SEMINAR

การปรับตัวของเกษตรกรในการปลูกข้าวในสภาวะ Climate change

27 เมษายน 2569
9:00 – 12:00 น.
ห้อง CC-305 อาคารศูนย์ประชุมฯ , อาคาร CC (ตึก 14)
วิทยากรและผู้ดำเนินรายการ
  • ดร.มีชัย เซี่ยงหลิว
  • ดร.ธีระ ภัทราพรนันท์
  • ดร.นพดล คีรีเพ็ชร
  • คุณบุญเหลือ ฤทธิรณ
  • คุณปิยพร เศรษฐศิริไพบูลย์

 

Share

การปรับตัวของเกษตรกรในการปลูกข้าวในสภาวะ Climate change

ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติในฐานะผู้ผลิตข้าวหอมมะลิและข้าวหอมพื้นนุ่ม ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญ ของประเทศ แต่การผลิตข้าวในประเทศไทยยังประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ได้แก่

  1. ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ฝนตกไม่สม่ำเสมอ ยาวนานขึ้น ทำให้ข้าวขาดน้ำในช่วงสำคัญ
  2. น้ำท่วมฉับพลัน พายุฝนรุนแรง เกิดน้ำท่วม สร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก
  3. การระบาดของโรคและแมลง สภาพอากาศแปรปรวนเอื้อต่อการระบาด ของศัตรูพืช

ปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลให้ผลผลิตข้าวเสียหายเป็นจำนวนมาก เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงด้านอาหาร เพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ ลดต้นทุนการผลิต และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การใช้เทคโนโลยีข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่มีผลผลิตสูง ต้านทานโรค และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จึงเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับเกษตรกร การใช้พันธุ์ข้าวที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงของผลผลิตข้าวที่จะเกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) / สวทช. ได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ใหม่ ข้าวหอมพื้นนุ่ม ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง ทนน้ำท่วมฉับพลัน และมีคุณภาพการหุงต้มดี โดยใช้เครื่องหมาย ดีเอ็นเอช่วยในการคัดเลือก โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวหอมสยาม ปรับปรุงพันธุ์บนพื้นฐานพันธุ์กรรมของข้าวหอมมะลิ 105 เพื่อให้คงความหอม และลักษณะแป้งคงเหมือนข้าวหอมมะลิ 105 เพิ่มผลผลิตมากกว่าข้าวหอมมะลิ 105 ถึง 1.5 เท่า ลักษณะเด่นที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น ข้าวพันธุ์นี้ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้ลำต้นแข็งแรง ไม่ล้มง่าย มีระบบรากแน่นและลึกสามารถหาแหล่งน้ำในช่วงแล้งได้ดี ต้านทานโรคใบไหม้ ทนน้ำท่วมฉับพลัน มีรวงยาวและจำนวนเมล็ดมากกว่าสายพันธุ์อื่น ทำให้ได้ผลผลิตสูงขึ้น อีกทั้งยังมี เทคโนโลยีดิจิทัล RiceFit ระบบประเมินความเสี่ยงการปลูกข้าวในแต่ละพื้นที่และฤดูกาล เพื่อเป็นตัวช่วยให้เกษตรกรลดความเสี่ยงในการปลูกข้าวที่เกิดจาก Climate change และเทคโนโลยี Ag-TIMA เพื่อใช้แนะนำช่วงเวลาเพาะปลูกข้าวที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลดความเสี่ยงในการขาดน้ำ พัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) / สวทช.

กำหนดการ
8:30 – 9:00 น. ลงทะเบียน
9:00 – 12:00 น. เสวนาหัวข้อ “การปรับตัวของเกษตรกรในการปลูกข้าวในสภาวะ Climate change”

ดร.มีชัย เซี่ยงหลิว
นักวิจัย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotec)

  • แนวทางการเตรียมตัวเพื่อรองรับมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของ EU (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)
  • แนวโน้วของข้าวพันธุ์ใหม่จะช่วยแก้ปัญหาได้ทันต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
  • เครื่องมือในการจัดการความเสี่ยงในการปลูกข้าว

ดร.ธีระ ภัทราพรนันท์
นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)

  • ลดความเสี่ยงในการปลูกข้าวที่เกิดจาก Climate change โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล “RiceFit” ระบบประเมินความเสี่ยงการปลูกข้าวในแต่ละพื้นที่และฤดูกาล

ดร.นพดล คีรีเพ็ชร
นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) / สวทช.

  • เทคโนโลยี Ag-TIMA เพื่อใช้แนะนำช่วงเวลาเพาะปลูกข้าวที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลดความเสี่ยงในการขาดน้ำ

คุณบุญเหลือ ฤทธิรณ
กลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตข้าวอินทรีย์หอมมะลิ 105 ตำบลชุมพลบุรี อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์

  • ข้าวพันธุ์ใหม่ (ข้าวทางเลือก) ที่นำมาทดลองปลูก · ช่องทางและโอกาสในการจำหน่ายข้าวพันธุ์ใหม่

 

ผู้ดำเนินรายการ

คุณปิยพร เศรษฐศิริไพบูลย์
นักวิชาการ สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) / สวทช.

เกี่ยวกับวิทยากรและผู้ดำเนินรายการ
ดร.มีชัย เซี่ยงหลิว 
นักวิจัย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotec)
ดร.ธีระ ภัทราพรนันท์  
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ 
ดร.นพดล คีรีเพ็ชร 
นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) / สวทช.
นายบุญเหลือ ฤทธิรณ
กลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตข้าวอินทรีย์หอมมะลิ 105 ตำบลชุมพลบุรี อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
คุณปิยพร เศรษฐศิริไพบูลย์
นักวิชาการ สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) / สวทช.
หัวข้อสัมมนาอื่น ๆ