คอลัมน์ประจำ เรื่องเล่าเราโลก

รู้จัก “4Cs” มาตรฐานการจัดระดับคุณภาพเพชร

เรื่องโดย ผศ. ดร.สมฤดี สักการเวช


เพชร (diamond) อัญมณีที่เกิดจากธาตุคาร์บอน ด้วยโครงสร้างผลึกที่แข็งแรงและเป็นระเบียบเพชรจึงเป็นแร่อัญมณีที่มีความแข็งที่สุดตามมาตรวัดความแข็งของโมส์ (10 Mohs’ scale of hardness) และมีค่าดัชนีหักเหสูง ส่งผลให้เกิดความวาวแบบเพชร (adamantine luster) ที่โดดเด่น เพชรกลายเป็นอัญมณีที่แทนสัญลักษณ์ของความรัก ความมั่นคง และมีความหรูหรา อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าเพชรทุกเม็ดจะมีคุณภาพเท่ากัน จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานการประเมินคุณภาพเพชร เรียกว่า “4Cs” ได้แก่ Carat (น้ำหนัก), Color (สี), Clarity (ความสะอาด) และ Cut (การเจียระไน) ขึ้น

น้ำหนัก หน่วยวัดที่มีความหมายมากกว่าตัวเลข

Carat : น้ำหนักเพชร เป็นปัจจัยแรกที่มักได้รับการกล่าวถึง ในสมัยโบราณการชั่งน้ำหนักอัญมณีทำโดยเทียบกับเมล็ดพืชชื่อว่า carob (คาร็อบ) ซึ่งมีน้ำหนัก 0.2 กรัมเท่า ๆ กันทุกเม็ด จึงกลายเป็นหน่วยวัดอัญมณี “กะรัต (carat: ct)” ที่ 1 กะรัต เท่ากับ 0.2 กรัม หลายคนอาจเข้าใจว่าเพชรเม็ดใหญ่หลายกะรัตต้องดีกว่าเสมอ แต่ความจริงแล้วกะรัตเป็นเพียงการบอกน้ำหนัก ไม่ใช่คุณภาพ เพชรเม็ดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากขึ้นจะหายากขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้ “ราคาต่อกะรัต” ของเพชรเม็ดใหญ่สูงกว่าเพชรเม็ดเล็กแบบทวีคูณ ไม่ใช่เพียงการบวกเพิ่มตามน้ำหนัก เช่น เพชรขนาดครึ่งกะรัตอาจมีราคาประมาณหนึ่งแสนบาทต่อกะรัต แต่เพชรหนึ่งกะรัตที่คุณภาพใกล้เคียงกันอาจมีราคาสูงถึงสองแสนบาทต่อกะรัต และหากเป็นเพชรสามกะรัตขึ้นไป ราคาต่อกะรัตอาจพุ่งขึ้นถึงหลักล้านบาท เพราะความหายากของเพชรเม็ดใหญ่ในธรรมชาติส่งผลโดยตรงต่อมูลค่า

จากใสไร้สีถึงแฟนซี

Color : สีของเพชรเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กำหนดคุณภาพเพชร โดยเพชรไร้สี (colorless) ถือว่ามีค่าที่สุด การจัดระดับคุณภาพสี (color grading) เริ่มตั้งแต่เกรด D ซึ่งเป็นเพชรไร้สีสมบูรณ์ ไล่ไปจนถึงเกรด Z ที่มีโทนสีเหลืองหรือน้ำตาลชัดเจนขึ้น เพชรระดับสี D–F มักมีราคาสูงมาก ส่วนระดับสี G–J แม้จะปนสีเหลืองจางแต่มองด้วยตาเปล่าหรือใช้งานในชีวิตประจำวันแทบไม่เห็นความต่างจากเพชรไร้สีและเกือบไร้สี จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่คุ้มค่า นอกจากนี้ยังมีเพชรสีหายากที่ธรรมชาติสร้างขึ้น เช่น เพชรสีชมพู ฟ้า เขียว ซึ่งจัดเป็น fancy color diamonds ที่มีมูลค่าสูงกว่าเพชรไร้สี เพราะพบได้น้อยและเป็นที่ต้องการของนักสะสม

ข้อมูลความลับจากใต้พิภพ

Clarity : ความสะอาดของเพชร หมายถึงการมีหรือไม่มีตำหนิภายในผลึกเพชร รวมถึงตำหนิบนผิวเพชร ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งผลึกแร่มลทิน (mineral inclusions) ขนาดเล็ก ๆ หรือรอยแตกธรรมชาติที่อยู่ในเนื้อเพชร ระดับความสะอาดแบ่งได้ตั้งแต่ระดับ FL (flawless) หรือไร้ตำหนิ ไปจนถึงระดับ I (included) ที่มีตำหนิชัดเจนและลดความสวยงามลง เพชรส่วนใหญ่ที่วางขายในท้องตลาดมักมีตำหนิเล็กน้อยที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าซึ่งแทบไม่ส่งผลต่อความงาม แต่มีผลต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นผู้ซื้อจำนวนมากจึงเลือกเพชรที่อยู่ในระดับ VS (very slightly included) หรือ SI (slightly included) เพราะคงความงามเอาไว้ได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงจนเกินไป

ระดับความสะอาด : FL (flawless), IF (internal flawless; loupe clean), VVS1-VVS2, VS1-VS2, SI1-SI2, I1-I3

ศิลปะของการเปล่งประกาย

Cut : การเจียระไน จัดเป็นหัวใจที่สำคัญของเพชรที่ไม่ใช่เพียงรูปทรงภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงสัดส่วน มุม และความประณีตของการเจียระไนเหลี่ยมเพชร การเจียระไนที่ดีทำให้แสงเดินทางเข้าสู่เพชรแล้วสะท้อนกลับออกมาอย่างสมบูรณ์ เกิดเป็นประกายระยิบระยับที่เรียกว่า “ไฟ” (fire) หากสัดส่วนการเจียระไนเพชรมีก้นเพชรตื้นเกินไป แสงจะรั่วออกด้านล่าง เพชรจะดูหมอง แต่หากเจียระไนลึกเกินไป แสงก็จะไม่สะท้อนกลับสู่สายตา ระดับการเจียระไนที่มีสัดส่วนที่ดี  (Excellent) ซึ่งทำให้เพชรเปล่งประกายอย่างเต็มศักยภาพ

ระดับการเจียระไน : Excellent, Very Good, Good, Fair, Poor

การเลือกเพชรที่เหมาะสมจึงเป็นการหาสมดุลระหว่าง 4Cs ให้เหมาะกับงบประมาณและความต้องการของแต่ละคน บางครั้งเพชร 0.95 กะรัตที่เจียระไนดีเยี่ยม เกือบไร้สี (near colorless) และความสะอาดระดับพอเหมาะ อาจดูแทบไม่ต่างจากเพชรหนึ่งกะรัต แต่มีราคาจับต้องได้ ในงบประมาณที่ประหยัดกว่ามาก

เพชรแต่ละเม็ดมีเสน่ห์และคุณค่าเฉพาะตัว ไม่ใช่แค่อัญมณีแห่งความหรูหรา แต่ยังสะท้อนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และศิลปะที่ซ่อนอยู่ในประกายแสงเล็ก ๆ เป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติผนวกกับฝีมือมนุษย์ สร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องประดับที่มีความงดงาม การเข้าใจหลัก 4Cs ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อการประเมินราคาแต่ยังช่วยให้ผู้บริโภคมองเพชรด้วยสายตาของนักวิเคราะห์คุณภาพอย่างมีเหตุผล มากกว่าจะพึ่งพาความรู้สึกหรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว ก่อนตัดสินใจเลือกเพชร ลองพิจารณารายละเอียดทั้งสี่ข้อนี้ แล้วคุณจะพบว่าเพชรที่ “ใช่” ไม่จำเป็นต้องแพงที่สุดหรือใหญ่ที่สุดเสมอไป แต่คือเพชรที่สมดุลระหว่างคุณค่า ความสวยงาม และความหมายที่คุณเลือก

About Author