EXHIBITION

ระบบบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง

ติดต่อสอบถาม
1. ถอดรหัสพันธุกรรมพืชป่าชายเลนในประเทศไทย
ผู้วิจัย :  นายวันอภินันต์ นาแว
  • ตำแหน่ง : หัวหน้าทีมวิจัยจีโนมิกส์ (GERT)
  • สังกัด : ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC)
  • โทรศัพท์ : 025647000 ต่อ 71447
  • อีเมล : wanapinun.naw@biotec.or.th
ผู้วิจัย :  นางสาววาสิฏฐี คงคาชนะ
  • ตำแหน่ง : ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส
  • สังกัด : ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC)
  • โทรศัพท์: 025647000 ต่อ 71441
  • อีเมล : wasitthee.kon@biotec.or.th
2. แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับเก็บข้อมูลต้นไม้
ผู้วิจัย :  นายปัญญาวุฒิ อัมพุชินทร์
  • ตำแหน่ง : นักวิจัย
  • สังกัด : ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ Biotec สวทช.
  • โทรศัพท์ 025647000-71453
  • อีเมล: Panyavut.aum@biotec.or.th
3. Wireless Sensor Network เพื่อการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง
ผู้วิจัย : ดร.เกสร กาลจิตร์
  • ตำแหน่ง : นักวิจัย

  • สังกัด :  CAI/AINRG  NECTEC

  • โทรศัพท์ : 02-564-6900 ext. 2872

  • อีเมล: Kasorn.galajit@nectec.or.th

4. นวัตกรรมโครงสร้างและระบบป้องกันและฟื้นฟูการกัดเซาะชายฝั่ง (Coastal Fences)
ผู้วิจัย : ดร.สมประสงค์ ทองคำ
  • ตำแหน่ง : นักวิจัยวัสดุเชิงประกอบขั้นสูงและสิ่งทอนาโน
  • สังกัด : ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC)
  • โทรศัพท์ : 02 564 7100 / 0634578668
  • อีเมล: somprasong.tho@nanotec.or.th

1. ถอดรหัสพันธุกรรม: พลิกฟื้นป่าชายเลนไทยสู่ความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีจีโนม

  • ครั้งแรกของการจัดทำฐานข้อมูลจีโนมพืชป่าชายเลนไทย เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลพันธุกรรมอย่างเป็นระบบในการอนุรักษ์และฟื้นฟู
  • การปลูกป่าแบบเดิมอาจไม่ยั่งยืน หากไม่เข้าใจ “รหัสพันธุกรรม” ที่สะท้อนความเหมาะสมของพืชแต่ละชนิดกับพื้นที่ปลูก
การใช้ประโยชน์
  • โครงสร้างและองค์ประกอบยีนของจีโนม ช่วยให้เข้าใจ “กลไกการปรับตัว” ของพืชป่าชายเลนต่อสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมชายฝั่งของไทย
  • ความหลากหลายทางพันธุกรรม ช่วยประเมินความเปราะบางของชนิดพันธุ์ เฝ้าระวังการสูญเสียความหลากหลาย และจัดลำดับความสำคัญของชนิดพันธุ์ที่ควรอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน
  • ใช้องค์ความรู้นี้ประกอบการกำหนดเขตพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาพันธุ์แท้ และคัดเลือกแหล่งพันธุกรรมที่เหมาะสมสำหรับการปลูกฟื้นฟู

“เราไม่ได้เพียงปลูกป่า แต่กำลังสร้างป่าที่แข็งแรงและยั่งยืน ด้วยฐานข้อมูลพันธุกรรมที่แม่นยำ”

การเก็บตัวอย่างพืชป่าชายเลนในภาคสนาม

การเปรียบเทียบโครงสร้างจีโนมระหว่างสปีชีส์

ความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการของพืชป่าชายเลน


2. แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับเก็บข้อมูลต้นไม้

ยกระดับการจัดการข้อมูลภาคสนาม (Field Data) สู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ
ช่วยลดความผิดพลาดและขั้นตอนเอกสารในการเก็บข้อมูลภาคสนามของงานป่าชายเลนให้สามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว
  • Transitioning from Paper to Digital 
    • ผลิกโฉมการเก็บข้อมูลภาคสนาม โดยเปลี่ยนจากการจดบันทึกด้วยมือ มาใช้แอปพลิเคชัน JotForm ที่แม่นยำ สะดวกและรวดเร็ว 
  • Real-Time Biodiversity Dashboard 
    • เพื่อทราบผลความคืบหน้าในการทำงานภาคสนามได้อย่างฉับไว และนำข้อมูลนั้นไปวิเคราะห์ ประมวลผลได้ทันท่วงทีสำหรับใช้ประกอบในการวางแผนการทำงาน หรือวางกลยุทธ์
  • Proven Success in Ranong
    • ประสบความสำเร็จในแปลงทดลองขนาด 9 เฮกตาร์ ในจังหวัดระนอง และมีแผนจะขยายไปอีกหลากพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ตราด และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น

3. Wireless Sensor Network เพื่อการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง

แพลตฟอร์ม AI และระบบเซนเซอร์เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งแบบ Real-time

ประกอบด้วย

  • ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดคลื่นและสิ่งแวดล้อม  เพื่อช่วยประเมินประสิทธิภาพโครงสร้างชะลอคลื่น 
  • วัดอุณหภูมิ ความเค็ม และความขุ่นของน้ำ เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือน “ปะการังฟอกขาว”
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งและการทับถมของตะกอนอย่างละเอียด ด้วย 3D Point Cloud
  • ระบบนับไม้ไผ่อัตโนมัติ ใช้ภาพถ่ายตรวจสอบความสมบูรณ์ของแนวรั้วไม้ไผ่ เพื่อวางแผนซ่อมบำรุงได้ทันที

4. นวัตกรรมโครงสร้างและระบบป้องกันและฟื้นฟูการกัดเซาะชายฝั่ง (Coastal Fences)

นวัตกรรมวัสดุชีวภาพสำหรับโครงสร้างชะลอคลื่นและดักตะกอนชายฝั่ง
  • ลดการกัดเซาะชายฝั่งและชะลอความรุนแรงของคลื่น: ช่วยชะลอคลื่นและลดพลังงานคลื่นก่อนถึงชายฝั่ง
  • ช่วยเพิ่มการสะสมของตะกอนในระบบนิเวศชายฝั่ง: ทำให้เกิดการสะสมของดินตามธรรมชาติ ซึ่งเอื้อต่อการฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่งและป่าชายเลน
  • เพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานของโครงสร้าง: มีสมบัติเชิงกลเหมาะสมกับการรับแรงคลื่น มีอายุการใช้งานประมาณ 10-15 ปี 
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาขยะทะเล: ช่วยลดการสะสมของขยะพลาสติกในทะเลและสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • ลดภาระการรื้อถอนโครงสร้างหลังการใช้งาน: ไม่จำเป็นต้องรื้อถอน ลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Towards Sustainable Coastal Ecosystems

ทิศทางความร่วมมือระยะ 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2569 – 2574)

“ความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ ทช. ไม่ใช่เพียงงานวิจัยเชิงวิชาการ แต่คือการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย นวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อส่งมอบทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์สู่คนรุ่นต่อไป”

2 ยุทธศาสตร์หลัก
งานวิจัยป่าชายเลนและบลูคาร์บอน (Blue Carbon)

เทคโนโลยีป้องกันระบบนิเวศชายฝั่ง

4 กลไกขับเคลื่อนความสำเร็จ
Data-Driven Decision

บูรณาการข้อมูลวิทยาศาสตร์สู่การตัดสินใจเชิงพื้นที่ที่แม่นยำ

Smart Monitoring

ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเฝ้าระวังภัยคุกคามสิ่งแวดล้อมแบบ Real-time

Nature-based Innovation

ต่อยอดนวัตกรรมที่กลมกลืนกับระบบนิเวศ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

Capacity Building

ยกระดับศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วน

Share