บทความการเกษตรและสิ่งแวดล้อม บทความพิเศษ

ยกระดับ “บัวบกไทย” สู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่

“บัวบก” เป็นสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพสูงในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม สุขภาพ และเวชสำอาง โดยเฉพาะสารสำคัญกลุ่มเซนเทลโลไซด์ (centellosides) ที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง แต่การผลิตแบบดั้งเดิมยังมีข้อจำกัดด้านผลผลิต คุณภาพ และความสม่ำเสมอของสารสำคัญ ส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยยังต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ

ดร.กนกวรรณ รมยานนท์ ทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตบัวบกเชิงพาณิชย์แบบครบวงจร โดยรวบรวมและศึกษาบัวบกจากทั่วประเทศกว่า 169 สายพันธุ์ พร้อมทดสอบการปลูกในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ทั้งระบบปลูกแบบดั้งเดิมและระบบไฮโดรพอนิกส์ภายในโรงเรือน

ผลการศึกษาพบว่า การปลูกบัวบกด้วยระบบไฮโดรพอนิกส์ในโรงเรือนสามารถเพิ่มผลผลิตและปริมาณสารสำคัญได้สูงกว่าการปลูกแบบดั้งเดิมประมาณ 1–1.5 เท่า อีกทั้งยังช่วยให้ได้ผลผลิตที่สะอาด มีคุณภาพสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และลดการใช้แรงงาน

ทีมวิจัยยังนำเทคโนโลยี DNA Marker มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกสายพันธุ์ได้อย่างแม่นยำ จนสามารถพัฒนาบัวบกสายพันธุ์เด่น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ “ไบโอบก-143” และ “ไบโอบก-296” ที่ให้ผลผลิตสดไม่น้อยกว่า 3.5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และมีปริมาณสารสำคัญสูงถึง 75–85 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง สูงกว่าสายพันธุ์อ้างอิงที่ปลูกแบบดั้งเดิมซึ่งมีปริมาณสารสำคัญเพียง 45–50 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบปลูกแนวตั้งในโรงเรือนอัจฉริยะ พร้อมองค์ความรู้ด้านการจัดการแสง อุณหภูมิ ความชื้น ธาตุอาหาร และความหนาแน่นในการปลูก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการสะสมสารสำคัญของบัวบก ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่อเนื่องมากกว่า 10 รอบต่อปี รองรับการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพสูงในระดับอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันระบบผลิตดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร หรือ GAP (Good Agricultural Practice: รหัสรับรอง กษ 03-3502-21-361-000001) ซึ่งพร้อมต่อยอดสู่ระบบการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพสูงระดับ Medical Grade Production System (MGPS)

นอกเหนือจากการวิจัยในห้องปฏิบัติการและโรงเรือนต้นแบบ ไบโอเทคและ EECi ยังร่วมมือกับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของโปรแกรม ITAP ในรูปแบบ NSTDA Connex เพื่อนำบัวบกสายพันธุ์ “ไบโอบก-143” และ “ไบโอบก-296” ไปทดลองปลูกจริงในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แปลงเกษตรปลอดภัย โรงเรือนปลูกพืช และโรงงานผลิตพืชของเกษตรกรและผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งมีการขยายผลสู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากบัวบกในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และเวชสำอาง ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนและวิสาหกิจชุมชนหลายแห่ง สะท้อนถึงศักยภาพของงานวิจัยที่สามารถเชื่อมโยงจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สมุนไพรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

  • ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจการผลิตพืชสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ สามารถติดต่อได้ที่
    ทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร
    กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ
    ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช.
    โทรศัพท์ : 0 2564 6700
    เว็บไซต์ : www.biotec.or.th

About Author