รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธนพงศ์ พันธุ์พิกุล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำประสบการณ์ทางคลินิกหรือการปฏิบัติงานการทำงานกว่า 15 ปี ในการรักษาผู้ป่วย เรียบเรียงเป็นตำราทางการแพทย์ “คลื่นเสียงความถี่สูงของหลอดเลือดส่วนปลาย” ซึ่งได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2568 ดีเด่นเฉพาะทาง (สาขาการแต่งตำรา) เพื่อยกระดับการตรวจวินิจฉัยในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งเป็นตำราทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมสำหรับนักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์

หนังสือ “คลื่นเสียงความถี่สูงของหลอดเลือดส่วนปลาย” เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดประสบการณ์ การศึกษาวิจัย ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาที่เป็นความรู้ขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มทำการตรวจ ได้แก่ ความรู้พื้นฐานของคลื่นเสียงความถี่สูงหลอดเลือดและการปรับคุณภาพของภาพสีและเส้นกราฟ ความรู้ระดับกลาง สำหรับการตรวจหลอดเลือดที่พบบ่อย ได้แก่ หลอดเลือดแดงส่วนคอ และภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึกส่วนขา ความรู้ระดับสูงสำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคหลอดเลือดและเกี่ยวข้อง สำหรับการตรวจหลอดเลือดแดงส่วนแขน หลอดเลือดดำส่วนคอและแขน หลอดเลือดฟอกไต หลอดเลือดแดงส่วนขา และหลอดเลือดดำตื้นส่วนขา ทั้งหมดถือเป็นหลอดเลือดส่วนปลาย รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธนพงศ์ พันธุ์พิกุล ได้สอดแทรกเนื้อหาที่เรียบเรียงขึ้นจากคำถามต่าง ๆ ของผู้เรียนและผู้เข้าร่วมประชุมในระหว่างที่ผู้นิพนธ์ทำการสอนหรือการบรรยาย เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ เห็นภาพตามคำบรรยาย และสามารถนำไปปฏิบัติเองได้จริง

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธนพงศ์ พันธุ์พิกุล ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงเหตุผลที่เขียนตำราเล่มนี้ โดยส่วนตัวรับผิดชอบเกี่ยวกับวิชาการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือด ซึ่งการวินิจฉัยโรคหลอดเลือด แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน 1. การตรวจเพื่อคัดกรองโรค อาจจะเป็นการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง เป็นการตรวจชนิดไม่รุกรานร่างกาย ปลอดภัยสูง สามารถทำได้ง่าย 2. หากตรวจพบความผิดปกติจากคลื่นเสียงความถี่สูงแล้วเราอาจไปยืนยันส่งการตรวจด้วย CT Scan และ MRI ต่อไป หมายถึงว่าการตรวจจะมีราคาสูงมากขึ้น ความเสี่ยงก็จะมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับปริมาณรังสีหรือการแพ้สารทึบรังสีที่ฉีดไปในตัวผู้ป่วย ในลำดับถัดไปหากผู้ป่วยต้องการทำการรักษา อาจจะมีความเสี่ยงมากขึ้น 3. การตรวจเพื่อรักษาโดยวิธีฉีดสารทับรังสีผ่านสายสวนหลอดเลือด ดังนั้น การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์ ถือเป็น “ด่านแรก” ที่มีความสำคัญที่สุด ในการช่วยคัดกรองโรค มีข้อด้อย คือ คุณภาพของภาพและการแปรผลนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ตรวจเป็นสำคัญ ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีตำราทางการแพทย์ที่มีเนื้อหาคลื่นเสียงความถี่สูงของหลอดเลือดโดยตรง
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธนพงศ์ พันธุ์พิกุล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวว่า การถ่ายทอดความรู้ผ่านตำราเล่มนี้เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเรียบเรียงเป็นตำราครอบคลุมตั้งแต่หลักการพื้นฐาน ขั้นตอนการตรวจหลอดเลือดส่วนคอ แขน และขา ไปจนถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีเดิม ก่อนจะมาเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่นำมาใช้ในปัจจุบัน สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจต่อแนวคิดของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มาจากข้อจำกัดเดิม เพื่อนำประโยชน์ที่ได้มารักษาผู้ป่วย

จุดเด่นสำคัญของตำราเล่มนี้ คือ ความตั้งใจของผู้แต่งที่ต้องการใช้ ภาพประกอบจริงจากการตรวจผู้ป่วยในโรงพยาบาลรามาธิบดีทั้งหมด เพื่อความแม่นยำทางวิชาการ ต้องใช้ระยะเวลาและประสบการณ์รวบรวมรูปภาพที่ถูกต้องตามหลักการและครบถ้วนทุกรอยโรค เพื่อให้รังสีแพทย์ แพทย์ผู้ส่งตรวจ และนักศึกษาแพทย์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง และการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธนพงศ์ พันธุ์พิกุล ได้กล่าวทิ้งท้ายในการส่งต่อแรงบันดาลใจว่า สำหรับอาจารย์แพทย์ที่ยังมีความลังเลในการแต่งตำรา อย่างที่ทราบกันดีว่าความนิยมของผู้อ่านน้อยลง ในปัจจุบันเราสามารถหาแหล่งความรู้ได้มากมาย ภายหลังจากที่ตำราได้ผลิตออกมา ผลตอบรับดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายหนังสือ 500 เล่ม ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน รวมถึงการประชุมวิชาเชิงปฏิบัติการสัญจรที่ได้จัดอบรม 4 ครั้ง มีผู้สนใจเข้ารับการอบรมมากกว่า 400 คน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย จึงอยากเชิญชวนให้อาจารย์เขียนตำราเพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ในการเรียน การสอน การวิจัย ต่อยอดสู่นวัตกรรมและการส่งต่อความรู้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธนพงศ์ พันธุ์พิกุล มุ่งหวังในการต่อยอดจากการแต่งตำราในครั้งนี้ เป็นการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ ช่วยให้การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดมีความสะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขของประเทศต่อไป

