1. ความเป็นมา
ภาคีวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย (Thailand Biomedical Engineering Consortium) ก่อปี พ.ศ. 2548 เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยีวิศวกรรมชีวการแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาทางการแพทย์และสาธารณสุข การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้วยโอกาสเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทย
สมาชิก 27 หน่วยงาน ประกอบด้วยมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และองค์กรภาครัฐและเอกชน มี สวทช. โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน
กิจกรรมหลัก ได้แก่
- แลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดยุทธศาสตร์ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์
- พัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์
- จัดกิจกรรมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ
- ขยายความร่วมมือและสร้างความร่วมมือระหว่างสมาชิกภาคีวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย
26 สมาชิกภาคีเครือข่าย
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- มหาวิทยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)
- มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- สมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
- มหาวิทยาลัยรังสิต
- มหาวิทยาลัยบูรพา
- สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
- สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
- อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
- สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

2. การพัฒนากำลังคน
ปัจจุบันมีบุคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์กว่า 838 คน ประกอบด้วย
- นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยและ สวทช. 368 คน
- อาจารย์มหาวิทยาลัย 470 คน
หลักสูตรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์รวม 31 หลักสูตร ใน 14 มหาวิทยาลัย ผู้สำเร็จการศึกษา 4,868 คน
- ปริญญาตรี 4,119 คน
- ปริญญาโท 519 คน
- ปริญญาเอก 230 คน
3. ผลงานวิจัยเด่นวิศวกรรมชีวการแพทย์
ผลงานที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมโดดเด่นในปี 2568 ได้แก่
ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ และคณะจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการออกแบบและพัฒนาต้นแบบทางวิศวกรรมอย่างสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รางวัล “นักเทคโนโลยีดีเด่น” ประเภทกลุ่ม ประจำปี 2568
ผลงาน : ชุดนวัตกรรมฟื้นฟูสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้สูงอายุ
ผลงานที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมโดดเด่น ได้แก่
Arm Booster หรือ อุปกรณ์ฝึกการทำงานของแขนแบบฝึกแขนสองข้างผ่านกลไกสะท้อนแบบสมมาตร

คุณสมบัติของผลงาน :
- เพื่อทำกายภาพบำบัดแขนแบบ Bilateral สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
- ใช้แขนข้างที่ดีที่ยังมีแรงปกติ ช่วยขยับแขนข้างที่ไม่ดีในการชักรอกที่อาศัยแขนข้างดี
- ปัญหาแขนชักรอกอยู่ที่ทำได้ทิศทางเดียวคือยกขึ้นกับยกลง ไม่สามารถกวาดไปข้างหน้าหรือข้างหลังได้ จึงออกแบบกลไกพิเศษช่วยให้สามารถเคลื่อนที่ได้หลายทิศทาง
การนำผลงานใช้ประโยชน์ : ตั้งแต่ ปี 2566 – ตุลาคม 2567 จำนวน 10 ตัว ผู้ได้ประโยชน์ มากกว่า 300 ครอบครัว ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ มากกว่า 15 ล้านบาท
ผลตอบแทนทางสังคมรวม Social Return on Investment (SROI) :58.50 ล้านบาท
การออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเดินแบบมีระบบพยุงน้ำหนักบางส่วน : Space Walker

คุณสมบัติของผลงาน :
- อุปกรณ์ช่วยฝึกเดินสำหรับผู้ป่วยหลังกายภาพบำบัด รวมถึงผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางการเดินจากโรคหลอดเลือดสมอง, บาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง, กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกเดิน สร้างความมั่นใจและกล้าที่จะเดิน
- ลดภาระการบาดเจ็บของผู้ดูแล ประสิทธิภาพการกายภาพบำบัดสูง ราคาเข้าถึงได้
- เทคโนโลยีมีระบบกลไกพยุงน้ำหนักคนไข้ระหว่างเดิน ระบบป้องกันการหกล้ม ระบบช่วยยกขา และออกแบบมาให้เหมาะกับการฝึกที่บ้าน และโรงพยาบาล
การนำไปใช้ประโยชน์ : ตั้งแต่ ปี 62 – ต.ค. 66 จำนวน 452 ตัว จำนวนผู้ได้ประโยชน์ มากกว่า 50,000 ครอบครัวลดการนำเข้าจากต่างประเทศ มากกว่า 2,250 ล้านบาท
ผลตอบแทนทางสังคมรวม Social Return on Investment (SROI) : 16,834 ล้านบาท
ดร.เดือนเพ็ญ จาปรุง และคณะวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ / สวทช.
“นักเทคโนโลยีดีเด่น” ประเภทกลุ่ม ประจำปี 2568 (รองชนะเลิศ)
ผลงาน : เทคโนโลยีการตรวจอัลบูมินในปัสสาวะเพื่อคัดกรองโรคไตอย่างรวดเร็ว

คุณสมบัติของผลงาน : ชุดตรวจอัลบูมินเป็นเครื่องมือแพทย์แบบ Home use ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ใช้ตรวจคัดกรองอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ
- เพื่อวัดความผิดปกติของโรคไตวายเรื้อรัง สามารถอ่านผลด้วยตาเปล่า ชุดตรวจมีค่าการวัดระดับโปรตีนอัลบูมินที่ (cut-off) 20 µg/ml คือวัดโปรตีนที่หลุดออกมากับปัสสาวะในปริมาณที่น้อยมาก
- ชุดตรวจมีความไว ความจำเพาะ และความแม่นยำสูง ชุดตรวจอาศัยหลักการจับกันแบบจำเพาะ (Competitive immunochromatography) ใช้ปัสสาวะเพียง 3-4 หยด และแสดงผลผ่านแถบสีภายใน 5 นาทีสามารถตรวจและทราบผลด้วยตนเอง
การต่อยอดและขยายผล
- ร้านขายยาฟาสซิโนกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ
- ร้านขายยากรุงเทพ 87 สาขา ในกรุงเทพ
- ร้านขายยา 11 แห่ง ในจังหวัด เชียงใหม่
ผลตอบแทนทางสังคมรวม
- ปี 2568 มีประชาชนรับประโยชน์ 10,456 คน และหน่วยงานที่นำไปใช้ 215 หน่วยงาน
- สร้างมูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม 568 ล้านบาท
4. ผลงานเด่นด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์
1. เข็มขนาดไมโครเมตรชนิดของแข็ง (เทคโนโลยีไมโครนีเดิล)
- ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ได้แก่
- การทดสอบภูมิแพ้ผ่านผิวหนัง
- การเก็บตัวอย่างของไหลระหว่างเซลล์ใต้ผิวหนัง
- การนำส่งสารและแสงผ่านผิวหนัง
- แพลตฟอร์มนาโนพอร์สำหรับการตรวจวัดสิ่งบ่งชี้ทางชีวภาพ
2. ระบบฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองด้วย brain-computer interface (มหาวิทยาลัยมหิดล)
เป็นระบบเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) โดยการให้ผู้ป่วยสังเกตวิดิโอการเคลื่อนไหว (action observation) และจินตนาการการเคลื่อนไหว (motor imagery) ทำการวัดสัญญาณสมองขณะจินตนาการ และนำไปสั่งการกระตุ้นกล้ามเนื้อเป้าหมายด้วยไฟฟ้าเมื่อผู้ป่วยสามารถจินตนาการได้อย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น โดยเหมาะสำหรับทุกระยะและความรุนแรงของโรค สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมาก และมีผลการรักษาที่คงอยู่ในระยะยาว

5. แผนการดำเนินงานระยะต่อไป
- จัดประชุมสร้างความร่วมมือในภาคีฯ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย
- ผลักดันผลงานในด้านต่างๆ ได้แก่
- การแข่งขันในเวทีนานาชาติ
- การประยุกต์กับประชาชน
- การสร้างมาตรฐานสินค้าเพื่อการรับรองมาตรฐาน
- การนำผลงานวิจัยขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยและบัญชีสิ่งประดิษฐ์ไทย
- พัฒนาผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงผ่านบริษัทและ Startup
- สนับสนุนให้เกิดกลไกการพัฒนาผลงาน/นวัตกรรมให้เกิดความยั่งยืนผ่านโครงการ NSTDA DeepTech Acceleration Platform เพื่อสนับสนุนการทำมาตรฐาน การวางแผนธุรกิจ และการจัดการเงินของบริษัทเพื่อการเป็น Startup
- ร่วมผลักดันให้นักศึกษาภายใต้ภาคีวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทยส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าประกวดในเวทีต่าง ๆ ที่เครือข่ายภาคีมีส่วนร่วม เช่น งานประชุมวิชาการ i-CREATe






