EXHIBITION

PowerCal เทคโนโลยีช่วยออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า

ติดต่อสอบถาม
ที่มาการวิจัย: 

เนื่องด้วยความต้องการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์ภายในประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่สนใจเข้าสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าทั้งรายเล็กและรายใหญ่ มีความต้องการออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้งานภายในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบส่วนใหญ่ขาดองค์ความรู้ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า โดยยังขาดความรู้ความเข้าใจในการเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสม หรือมีบุคลากรที่ไม่เพียงพอต่อการออกแบบพัฒนาขนาดกำลังของระบบขับเคลื่อนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้อุปกรณ์ที่เลือกใช้อาจจะไม่ตรงตามความต้องการใช้งานของบริษัทผู้ประกอบการ เนื่องจากการพิจารณาเพียงแค่ความเร็วใดความเร็วหนึ่งเป็นหลัก โดยไม่ได้รวมเงื่อนไขการทำงานขณะที่มีอัตราเร่ง ซึ่งผลของอัตราเร่งนี้จะส่งผลอย่างมากต่อการกำลัง ขนาดกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เลือกใช้ ทำให้เลือกขนาดของแพ็กแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ตรงตามที่ออกแบบไว้ สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้านั้นสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการใช้โปรแกรมคำนวณสำเร็จรูปที่มีราคาสูง (โปรแกรม Automotive Simulation Model ของบริษัท dSPACE มูลค่าประมาณ 3,500,000 บาท) หรือมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบระบบขับเคลื่อนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือได้ว่าส่วนงานที่ใช้งบประมาณและเวลาค่อนข้างสูง ผู้ประกอบการหลายรายที่ไม่มีองค์ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าและไม่มีเครื่องมือออกแบบและวิเคราะห์เบื้องต้น จึงได้มีการติดต่อมายังทีมวิจัย สวทช. เพื่อขอคำปรึกษาหรือว่าจ้างในการออกแบบขนาดของแพ็กแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้านั้นๆ ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงได้พัฒนาโปรแกรมออกแบบหาขนาดกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์ไฟฟ้าและขนาดของแพ็กแบตเตอรี่ขึ้น เพื่อช่วยผู้ประกอบการหรือผู้ที่มีความสนใจในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าสามารถเรียนรู้และทดลองใช้งานได้ในเบื้องต้นสำหรับระบบยานยนต์ที่ไม่ได้มีการลักษณะการขับขี่เฉพาะ ซึ่งผลการคำนวณที่ได้จากโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นได้นำมาเปรียบเทียบกับโปรแกรมสำเร็จรูป รวมทั้งผลจากการทดสอบการใช้งานจริง ซึ่งพบว่ามีความสอดคล้องกันเป็นอย่างดี

การใช้ประโยชน์:

ใช้ในการออกแบบหาขนาดกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์ไฟฟ้าและขนาดของแพ็กแบตเตอรี่แบบออฟไลน์ สำหรับสภาพการใช้งานจริง (Real Driving Cycles) รวมทั้งการคำนึงถึงความชันถนน เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานจริง และแบบออนไลน์ สำหรับการใช้งานตามลักษณะการขับขี่ตามมาตรฐาน (Standard Driving cycles) ที่นิยมใช้ในการอ้างอิงโดยทั่วไป

Share