Facility Automation
จากต้นทุนสิ้นเปลืองสู่กลไกสร้างความยั่งยืน

ในโลกอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายการผลิตหรือซัพพลายเชนเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการจัดการ Facility หรือระบบอำนวยความสะดวกในโรงงานและอาคารอุตสาหกรรม ตั้งแต่พลังงานไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบน้ำ การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงระบบอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) ที่ล้วนเป็นต้นทุนหลักขององค์กร
ที่ผ่านมาธุรกิจจำนวนมากยังคงมอง Facility เป็น “ค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ Facility Automation กำลังทำให้สิ่งที่เคยเป็นต้นทุน กลายเป็น “แหล่งสร้างคุณค่า” ผ่านการลดการใช้พลังงาน การเพิ่มความปลอดภัย และการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่สอดคล้องกับแนวคิด Sustainability ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคและคู่ค้าระดับโลกให้ความสำคัญ
เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อน Facility Automation
IoT (Internet of Things) ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ เครื่องจักร และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้สื่อสารกันได้แบบเรียลไทม์ ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ เช่น การใช้พลังงาน อุณหภูมิ หรือความดัน ถูกส่งไปยังระบบกลางเพื่อสั่งการทันที ร่วมกับ Building Management System (BMS) หรือ Energy Management System (EMS) ทำให้ผู้บริหารสามารถควบคุมระบบทั้งหมดได้จากจุดเดียว ขณะเดียวกัน SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition) ช่วยให้โรงงานเฝ้าติดตามและควบคุมการทำงานของระบบได้ทั้งในและนอกสถานที่
รายงานของ BCG (2021) ระบุว่าการลงทุนใน Facility Automation สามารถลดต้นทุนด้านพลังงานได้เฉลี่ย 20% ขณะที่ PwC (2022) ชี้ว่าโรงงานที่นำระบบ Facility อัจฉริยะมาใช้ มีแนวโน้มเข้าสู่มาตรฐาน Green Factory ได้เร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า นอกจากนี้ Forbes (2023) ยังย้ำว่าภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนจากการจัดการ Facility ที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสร้างความแตกต่างที่สำคัญในสายตาของผู้บริโภครุ่นใหม่และคู่ค้าระดับสากล
ในกรอบการประเมิน Industry 4.0 Readiness Assessment ของประเทศไทย มิติ Facility Automation ถูกใช้วัดระดับความก้าวหน้าขององค์กร แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงการเชื่อมโยงทั้งระบบ
ในระดับแรกหรือ Band 1 Labour-oriented ระบบ Facility ส่วนใหญ่ยังพึ่งพาแรงงานเป็นหลัก เช่น พนักงานเปิดปิดไฟ ตรวจมิเตอร์น้ำ หรือเฝ้าระวังความปลอดภัยด้วยตนเอง ระบบอัตโนมัติมีน้อยกว่า 20% ต่อมาเมื่อองค์กรเริ่มตระหนักถึงต้นทุนที่สูญเสีย จึงค่อย ๆ ใช้ระบบอัตโนมัติบางส่วน เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หรือไฟที่ควบคุมด้วยเซ็นเซอร์ ซึ่งสะท้อนถึง Band 2 Partial automation
องค์กรที่พัฒนาไปอีกขั้นจะเข้าสู่ Band 3 Automation-oriented ซึ่งมากกว่า 80% ของระบบ Facility เป็นอัตโนมัติ แต่ยังคงแยกส่วน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และระบบปรับอากาศต่างทำงานของตัวเองโดยไม่เชื่อมโยงกัน เมื่อก้าวไปสู่ Band 4 Integrated automation ระบบเหล่านี้เริ่มทำงานร่วมกัน เช่น ระบบไฟปรับความสว่างตามแสงธรรมชาติ และระบบปรับอากาศปรับตามจำนวนคนในอาคาร แม้ยังต้องอาศัยมนุษย์เมื่อต้องตัดสินใจแก้ปัญหาความผิดปกติ แต่ก็เป็นก้าวสำคัญสู่การเชื่อมโยง
ในระดับสูงขึ้นคือ Band 5 Flexible automation องค์กรสามารถปรับ Workflow ได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มโมดูลใหม่ เช่น พลังงานหมุนเวียน หรือระบบกักเก็บพลังงาน โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างเดิม แสดงถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและสิ่งแวดล้อม จนถึงระดับสูงสุดที่ Band 6 Company-wide automation ซึ่ง Facility Automation ไม่ได้ทำงานแบบโดดเดี่ยว แต่เชื่อมโยงเข้ากับ Production และ Enterprise Automation กลายเป็นเครือข่ายอัจฉริยะ (Autonomous Networks) ที่ใช้ข้อมูลร่วมกันเพื่อการตัดสินใจแบบเรียลไทม์
การยกระดับ Facility Automation จึงไม่ใช่เพียงการลดค่าไฟหรือค่าบำรุงรักษา แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
– เพิ่มประสิทธิภาพ: ลดการสูญเสียพลังงานและทรัพยากร
– เพิ่มความปลอดภัย: ตรวจจับความผิดปกติและตอบสนองได้ทันที
– เพิ่มความยั่งยืน: ลด Carbon Footprint และสอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก
สำหรับผู้บริหารภาคเอกชน คำถามที่ต้องถามจึงไม่ใช่ว่า “ควรทำหรือไม่” แต่คือ “องค์กรของเราจะก้าวไปอยู่ใน Band ไหน และจะเริ่มเมื่อไร”
ประเมินว่าระบบ Facility Automation ขององค์กรอยู่ในระดับใด และจะก้าวไปสู่ Smart Facility อย่างไร
→ ลงทะเบียนเข้าร่วมการประเมิน i4.0 CheckUp วันนี้ https://www.nstda.or.th/i4platform/login-landing/
→ ติดต่อทีมที่ปรึกษา i4.0 Consulting เพื่อรับคำแนะนำเชิงลึก https://www.nstda.or.th/i4platform/i4-consulting/
—
ที่มา
– Forbes (2023). How Smart Facilities Are Driving the Future of Sustainable Business.
– PwC (2022). The Green Factory of the Future: Digital Solutions for Efficiency and Sustainability.
– Gartner (2023). Facility Management Automation Trends.
– BCG (2021). The Factory of the Future: Leveraging IoT and Automation for Competitive Advantage.
– Thailand i4.0 Assessment Platform, NSTDA (2022). i4.0 Readiness Assessment Manual.