ทั่วไป

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ผู้กฤตยาคามี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ได้รับรางวัลมหิดลทยากร ประจำปี 2568

“กว่า 40 ปีแห่งการอุทิศตนเพื่อการวิจัยโรคเขตร้อน สู่การยกระดับสุขภาพของคนไทยและประชาคมโลก”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ผู้กฤตยาคามี นักวิจัยและอาจารย์แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเวชศาสตร์เขตร้อน ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยโรคติดเชื้อของประเทศไทย ได้รับการยกย่องด้วย “รางวัลมหิดลทยากร ประจำปี 2568” ซึ่งท่านระบุว่าเป็น “เกียรติสูงสุดในชีวิต” จากสถาบันที่ผูกพันมายาวนานกว่า 40 ปี

ภายหลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก University of Oxford ด้วยทุน Wellcome Trust ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ได้เริ่มปฏิบัติราชการที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี พ.ศ. 2528 โดยมีแรงผลักดันสำคัญจากพันธะผูกพันทางวิชาการกับ ศาสตราจารย์ ดนัย บุญนาค และได้ร่วมงานวิจัยภาคสนามกับทีมวิจัยนานาชาติ นำโดย เซอร์ นิคลัส ไวท์ (Sir Nicholas White) ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางนักวิจัยโรคเขตร้อนอย่างเต็มตัว

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ผู้กฤตยาคามี ได้กล่าวถึง การทำงานด้านโรคเขตร้อนกว่า 40 ปี โรคเขตร้อนในประเทศไทยมีความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก จากเดิมที่เป็นแหล่งชุกชุมของโรค จนกระทั่งผลงานวิจัยของทีมงานมีส่วนช่วยให้โรคต่าง ๆ ลดลงอย่างมาก เช่น มาลาเรีย เมลิออยโดสิส พยาธิใบไม้ตับ และโรคพยาธิต่าง ๆ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ผู้กฤตยาคามี ได้กล่าวถึงผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจ อาทิ งานวิจัยด้านโรคมาลาเรียที่ส่งผลให้คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มีผลงานตีพิมพ์เป็นอันดับ 1 ในเอเชียและติดอันดับโลก อีกทั้ง ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ผู้กฤตยาคามี ร่วมลงพื้นที่ทำวิจัยภาคสนาม จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อศึกษาวิธีการรักษาโรคมาลาเรียดื้อยา ซึ่งเชื้อมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา งานวิจัยนี้ช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคมาลาเรียในไทยจากปีละหลายแสนราย เหลือเพียงประมาณ 20,000 รายในปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคของการกำจัดโรคมาลาเรียให้หมดไป

ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 เมื่อปี 2565 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร และคณะ ได้เร่งดำเนินการวิจัยทางคลินิก โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมกว่า 2,000 ราย และสามารถเผยแพร่ผลงานวิจัยได้อย่างรวดเร็วกว่า 10 ฉบับ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นแนวทางการรักษาในระดับประเทศและระดับนานาชาติ รวมถึงโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ผู้กฤตยาคามี กล่าวถึงมุมมองของโรคเขตร้อนในอนาคตว่า ปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อน การอพยพย้ายถิ่นฐาน และการเดินทางที่รวดเร็ว จะทำให้โรคระบาด (Pandemic) ยังคงเป็นปัญหาของโลก โดยเฉพาะกลุ่มโรคติดเชื้อไวรัสในปอดที่กำจัดได้ยากเนื่องจากติดต่อได้ง่ายและเชื้อมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา เช่น ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ซึ่งจะเกิดการระบาดใหญ่ทุก 2-4 ปี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มุ่งเน้นการวิจัยเพื่อหายาที่ดีที่สุดในการรักษา นอกจากนี้ คณะเวชศาสตร์เขตร้อนยังมีงานวิจัยด้านอื่น ๆ ที่เป็นจุดแข็ง เช่น โรคติดติดต่อที่เกิดจากการท่องเที่ยว การพัฒนาวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนไข้เลือดออก และวัคซีน HIV โรคพยาธิ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ผู้กฤตยาคามี กล่าวถึงหลักการทำงานว่า การมีทัศนคติเชิงบวก (Positive Thinking) ต่อทุกงาน และไม่ปฏิเสธโอกาสที่เข้ามา การให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกระดับ การทำงานอย่างมีความสุข และการทำงานวิจัยเป็นทีมที่เน้นคุณภาพระดับสากล ในฐานะที่เป็นอาจารย์แพทย์มีความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยเป็น Medical Hub อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของประเทศในสาขาการแพทย์ และติดอันดับ 201-250 ของโลก ซึ่งมีความโดดเด่นในทุกสาขา ไม่ใช่เพียงแค่โรคเขตร้อนเท่านั้น

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. แพทย์หญิงศศิธร ผู้กฤตยาคามี ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงการได้รับรางวัล มหิดลทยากร ประจำปี 2568 ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต เนื่องจากมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสถาบันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี และมีวัฒนธรรมที่งดงาม ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า ครู และข้าราชการ ปฏิบัติงานที่นี่มานานกว่า 40 ปี รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของสถาบันที่ให้โอกาสและมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้

About Author