและสร้างแรงบันดาลใจแก่นักศึกษาหญิงให้เดินหน้าต่อในสายอาชีพด้านฟิสิกส์ กิจกรรมในงานประกอบด้วยการให้คำปรึกษาจากศิษย์เก่า การให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพและการเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา การจัดหางานและสถานที่ฝึกงาน นอกจากนี้ยังมีเวิร์กชอปพัฒนาทักษะสำหรับการทำงานในอนาคต

ฉันเข้าร่วมงาน CU*iP ทุกปี เริ่มต้นจากตามไปดูพี่ ๆ นำเสนองาน จนได้มีโอกาสไปนำเสนองานเองและปิดท้ายด้วยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคณะจัดงานช่วยเตรียมการตั้งแต่เรื่องตารางเวลาไปจนถึงการออกแบบแผ่นพับและของที่ระลึก งาน CU*iP ทำให้ฉันได้เรียนรู้ช่องทางอาชีพหลังเรียนจบว่ามีทั้งในภาคอุตสาหกรรมและวงการวิชาการ ในงานนี้เป็นที่ที่ฉันได้พบกับศาสตราจารย์เมลิสสา แฟรงคลิน (Melissa Franklin) จากฮาร์วาร์ด ซึ่งได้รับเชิญมาเป็นผู้พูดเปิดงานในปีนั้น ฉันเลยได้รู้จักกับโปรแกรมระดับบัณฑิตวิทยาสาขาฟิสิกส์ และที่นี่ก็เป็นอีกเวทีที่จุดประกายให้ฉันตัดสินใจเดินต่อไปในเส้นทางนักวิจัย

การเข้าร่วมกิจกรรมนอกห้องเรียนเป็นส่วนหนึ่งในผลงานที่ใช้ประกอบการสมัครฝึกงานภาคฤดูร้อนของภาคเอกชนและองค์กรรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวจะเริ่มมีการเปิดรับสมัครฝึกงานช่วงซัมเมอร์จากที่ต่าง ๆ ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยจะส่งข่าวมาให้เรา ในขณะเดียวกันเราก็ลองเสิร์ชหาเอาเองได้ โดยต้องดูให้ดีว่าที่ที่จะสมัครนั้นเปิดรับเด็กต่างชาติด้วย ฉันได้รวบรวมรายชื่อสถาบันที่เปิดรับฝึกงานมาไว้ให้แล้ว หากใครเรียนกำลังปริญญาตรีสายฟิสิกส์อยู่และสนใจสมัคร ลองสแกนคิวอาร์โคดนี้เข้าไปดูกันได้เลย แล้วฉบับหน้าฉันจะมาเล่าเรื่องการเตรียมตัวเพื่อสมัครฝึกงานในช่วงปิดเทอมให้ฟังกันต่อ


About Author