เมื่อ “ศูนย์ดินปุ๋ยชุมชน” ยกระดับมันสำปะหลังอินทรีย์ด้วย “ชุดวิเคราะห์ดินแบบพกพา”

เมื่อ “ศูนย์ดินปุ๋ยชุมชน” ยกระดับมันสำปะหลังอินทรีย์ด้วย “ชุดวิเคราะห์ดินแบบพกพา”

“ดินเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการทำเกษตร ตรวจดินทำให้รู้ว่าดินขาดอะไร ต้องใส่ปุ๋ยแค่ไหน ทำให้ลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้” วินัย กระฉอดนอก ประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนบ้านร่องคันแยง ตำบลสำโรง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี สะท้อนความสำคัญของการตรวจดินที่สัมพันธ์กับต้นทุนการใช้ปุ๋ย ไม่ต่างจาก หนูนา หลวงไชย์ ประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนนาคาย ตำบลนาคาย อำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี ที่เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของชาวบ้านในพื้นที่ว่า “ชาวบ้านสนใจตรวจดินมากขึ้น เพราะเห็นแล้วว่าได้ผลผลิตเยอะ ใช้ปุ๋ยน้อยลง จากที่ใส่ปุ๋ยตามๆ กัน ก็รู้แล้วว่าต้องใส่เท่าที่พืชต้องการ ไม่ต้องลงทุนเยอะ” “การจัดการดินและปุ๋ยอินทรีย์อย่างเหมาะสม” เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์[1]ได้รับการถ่ายทอดความรู้ผ่านแปลงต้นแบบการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งให้ผลผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์เพิ่มขึ้น 1 ตันต่อไร่[2] เมื่อบวกกับราคารับซื้อที่สูงกว่ามันสำปะหลังเคมี จึงเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรให้ความสำคัญกับการจัดการดินและปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น “แต่ก่อนตรวจดินต้องส่งไปไกล กว่าจะรู้ผลก็นาน พอมี ศดปช.[3] ชาวบ้านเอาดินมาส่งตรวจ ก็รู้ผลได้เลยก่อนมาทำมันสำปะหลังอินทรีย์ เราก็ตรวจดินกันอยู่แล้ว