EXHIBITION

เทคโนโลยีควบคุมโรคระดับประเทศ

ติดต่อสอบถาม
ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และประเมินผล (SPE)
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
คำบรรยายผลงานโดยย่อ

INTERVAC ระบบการออกหนังสือรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโรค เพื่อการเดินทางระหว่างประเทศ เน้นความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกของประชาชนในรูปแบบดิจิทัลที่มีระบบการปกป้องข้อมูลการฉีดวัคซีนของประชาชนด้วยเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยต่างๆ เช่น Digital Signature ที่สามารถยืนยันแหล่งข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นว่าข้อมูลไม่ถูกแก้ไข (Data Integrity) และ Cryptography เพื่อเข้ารหัสลับข้อมูล (Data Confidentiality) เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำการบันทึกข้อมูลการฉีดวัคซีนและประชาชนที่เข้ารับบริการ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายทั้งภาคสาธารณสุขและการท่องเที่ยว ในการเฝ้าระวัง ประเมินความเสี่ยง และจัดการโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากการเดินทางและการท่องเที่ยว

คุณลักษณะและการใช้งาน
  • สามารถขอใบรับรองผ่านแอพ “หมอพร้อม” 
  • สามารถออกใบรับรองการฉีดวัคซีนแบบกระดาษ (เล่มเหลือง) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้เดินทางสามารถเลือกใช้งานได้ตามสะดวก
  • ปลายทางสามารถตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูล โดยการสแกน QR Code ภายในระยะเวลาเพียง 3 วินาที
ที่มาของงานวิจัย

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับกรมควบคุมโรค ได้พัฒนาระบบจัดการ COVID-19 Vaccine Passport หรือเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19 เพื่อการเดินทางระหว่างประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศทุกคนสามารถขอ Vaccine Passport ผ่านระบบ INTERVAC นี้ในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” โดย ระบบ INTERVAC ถูกออกแบบให้มีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ด้วยรหัสการเข้าข้อมูลแบบ Public Key ที่ได้รับการรับรองโดย Certificate Authority (CA)  สามารถออกหนังสือรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโรคเพื่อการเดินทางระหว่างประเทศ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ มีความถูกต้องน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยประชาชนสามารถขอรับบริการผ่านโทรศัพท์สมาร์ตโฟน และบันทึกหนังสือรับรองเป็นไฟล์เอกสาร PDF หรือรูปภาพไว้ในโทรศัพท์หรืออีเมลได้ เพื่อความสะดวกในการใช้เดินทางระหว่างประเทศ

INTERVAC ไม่ได้เพียงแต่จัดการข้อมูลการฉีดวัคซีน COVID-19 เท่านั้น แต่ระบบได้มีการออกแบบรองรับการเดินทางระหว่างประเทศในกิจการอื่นๆ เช่น การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยออกใบรับรองการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น 4 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 โรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคไข้หวัดใหญ่ และไข้เหลือง โดยใช้ระบบ INTERVAC ในการออกหนังสือรับรองการได้รับวัคซีน โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลแล้วจะสามารถพิมพ์สมุดเล่มเหลืองได้ทันที พร้อมทั้งใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ QR Code เพื่อให้เกิดความสะดวกกับผู้เดินทาง

จุดเด่น/ประโยชน์ของเทคโนโลยี 
  • สามารถยืนยันแหล่งที่มาของข้อมูลด้วย Public Key ที่ได้รับการรับรองโดย Certificate Authority (CA) ที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ปลายทางที่เป็นต่างประเทศเชื่อมั่นได้ว่าข้อมูลนี้มาจากกรมควบคุมโรคจริง
  • สามารถตรวจสอบได้ว่าข้อมูลการฉีดวัคซีนถูกต้องจริง ไม่เคยถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต 
  • มีการเชื่อมต่อกับข้อมูลกับหน่วยงานสาธารณสุขและกรมการกงสุล
  • มีการออกแบบใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ภาพประกอบ
วิจัยพัฒนาโดย
  •  ทีมวิจัยความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ(SEC)
  • กลุ่มวิจัยการสื่อสารและเครือข่าย(CNWRG)

คำบรรยายผลงานโดยย่อ

TRCBAS พัฒนาขึ้นโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการรู้จำลายม่านตา (Iris Recognition) ร่วมกับการรู้จำใบหน้า (Face Recognition) เนื่องจากลายม่านตาเป็นชีวมิติที่มีความเป็นเอกลักษณ์สูง คงทน และปลอมแปลงได้ยาก จึงเหมาะสำหรับการพิสูจน์ตัวตนโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเอกสารแสดงตน

ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อลงทะเบียนประชากรข้ามชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้อพยพหนีภัยสงคราม คนไร้รัฐ และแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยไม่จำกัดสถานะทางกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อรองรับการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข การเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาด การบริหารจัดการงบประมาณด้านการรักษาพยาบาล ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

คุณลักษณะและการใช้งาน
  • ลงทะเบียนด้วยภาพใบหน้าและลายม่านตาเพื่อการยืนยันตัวตน และป้องกันการลงทะเบียนซ้ำซ้อน
  • เชื่อมโยงข้อมูลกับรหัสประจำตัว 13 หลัก (Health ID) ที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข
  • พิมพ์บาร์โค้ดเพื่อนำไปใช้รับวัคซีนและบริการอื่น ๆ
  • เจ้าหน้าที่สามารถดาวน์โหลดรายงานในรูปแบบ Excel เพื่อใช้ในงานปฏิบัติการและการตรวจสอบ
  • ผู้บริหารสามารถติดตาม วิเคราะห์ และวางแผนผ่านแดชบอร์ดข้อมูลสรุปแบบเรียลไทม์
  • ให้บริการ API สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ ระบบ Persona ID และ Migrant Health ID
ที่มาของงานวิจัย

TRCBAS เป็นระบบเว็บแอปพลิเคชันสำหรับลงทะเบียนและยืนยันตัวตนด้วยชีวมิติ ดำเนินงานโดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย และพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ระบบนี้เริ่มพัฒนาและนำร่องใช้งานครั้งแรกในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 โดยใช้เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า (Face Recognition) เพื่อลงทะเบียนผู้เข้ารับบริการฉีดวัคซีน ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 ได้เพิ่มเทคโนโลยีการรู้จำลายม่านตา (Iris Recognition) กับระบบ เนื่องจากลายม่านตามีความเป็นเอกลักษณ์สูง คงทน และปลอมแปลงได้ยาก ช่วยเพิ่มทั้งความแม่นยำและความรวดเร็วในการพิสูจน์ตัวตน ภายหลังการนำร่องประสบผลสำเร็จ สภากาชาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และ สวทช. ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ 3 ฝ่าย เพื่อขยายผลการใช้เทคโนโลยีพิสูจน์อัตลักษณ์จากลายม่านตาและใบหน้าไปสู่ระดับประเทศ จนเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567 กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ระบบ TRCBAS เป็น “มาตรฐานการให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว” ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2568 ต้องลงทะเบียนชีวมิติผ่านระบบ TRCBAS ควบคู่กับการรับใบรับรองสุขภาพจากสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนไว้

ปัจจุบันระบบ TRCBAS มีหน่วยงานสาธารณสุขใช้งานทั่วประเทศ ครอบคลุมสำนักงานควบคุมโรคเขตเมือง กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่เป้าหมาย 36 จังหวัด (อาทิ สมุทรสาคร ตาก แม่ฮ่องสอน ชลบุรี ระนอง) และโรงพยาบาลเอกชนที่ขึ้นทะเบียนให้บริการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวอีก 250 แห่ง รวมมีแรงงานต่างด้าวลงทะเบียนในระบบแล้วมากกว่า 500,000 คน

จุดเด่น/ประโยชน์ของเทคโนโลยี
  1. ดูแลกลุ่มเปราะบางตามหลักมนุษยธรรม — ช่วยให้ประชากรข้ามชาติและผู้อพยพสามารถพิสูจน์ตัวตนและเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารแสดงตน สอดคล้องกับพันธกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย 
  2. เสริมความเข้มแข็งให้ระบบสุขภาพของประเทศ — ลดปัญหาการสวมสิทธิ์ในระบบประกันสุขภาพ ลดการสูญเสียงบประมาณด้านการรักษาพยาบาล และสนับสนุนการเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดในกลุ่มประชากรที่เข้าถึงได้ยาก 
  3. ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ — เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ ช่วยรักษาอธิปไตยเหนือข้อมูลชีวมิติซึ่งจัดเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยไม่ต้องส่งข้อมูลออกนอกราชอาณาจักร 
  4. สร้างมาตรฐานระดับประเทศด้านการพิสูจน์ตัวตนด้วยชีวมิติ — วางรากฐานมาตรฐานการยืนยันตัวตนด้วยลายม่านตาและใบหน้าสำหรับหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศ
ภาพประกอบ
วิจัยพัฒนาโดย
  •  ทีมวิจัยการยกระดับปัญญาประดิษฐ์ (AIM)
  • กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AINRG)
  • งานยกระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี (LTSS)
  • ฝ่ายสนับสนุนบริการและเทคโนโลยี (TSS)

Share