บริการของเรา
i4.0 CheckUp
i4.0 Maturity
i4.0 Consulting
i4.0 Training
คุณต้องการให้ สวทช. ช่วยยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 ของคุณอย่างไร ?
5
ต้องการเทคโนโลยีพร้อมใช้ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ, ลดต้นทุนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่มาจาก สวทช.
ไปเลยศูนย์ข้อมูลดัชนีอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ประเทศไทย
แนวโน้มและสถิติภาพรวม
เปรียบเทียบข้อมูล


i4.0 Platform Success Story
i4.0 Platform คือคู่คิดที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
ติดตาม เรื่องราวความสำเร็จของผู้ใช้บริการ
สิทธิประโยชน์ สำหรับการลงทุนเพื่อยกระดับสู่ Industry 4.0
สิทธิประโยชน์ด้านการเงินการลงทุน สนับสนุนผู้ประกอบการสู่การแข่งขันในยุคอุตสาหกรรม 4.0
โปรแกรมเสริมแกร่งผู้ประกอบการ ปรับตัวสู่การผลิตดิจิทัล - DMA
Digital Manufacturing Advisor
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยพร้อมแข่งขันในยุคอุตสาหกรรม 4.0
Industry 4.0
Recognition Awards 2025
ทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากการ ปรับตัว i4.0 Platform คือคู่คิด ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ติดตาม เรื่องราวความสำเร็จของ ผู้ใช้บริการ
Testimonials
กนอ. ผนึกกำลัง EECi โดย สวทช.จัดงาน “I-EA-T : SMEs Growth Acceleration” เสริมแกร่งเทคโนโลยีให้ SMEs ขยายโอกาสสู่ตลาดโลก
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานสัมมนาและนิทรรศการครั้งสำคัญ “I-EA-T : SMEs Growth Acceleration : Technology Solution-Driven SMEs for Global Supply Chain”วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม เซ็นทรา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี

โอกาสนี้ ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงมาเป็นกลไกในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ในนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการปรับตัวสู่ การผลิตยุค 4.0 และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Manufacturing) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

สวทช. นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Bridging Innovation to Industry: บทบาท สวทช. ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคต” โดยระบุว่า สวทช. มุ่งทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม (Bridging Innovation to Industry)” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- Deep Tech Ecosystem การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อผลักดันการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
- Component Localization การส่งเสริมการผลิตและพัฒนาชิ้นส่วนภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าและเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมไทย
- Global Supply Chain & Competitiveness การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้สามารถรับมือกับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
เปิดประตู SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีและโซลูชันจาก สวทช.

ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และโซลูชันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับภาคการผลิต โดย ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการ MTEC สวทช. นำเสนอศักยภาพด้านนวัตกรรมและบริการวิศวกรรมขั้นสูง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบ เช่น PTEC ที่ช่วยพัฒนา ทดสอบ และยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและตอบโจทย์ตลาด

ขณะที่ ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม EECi สวทช. ถ่ายทอดแนวทางการประยุกต์ใช้ Digital, AI, Automation และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสนับสนุน SMEs สู่การผลิตแบบ Smart & Green Manufacturing

คุณสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ถ่ายทอดทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าและโอกาสของ SMEs ไทยในห่วงโซ่อุปทาน EV ขณะที่ คุณจารึก ศรีภา จากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ถ่ายทอดมุมมองและความคาดหวังของผู้ผลิตยานยนต์ต่อ SMEs ไทย เชื่อม “เทคโนโลยี – เงินทุน – สิทธิประโยชน์” ครบในเวทีเดียว
กิจกรรมยังต่อยอดสู่ Technology Matching เชื่อม SMEs กับผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของแต่ละสถานประกอบการ พร้อมหาเทคโนโลยีและโซลูชันที่เหมาะสม โดยมีเครือข่ายพันธมิตร อาทิ TABMA และ Thai Subcon ร่วมสนับสนุนการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรม
การจัดงาน “I-EA-T : SMEs Growth Acceleration” จึงเป็นความร่วมมือระหว่าง กนอ. สวทช. และพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม ที่มุ่งเปลี่ยน “เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ให้เป็น “โอกาสทางธุรกิจ” เพื่อช่วย SMEs เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และก้าวเข้าสู่ Supply Chain อุตสาหกรรมระดับโลกเป้าหมายไม่ใช่เพียงให้ SMEs “ใช้เทคโนโลยีได้” แต่ต้อง “แข่งขันได้” และเติบโต
สวทช. จัด Workshop “DX Strategy” วางกลยุทธ์พลิกโฉมโรงงานลดต้นทุน เพิ่มกำไร ติดปีกศักยภาพธุรกิจไทยให้ไร้ขีดจำกัด
(วันที่ 10 สิงหาคม 2569) ณ ห้อง 113 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) จัดกิจกรรมพิเศษนำร่องนำผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมกว่า 61 บริษัท เข้าร่วมการทำ Workshop ในหัวข้อ “DX Strategy: วางกลยุทธ์พลิกโฉมโรงงาน ลดต้นทุน เพิ่มกำไร ติดปีกศักยภาพธุรกิจให้ไร้ขีดจำกัด” มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมไทยสามารถปรับตัว เร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับระดับสากลในสภาวะตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง

โอกาสนี้ ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ. ดร.เดี่ยว กุลพิรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่าย Digital Transformation มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าธนบุรี (มจธ.) และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล มาร่วมถ่ายทอดความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริง โดยกิจกรรม Workshop ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้ร่วมคิด ร่วมสร้างแผนกลยุทธ์และเส้นทางการพัฒนา (Roadmap) ด้านดิจิทัลที่สามารถนำไปปรับใช้กับบริบทของแต่ละโรงงานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า สวทช. มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถพัฒนาตนเอง เพิ่มผลผลิต และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งจากผลการประเมินศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการ (เช่น การประเมินดัชนีความพร้อมอุตสาหกรรมไทย หรือ Thailand i4.0 Index) ที่ผ่านมาพบว่า นอกเหนือจากมิติทางด้านเทคโนโลยีที่ภาครัฐให้การสนับสนุนแล้ว โรงงานส่วนใหญ่ยังมีความต้องการยกระดับองค์กรในมิติอื่น ๆ ควบคู่กันไป โครงการนี้จึงตั้งเป้าที่จะเข้าไปช่วยเสริมแกร่งครอบคลุมทั้ง 4 มิติสำคัญ ได้แก่
1. มิติด้านองค์กร (Organization): การปรับโครงสร้างองค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และกลยุทธ์การบริหารจัดการให้ยืดหยุ่น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัล
2. มิติการดำเนินงานชาญฉลาด (Smart Operation): การนำเทคโนโลยี IoT, ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ กระทั่งลดความผิดพลาดและขยะในกระบวนการผลิต
3. มิติระบบ IT และการจัดการข้อมูล (IT System & Data Transaction): การเชื่อมโยงข้อมูลจากหน้าร้าน/หน้างานผลิตแบบ Real-time เพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจที่แม่นยำ รวดเร็ว
4. มิติการเรียนรู้ของบุคลากร (Workforce Learning): การรีสกิล (Reskill) และอัปสกิล (Upskill) พนักงานทุกระดับให้เข้าใจระบบดิจิทัล และสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สวทช. ขอแสดงความยินดีและชื่นชมผู้ประกอบการทุกท่านที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มขันจนได้เป็น 1 ใน 61 บริษัทนำร่องในครั้งนี้ การที่ทุกท่านเสียสละเวลามาร่วมทำ Workshop ตลอดระยะเวลา 2 วันเต็ม (10–11 สิงหาคม) ถือเป็นสิ่งยืนยันถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความมุ่งมั่นในการยกระดับองค์กรให้พร้อมรับมือกับยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล เพราะในปัจจุบันการบริหารโรงงานให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้จบอยู่แค่การลดต้นทุนหรือเพิ่มกำลังการผลิตแบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่คือการปฏิรูปกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
สำหรับสิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการ Workshop ครั้งนี้ ได้แก่
• แผน Roadmap ที่ใช้ได้จริง: ได้รับแผนการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital Transformation Roadmap) ที่ออกแบบให้เหมาะกับโจทย์และงบประมาณของแต่ละโรงงานโดยตรง
• การคำนวณความคุ้มค่า (ROI): เรียนรู้วิธีการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกการลงทุนดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้จริง
• คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ: ได้รับการโค้ชชิ่งแบบใกล้ชิดจากทีมวิจัย สวทช. และอาจารย์มหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวด (Bottleneck) ในกระบวนการผลิตของตนเอง
• เครือข่ายพันธมิตร (Connection): สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมนำร่องทั้ง 61 บริษัท เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจการยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรม 4.0 หรือต้องการรับการประเมินความพร้อมและคำปรึกษาด้านเทคโนโลยีการผลิตยั่งยืน สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) สวทช. หรือช่องทางเว็บไซต์ของ สวทช. www.nstda.or.th
สนับสนุนการยกระดับภาคอุตสาหกรรมด้วยดิจิทัลเสริมศักยภาพการเเข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

คำถามที่พบบ่อย
i4.0 Platform คืออะไร ?
แพลตฟอร์มสนับสนุนการยกระดับโรงงานไทย สู่อุตสาหกรรม 4.0 โดย สวทช.
เป้าหมายของ i4.0 Platform
- ประเมินระดับความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0
- ให้คำปรึกษา วางแผน และสนับสนุนเทคโนโลยี
- เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ความสำคัญของการประเมินอุตสาหกรรม 4.0 คืออะไร?
การประเมินช่วยให้รู้สถานะองค์กร เปรียบเทียบกับมาตรฐาน และเตรียมรับสิทธิประโยชน์หากผ่านเกณฑ์
การประเมินอุตสาหกรรม 4.0 กับ i4.0 CheckUp เหมือนกันหรือไม่?
เหมือนกัน โดยมีให้เลือกทั้งแบบออนไลน์ (3 ชั่วโมง ฟรี) และลงพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญ (มีค่าใช้จ่าย)
i4 CheckUp มีวิธีสอนการบันทึกข้อมูลหรือไม่ อย่างไร ?
คุณสามารถเรียนรู้ได้ผ่านสื่อออนไลน์ที่ปรากฏในเว็บไซต์นี้เช่น
- การเรียนรู้การใช้งานออนไลน์หรือหลักสูตรต่าง ๆ https://www.nstda.or.th/i4platform/i4-training/
- การเรียนรู้การใช้งานและระบบ https://www.nstda.or.th/i4platform/i4-0-checkup/pages
- การเรียนรู้ผ่านข้อมูลที่ทาง i4 Platform connubuty เช่น เพจ , tiktok
ใครบ้างสามารถประเมินหรือเข้าร่วมกับ i4.0 Platform ได้ ?
ผู้ประกอบการ โรงงาน ที่มีเลข โรงงาน สนใจยกระดับอุตสาหกรรมและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ภาครัฐต่าง ๆ โดยมีนวัตกรรมของ สวทช. ร่วมเป็นส่วนสนับสนุน หรือ ผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานระบบ i4.0 Platform
มีค่าใช้จ่ายใดๆ หรือไม่ ?
i4.0 Platform ไม่มีนโยบายเก็บเงิน ปัจจุบันเป็นการสนับสนุนภาคอุตสหากรรมและกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบใช้งานฟรี พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ















