คณะผู้เขียน
ดร.วรพงศ์ สิงห์ชาติ พิชญ์ วัฒนาดิลกชาติกุล เพียงใจ เฉลิมวงศ์ ดร.ฐิติพงศ์ พันทุม ผศ. ดร.อิงอร ไชยเยศ
รศ. ดร.ประทีป ด้วงแค รศ. ดร.ณรงค์ฤทธิ์ เมืองใหม่ ผศ.ดร.รัตนพล ชื่นค้า อาจารย์อุปถัมภ์ ใจธัญ
และ ศ. ดร.ครศร ศรีกุลนาถ
ท่ามกลางความหลากหลายของไก่ชนไทยพื้นเมืองซึ่งกระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ “ไก่เหล่าป่าก๋อย” นับเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในเชิงวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และชีวภาพ จังหวัดลำพูน โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง เป็นแหล่งกำเนิดและแหล่งสืบทอดการเลี้ยงไก่เหล่าป่าก๋อยมาอย่างยาวนาน ไก่ชนพื้นเมืองสายพันธุ์นี้มิได้มีบทบาทเพียงในสนามการแข่งขัน แต่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของชุมชน สะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงพื้นเมืองภายใต้บริบทของภูมิประเทศ สังคม และวัฒนธรรมภาคเหนือ
รากเหง้าและที่มาของไก่เหล่าป่าก๋อย
ไก่เหล่าป่าก๋อยมีถิ่นกำเนิดและพัฒนาสายพันธุ์ในพื้นที่ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จัดเป็นไก่ชนพื้นเมืองสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบตั้งแต่พุทธศักราช 2526 โดยพ่อหลวงสุพจน์ วิจิตร ผู้ริเริ่มนำไก่ชนเพศผู้จากจังหวัดตราดซึ่งมีชื่อเสียงด้านความอึดและความรวดเร็ว มาผสมกับไก่ชนเพศเมียพื้นเมืองจากบ้านป่ารกฟ้าและบ้านเหล่าป่าก๋อย ตำบลน้ำดิบ การผสมข้ามดังกล่าวดำเนินควบคู่กับการคัดเลือกพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยประสบการณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นหลัก
กระบวนการคัดเลือกไก่เหล่าป่าก๋อยมุ่งเน้นไปที่ลักษณะเชิงชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้แก่ ลีลาการเดินเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างดุดันและรวดเร็ว มีเชิงมุดหมัด กัดหลัง กัดบ่า ถอนขน และการตีตัวที่รุนแรง ลักษณะเชิงชนดังกล่าวทำให้ไก่เหล่าป่าก๋อยสามารถชนกับไก่พม่าได้อย่างสนุกและสูสี เป็นที่ชื่นชมและยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้นิยมเลี้ยงไก่ชน กระบวนการพัฒนาสายพันธุ์นี้ดำเนินมาอย่างยาวนานมากกว่า 40 ปี โดยไม่ได้อยู่ภายใต้การปรับปรุงพันธุ์เชิงอุตสาหกรรม แต่เป็นการคัดเลือกเชิงจริตและสมรรถนะตามธรรมชาติของไก่และสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น

ไก่เหล่าป่าก๋อย
ลักษณะประจำพันธุ์ของไก่เหล่าป่าก๋อย
ในด้านลักษณะประจำพันธุ์ ไก่เหล่าป่าก๋อยจัดเป็นไก่พื้นเมืองขนาดกลาง รูปร่างล่ำสัน แข็งแรง เพศผู้มีโครงสร้างเด่นชัด ปากมีโคนใหญ่ ปลายปากงุ้มคล้ายปากนกแก้ว ปากบนมีร่องน้ำชัดเจนและปิดปากล่างสนิท ดวงตากลมเล็ก พื้นตาสีขาวอมเหลือง ใบหน้าเรียบเกลี้ยงและกลมกลึง สีแดงจัด หงอนมีขนาดปานกลาง ลักษณะหงอนหิน ตั้งตรง ผิวบางคล้ายกำมะหยี่ สีแดงสด หูมีขนปิดสนิท ตุ้มหูเล็ก เหนียงรัดติดคางไม่หย่อนยาน คอใหญ่ยาวสมส่วน มีกระดูกปล้องคอถี่และซอกคอใหญ่ สร้อยคอดกยาวจากท้ายทอยถึงบ่า โดยมักพบสีเขียวเลา เหลืองเลา ประดู่เลา หรือสีด่าง
ลำตัวมีลักษณะกลมยาว ไหล่ยกกว้าง สนับปีกหนาและมีกล้ามเนื้อแข็งแรง หลังแผ่นยาวไม่ค่อม หางพัดยาวเรียงเป็นระเบียบ ปลายขนมน โดยมีขนหางหลักประมาณ 7 เส้น หางกะลวยดก ก้านหางแข็งยาวพุ่งตรงและโค้งลงเล็กน้อย มีคู่กลางหรือที่เรียกว่าหางเอก ขาโคนใหญ่ล่ำสัน เรียวยาวสมส่วน สีเดียวกับปาก เดือยแกนใหญ่ตรง ปลายโค้งเล็กน้อย และมีเกล็ดขาเรียงตัวเป็นระเบียบ ส่วนเพศเมียมีขนลำตัวและหางสีดำหรือสีด่าง หงอนหินขนาดเล็ก และดวงตาสีขาวอมเหลือง
ลักษณะเด่นพิเศษของไก่เหล่าป่าก๋อยคือรูปแบบการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ การคาบบ่า ตีตัว ถอนขนคู่ต่อสู้ การวิ่งเข้าชนอย่างรวดเร็ว การตีที่รวดเร็ว รุนแรง และแม่นยำ รวมถึงการย้ำแผล สะท้อนถึงสมรรถนะเชิงกีฬาที่ได้รับการพัฒนาควบคู่กับการคัดเลือกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชุมชนอย่างแท้จริง
ไก่ชนกับวิถีชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนลำพูน
ไก่เหล่าป่าก๋อยนับเป็นไก่ชนพื้นเมืองหนึ่งเดียวของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงแพร่หลายไปไกลถึงระดับภูมิภาคอาเซียน มิได้เป็นเพียงสัตว์กีฬา แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของชุมชนตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน สืบเนื่องมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับไก่เหล่าป่าก๋อยจึงมิใช่เพียงการเลี้ยงสัตว์เพื่อการแข่งขัน หากเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นจากรุ่นปู่สู่รุ่นพ่อ จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก และจากรุ่นลูกสู่รุ่นหลานอย่างต่อเนื่อง
ภูมิปัญญาการเลี้ยงและคัดเลือกไก่เหล่าป่าก๋อยได้ซึมซับอยู่ในชีวิตประจำวันของคนตำบลน้ำดิบมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนและชุมชน ในปัจจุบัน การเลี้ยงไก่เหล่าป่าก๋อยได้พัฒนาไปสู่การรวมกลุ่มเป็นซุ้มไก่ชนและวิสาหกิจชุมชน มีซุ้มไก่ชนในพื้นที่ประมาณ 80 ซุ้ม โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบและชมรมอนุรักษ์และพัฒนาไก่ชนสายพันธุ์เหล่าป่าก๋อยจังหวัดลำพูน ทั้งในด้านการพัฒนาอาชีพ การสร้างรายได้ และการรักษาเอกลักษณ์ของสายพันธุ์
ไก่ชนพื้นเมืองบ้านเหล่าป่าก๋อย หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำดิบ มีชื่อเสียงด้านความสมบูรณ์แข็งแรง ลีลาการต่อสู้ที่ดุดัน และชั้นเชิงเฉพาะตัว เช่น การมุดหมัด กัดบ่า ถอนขน การกระโดดสูง การดีดขาเตะคู่ต่อสู้ได้อย่างหนักหน่วง รุนแรง และแม่นยำ คุณลักษณะเหล่านี้ทำให้ไก่เหล่าป่าก๋อยเป็นที่ต้องการอย่างสูงทั้งในวงการกีฬาไก่ชนและในกลุ่มผู้สนใจศึกษาเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์เพื่อการจัดจำหน่าย ไก่ที่มีผลงานการแข่งขันโดดเด่นมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนต้นไปจนถึงหลักแสนกลาง ส่งผลให้ไก่เหล่าป่าก๋อยกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญและเป็นสินค้า OTOP อันดับหนึ่งของตำบลน้ำดิบ
รายได้จากการจำหน่ายไก่ชนสายพันธุ์เหล่าป่าก๋อยของตำบลน้ำดิบมีมูลค่าสูงถึงประมาณปีละหนึ่งพันล้านบาท นับเป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจแนวหน้าของประเทศและมีการส่งจำหน่ายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ชุมชนยังได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจในรูปแบบกิจกรรมต่อเนื่อง (value chain) เช่น การสานสุ่มไก่ การผสมและจำหน่ายอาหารไก่ การทำยาลูกกลอนบำรุงกำลังไก่ชน ตลอดจนงานจักสานไม้ไผ่สำหรับทำโรงเรือนและหลังคาเพาะเลี้ยง ซึ่งช่วยกระจายรายได้อย่างทั่วถึงทั้งตำบล
ไก่เหล่าป่าก๋อยจึงมิได้ดำรงอยู่เพียงในฐานะ “สัตว์กีฬา” แต่เป็นศูนย์กลางของระบบเศรษฐกิจวัฒนธรรมที่หล่อเลี้ยงชุมชน สะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างมนุษย์กับสัตว์พื้นเมือง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทุนทางวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืนในบริบทของสังคมภาคเหนือ
อัตลักษณ์ทางพันธุกรรมของไก่เหล่าป่าก๋อย
ไก่เหล่าป่าก๋อยเป็นไก่ชนพื้นเมืองจากจังหวัดลำพูนที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางพันธุกรรมอันเกิดจากกระบวนการผสมผสานระหว่างการคัดเลือกโดยธรรมชาติและภูมิปัญญาของผู้เลี้ยงในชุมชน จากผลการศึกษาทางพันธุกรรมของพิชญ์ วัฒนาดิลกชาติกุล ชี้ให้เห็นว่าไก่เหล่าป่าก๋อยมีลักษณะของความหลากหลายทางพันธุกรรมและการผสมทางพันธุกรรม (genetic admixture) ระหว่างไก่บ้านกับไก่ป่า สะท้อนประวัติการคัดเลือกและการเคลื่อนย้ายสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นภายใต้บริบทการเลี้ยงของชุมชนมาอย่างยาวนาน ลักษณะเด่นด้านความแข็งแรง ความว่องไว และความทนทานต่อสภาพแวดล้อมจึงมิได้เป็นเพียงผลของการฝึกหรือการคัดเลือกเชิงจริต แต่มีรากฐานมาจากโครงสร้างทางพันธุกรรมที่ยังคงความหลากหลาย ไม่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบแคบของการปรับปรุงพันธุ์เชิงพาณิชย์
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ของไก่เหล่าป่าก๋อยเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เลี้ยงให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างรูปร่าง สุขภาพ และพฤติกรรมการชน สอดคล้องกับผลการศึกษาทางพันธุกรรมที่พบว่าโครงสร้างประชากรของไก่เหล่าป่าก๋อยมีความยืดหยุ่นและยังคงรักษาความหลากหลายไว้ได้ในระดับที่เหมาะสม ความยืดหยุ่นดังกล่าวช่วยให้ไก่สามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศ ระบบการเลี้ยง และแรงกดดันจากสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันได้ดี พร้อมทั้งมีศักยภาพด้านความทนทานและความสามารถในการดำรงอยู่ในระบบการเลี้ยงของชุมชน
ในมุมมองการอนุรักษ์ อัตลักษณ์ทางพันธุกรรมของไก่เหล่าป่าก๋อยจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสายเลือดหรือแหล่งกำเนิด แต่เป็นผลสะท้อนของการตัดสินใจ การคัดเลือก และวิถีชีวิตของชุมชนผู้เลี้ยงที่ทำหน้าที่เสมือน “แรงขับทางวิวัฒนาการ” ในระดับท้องถิ่น การรักษาลักษณะดั้งเดิมของไก่เหล่าป่าก๋อยจึงหมายถึงการคงอยู่ของทรัพยากรชีวภาพควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น และสอดคล้องกับแนวทางการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในบริบทของสังคมไทย

ความหลากหลายทางพันธุกรรมของไก่เหล่าป่าก๋อยที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างไก่บ้านกับไก่ป่าจากภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ
ชุมชนกับการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ไก่เหล่าป่าก๋อยอย่างยั่งยืน
การอนุรักษ์ไก่เหล่าป่าก๋อยมิอาจดำเนินการได้โดยอาศัยมิติทางชีวภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งในมิติของชุมชน สังคม และวัฒนธรรม เนื่องจากการดำรงอยู่ของไก่ชนพื้นเมืองสายพันธุ์นี้ผูกพันอย่างแนบแน่นกับวิถีชีวิตของผู้เลี้ยงในพื้นที่ การอนุรักษ์ในพื้นที่ดั้งเดิม (in situ conservation) ผ่านการสนับสนุนชุมชนผู้เลี้ยงจึงเป็นกลไกสำคัญที่สุดของการรักษาสายพันธุ์ไก่เหล่าป่าก๋อยให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน
ในทางปฏิบัติผู้เลี้ยงในชุมชนทำหน้าที่คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์จากลักษณะจริตการชน ความแข็งแรง และความทนทานต่อสภาพแวดล้อม โดยพยายามรักษาสายเลือดท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงการผสมข้ามกับสายพันธุ์เชิงพาณิชย์มากเกินไป องค์ความรู้ด้านการเลี้ยง การฝึก และการดูแลสุขภาพไก่ชนถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่เป็นทางการ แต่มีความต่อเนื่องและมั่นคง กระบวนการเหล่านี้ทำให้ชุมชนท้องถิ่นทำหน้าที่เสมือน “ธนาคารพันธุกรรมมีชีวิต” ที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของไก่เหล่าป่าก๋อยไว้โดยไม่รู้ตัว
การบันทึกข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ควบคู่กับข้อมูลทางพันธุกรรมอย่างเป็นระบบจะช่วยเสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยนำข้อมูลทางพันธุกรรมมาใช้เป็นฐานสำหรับการวางแผนปรับปรุงพันธุ์อย่างมีทิศทาง ลดความเสี่ยงของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และเพิ่มมูลค่าของไก่เหล่าป่าก๋อยทั้งในเชิงการอนุรักษ์และเชิงเศรษฐกิจ ดังนั้นภูมิปัญญาท้องถิ่นกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จึงไม่ใช่การแทนที่กัน แต่เป็นบูรณาการที่เสริมพลังซึ่งกันและกัน
ในระยะยาวแนวทางดังกล่าวสามารถต่อยอดไปสู่การขึ้นทะเบียนไก่เหล่าป่าก๋อยเป็นไก่พื้นเมืองประจำถิ่น และการพัฒนาให้เป็นทรัพยากรชีวภาพเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดลำพูน อันจะช่วยตอกย้ำคุณค่าของไก่ชนพื้นเมืองสายพันธุ์นี้ในฐานะทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่ชุมชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

อาจารย์อุปถัมภ์ ใจธัญ (ครูนิ่ม) ปราชญ์ชาวบ้านผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพันธุ์ไก่เหล่าป่าก๋อย
การขับเคลื่อนการอนุรักษ์และพัฒนาไก่เหล่าป่าก๋อยในจังหวัดลำพูนเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนภายใต้ “โครงการอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองพันธุ์เหล่าป่าก๋อยลำพูน” โดยมีปศุสัตว์จังหวัดลำพูนทำหน้าที่กำหนดกรอบการส่งเสริมและมาตรฐานการเลี้ยง ปศุสัตว์อำเภอและเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอป่าซางลงพื้นที่ตรวจประเมินฟาร์มเลี้ยงไก่พื้นเมือง ให้คำแนะนำด้านสุขาภิบาล การจัดการฟาร์ม และการพัฒนาคุณภาพพันธุ์อย่างเหมาะสม ฟาร์มไก่ชนและกลุ่มผู้เลี้ยงในพื้นที่ตำบลน้ำดิบและตำบลใกล้เคียงทำหน้าที่คัดเลือก รักษา และขยายพันธุ์ไก่เหล่าป่าก๋อยภายใต้บริบทของพื้นที่ท้องถิ่น นอกจากนี้อาจารย์อุปถัมภ์ ใจธัญ ปราชญ์ชาวบ้านผู้มีความเชี่ยวชาญด้านสายพันธุ์ ยังมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดภูมิปัญญาการคัดเลือกเชิงชน การพัฒนารูปร่างและสมรรถนะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์ของสายพันธุ์ กลไกความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้การอนุรักษ์ไก่เหล่าป่าก๋อยมิได้หยุดอยู่เพียงการคงอยู่ของสายพันธุ์แต่เป็นการพัฒนาอย่างมีทิศทาง บนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาชุมชนร่วมกันอย่างยั่งยืน
องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์และพัฒนาไก่เหล่าป่าก๋อยผ่านกิจกรรมเชิงสังคมและเศรษฐกิจ โดยได้จัดการประกวดไก่สายพันธุ์เหล่าป่าก๋อยภายในงาน “วิถีชีวิตคนตำบลน้ำดิบกับไก่เหล่าป่าก๋อย” ซึ่งครั้งล่าสุดจัดเป็นครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 25–26 เมษายน พ.ศ. 2568 ณ ตลาดกลางตำบลน้ำดิบและสนามกีฬา กิจกรรมดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชน หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เสนอแนวทางการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาสายพันธุ์ไก่เหล่าป่าก๋อย ตลอดจนการต่อยอดด้านการตลาด โดยเฉพาะการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชน ทั้งนี้ไก่เหล่าป่าก๋อยได้รับการยอมรับในฐานะสินค้า OTOP ด้านการเกษตรที่สร้างรายได้สูงสุดของตำบลน้ำดิบ และเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

งาน “วิถีชีวิตคนตำบลน้ำดิบกับไก่เหล่าป่าก๋อย ครั้งที่ 8” ระหว่างวันที่ 25-26 เมษายน 2568 ณ ตลาดกลางตำบลน้ำดิบและสนามกีฬา อบต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน
ที่มาภาพ : สวท.ลำพูน FM 95
ไก่เหล่าป่าก๋อยเป็นมากกว่าไก่ชน เป็นภาพสะท้อนของรากเหง้าทางวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ และความหลากหลายทางชีวภาพของท้องถิ่นลำพูน การอนุรักษ์ไก่ชนพื้นเมืองต้องมองอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับพันธุกรรม เพื่อให้ไก่เหล่าป่าก๋อยยังคงดำรงอยู่ทั้งในฐานะทรัพยากรชีวภาพและมรดกทางวัฒนธรรมที่สมควรได้รับการดูแลและส่งต่อไปสู่คนรุ่นถัดไปของสังคมไทยอย่างยั่งยืน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Wattanadilokchatkun, P., Chalermwong, P., Singchat, W., Wongloet, W., Chaiyes, A., Tanglertpaibul, N., Budi, T., Panthum, T., Ariyaraphong, N., Ahmad, S. F., Lisachov, A., Muangmai, N., Nunome, M., Han, K., Matsuda, Y., Duengkae, P., & Srikulnath, K. (2023). Genetic admixture and diversity in Thai domestic chickens revealed through analysis of Lao Pa Koi fighting cocks. PLOS ONE, 18(8), e0289983. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0289983

