เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สวทช.

ลักษณะของโครงการ

      ความช่วยเหลือทางการเงินจะให้แก่ภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรม ที่มีลักษณะการดำเนินงานอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลาย ๆ อย่างร่วมกัน ดังต่อไปนี้

   • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
   • การพัฒนากระบวนการผลิต
   • การจัดตั้ง หรือปรับปรุงห้องทดลองปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
   • การสร้างเครื่องจักรต้นแบบ หรือ การทำวิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering)
   • การต่อยอดงานวิจัยภาครัฐ / มหาวิทยาลัย สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ 

คุณสมบัติของเอกชน

      เอกชนผู้เสนอโครงการที่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาสนับสนุนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ
1. เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหกรณ์การเกษตร หรือกลุ่ม การผลิตต่าง ๆ ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างน้อยที่สุดร้อยละ 51 เป็นของคนไทย
2. เป็นเอกชนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่มีประสบการณ์ที่เหมาะสม และมีขีดความสามารถทางการเงิน ทางเทคนิค และการจัดการที่จะนำผลที่ได้จากการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาไปใช้ หรือแสวงประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป
3. ไม่เป็นผู้ต้องโทษทั้งคดีแพ่งและอาญา หรืออยู่ในระหว่างการถูกฟ้อง หรือต้องคดีแพ่งหรือ อาญา อันอาจมีผลต่อความสามารถให้การดำเนินงานให้สำเร็จตามข้อผูกพันโครงการ
4. เป็นธุรกิจเอกชนขนาดเล็กหรือขนาดกลางที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 200 ล้านบาท จำนวนพนักงานเจ้าหน้าที่รวมกันทั้งหมดไม่เกิน 200 คน ในบางกรณีอาจพิจารณาให้ความสนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจเอกชนรายใหญ่ได้หากเป็นโครงการที่จะนำความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนรวม หรือนำไปสู่การพัฒนาทางเทคโนโลยีแก่เอกชนไทยขนาดเล็กต่อไป
5. ไม่เคยได้รับสนับสนุนเงินทุนเพื่อการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมจากสถาบันอื่น ๆ ในโครงการเดียวกัน

วงเงินและเงื่อนไขการสนับสนุน

   1. วงเงิน
         ให้กู้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 75 ของค่าลงทุนทั้งโครงการ และวงเงินกู้ของแต่ละโครงการจะต้องไม่เกิน 30 ล้านบาท
   2. อัตราดอกเบี้ย
         อัตราดอกเบี้ย = (อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี + 2.25) / 2
   3. ระยะเวลา
         สถาบันการเงินที่ร่วมโครงการจะเป็นผู้พิจารณากำหนดระยะเวลาให้กู้ที่เหมาะสม แต่ระยะเวลาผ่อนชำระจะต้องไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้อาจมีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับเงินกู้งวดแรก โดยระยะเวลา ดังกล่าว สถาบันการเงินอาจพิจารณากำหนดจากพื้นฐานของความเหมาะสม

ประเภทค่าใช้จ่ายในข่ายสนับสนุน

      1. เงินเดือนค่าจ้างนักวิจัย ช่างเทคนิค พนักงาน เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ และ/หรือ นักวิชาการเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องประจำโครงการ ฯลฯ ที่จัดจ้างขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะเพื่อให้ปฏิบัติงานตามโครงการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรมที่เสนอเจ้าหน้าที่นักวิจัยต่าง ๆ ที่กล่าวถึงดังกล่าวสามารถจัดจ้างได้ รวมถึงทั้งผู้ที่มีคุณวุฒิความรู้ต่ำกว่าให้ปฎิบัติงานตรงตามสาขาวิชาการที่ได้รับการฝึกฝนมา
      2. ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดหาวัสดุและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้เฉพาะการดำเนินงานตาม โครงการที่ไม่ใช่เครื่องมืออุปกรณ์ดำเนินงานเป็นประจำปกติ แต่เป็นเครื่องมืออุปกรณ์ใหม่ที่เอกชนลงทุนจัดซื้อจัดหามาเป็นครั้งแรก และจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อการดำเนินงานของโครงการเงินทุนที่ได้รับความช่วยเหลือดังกล่าว ไม่สามารถนำไปใช้หักเป็นค่าเสื่อมราคาของเครื่องมืออุปกรณ์ที่เอกชนมีใช้อยู่แล้วหรือนำไปใช้จัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ใหม่เพื่อทดแทนของเดิมที่มีอยู่แล้ว
      3. ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดจ้างที่ปรึกษา หรือใช้บริการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อดำเนิน การทางวิชาการต่าง ๆ ของโครงการ
      4. ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดฝึกอบรมความรู้วิชาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามโครงการให้แก่นักวิจัย นักวิชาการและพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำของโครงการ
      5. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย อาทิเช่น ค่าจ้างหน่วยงานวิจัยดำเนินงานบางเรื่อง ค่าซื้อเทคโนโลยี และค่าจ้างงานวิจัยสนับสนุนต่าง ๆ ฯลฯ

ประเภทค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในข่ายสนับสนุน

      1. ค่าจัดซื้อที่ดิน
      2. ค่าลงทุนสิ่งปลูกสร้าง/อาคารถาวร
      3. ค่าเงินทุนหมุนเวียน

 

 ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม : https://www.nstda.or.th/tei/download.html