โดย พงศธร กิจเวช (อัฐ)
Facebook: คนดูดาว stargazer
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “เฟตอน (Phaeton)” เพื่อนๆ ของเฟตอนท้าเขาว่า ถ้าเฟตอนมีพ่อเป็นสุริยเทพ (เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์) จริง ก็พิสูจน์ให้พวกเราเห็นสิ
เฟตอนจึงเดินทางไปหา “ฮีลีโอส (Helios)” สุริยเทพผู้เป็นพ่อ

ภาพ The Fall of Phaeton โดย Peter Paul Rubens ประมาณปี พ.ศ. 2147-2148 (ค.ศ. 1604-1605)
ที่มาภาพ Wikipedia https://en.wikipedia.org/wiki/The_Fall_of_Phaeton_(Rubens)
“ท่านพ่อ ข้าขออะไรสักอย่างจากท่านพ่อได้ไหม?”
“เจ้าขอมาได้เลย ข้าจะให้ทุกอย่างตามที่เจ้าขอ”
“จริงๆ นะท่านพ่อ”
“พ่อเป็นเทพ พูดแล้วไม่คืนคำ”
“งั้นข้าขอขับรถม้าของท่านพ่อ พาดวงอาทิตย์ขึ้นบนท้องฟ้า พวกเพื่อนๆ ข้าจะได้เห็นว่าข้าเป็นลูกของท่านพ่อจริง ขอแค่วันเดียวเท่านั้นเองนะท่านพ่อ”
“เออ…เจ้าขออย่างอื่นเถิด ม้าทั้ง 4 ตัวนี้แข็งแรงและพยศมาก แม้แต่มหาเทพซูสยังไม่สามารถควบคุมได้”
“ท่านพ่อพูดเองว่าจะไม่คืนคำ จะให้ทุกอย่างตามที่ข้าขอ ข้าไม่ขออย่างอื่น นอกจากขอให้ข้าได้ขับรถม้าของท่านพ่อ”
ไม่ว่าฮีลีโอสจะพยายามเกลี้ยกล่อมเฟตอนให้เปลี่ยนใจอย่างไรก็ไม่สำเร็จ จึงจำใจต้องยอมให้เฟตอนขับรถม้า โดยฮีลีโอสได้สอนวิธีการบังคับรถม้า
เมื่อเฟตอนได้ขึ้นบังคับรถม้าที่มีดวงอาทิตย์ เขาไม่สามารถควบคุมรถม้าได้ รถม้าได้ขึ้นสูงเกินไป ทำให้โลกหนาวเย็น แล้วรถม้าก็ลงมาต่ำเกินไป ทำให้โลกร้อนขึ้น จนบางส่วนของทวีปแอฟริกากลายเป็นทะเลทราย และคนแอฟริกาผิวไหม้กลายเป็นผิวดำ

ภาพวาดสุริยเทพฮีลีโอส (หรืออาจเป็นเฟตอน) ขับรถม้า ศิลปะกรีก ประมาณ 430 ปีก่อนคริสตกาล
ที่มาภาพ Theoi Project https://www.theoi.com/Gallery/T17.1.html
มหาเทพซูส (Zeus) เห็นเหตุการณ์ เกรงว่าจะเกิดมหาภัยพิบัติแก่โลกมนุษย์ จึงขว้างสายฟ้ามาใส่เฟตอนเสียชีวิตร่วงหล่นตกลงมา ส่วนฮีลีโอสก็รีบเข้าไปควบคุมรถม้าพาดวงอาทิตย์ให้เคลื่อนที่กลับไปเป็นปกติ
ชาวกรีกโบราณได้สร้างรูปประติมากรรมสำริดขนาดใหญ่ของเทพฮีลีโอสที่เมืองโรดส์เรียกว่า “Colossus of Rhodes” เมื่อ 280 ปีก่อนคริสตกาล ความสูง 33 เมตร จัดเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ แต่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 226 ปีก่อนคริสตกาล ทำให้พังลงมา
ชื่อเทพฮีลีโอส เป็นที่มาของธาตุฮีเลียม (helium) ซึ่งเป็นธาตุที่ค้นพบที่ประเทศอินเดียตอนเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) เรียกว่า “The King of Siam’s eclipse” เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณการเกิดอย่างแม่นยำไว้ล่วงหน้า 2 ปี และเสด็จทอดพระเนตรที่บ้านหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่มาของวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ชาวโรมันเรียกเทพฮีลีโอสว่า “ซอล (Sol)” คำนี้ในภาษาละตินหมายถึงดวงอาทิตย์ด้วย และเป็นที่มาของคำศัพท์ที่ขึ้นว่า solar เช่น solar cell (เซลล์สุริยะ หรือ เซลล์แสงอาทิตย์), solar system (ระบบสุริยะ), solar eclipse (สุริยุปราคา) ฯลฯ
ในศาสนาฮินดูเรียกเทพแห่งดวงอาทิตย์ว่า สุริยะ หรือ สูรยะ (Surya) ประทับบนรถม้า 7 ตัว หมายถึง 7 วันในสัปดาห์
ภาษาไทยเวลาใช้คำว่า “พระอาทิตย์” จะมีความหมายเกี่ยวกับเทพเจ้า ถ้าเป็นทางวิชาการดาราศาสตร์นิยมใช้ว่า “ดวงอาทิตย์” มากกว่าพระอาทิตย์
ดวงอาทิตย์ (Sun) เป็นที่มาของวันอาทิตย์ (Sunday) เป็นดาวที่สำคัญที่สุดสำหรับโลก เพราะเป็นแหล่งพลังงานและแสงสว่างให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลก ถ้าไม่มีดวงอาทิตย์ก็จะไม่มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลก
ดวงอาทิตย์มีลักษณะเป็นดาวฤกษ์ (star) มีแสงสว่างในตัวเอง ต่างจากดาวเคราะห์ (planet) ที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง แสงของดวงอาทิตย์เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ หรืออาจกล่าวว่าดวงอาทิตย์เป็นลูกไฟนิวเคลียร์ ดาวที่เราเห็นในเวลากลางคืนเกือบทั้งหมดเป็นดาวฤกษ์เหมือนดวงอาทิตย์เรา ดาวที่มองเห็นด้วยตาเปล่าที่ไม่ใช่ดาวฤกษ์ก็คือ ดาวที่เป็นชื่อวันในสัปดาห์ (ไม่นับดวงอาทิตย์) คือ ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และ ดาวเสาร์
องค์ประกอบหลักของดวงอาทิตย์เป็นไฮโดรเจน 73.46 เปอ