ที่มา ข้อมูลเบื้องต้น ความสำคัญของปัญหา
- ที่มาและข้อมูลเบื้องต้น: อุปกรณ์ UR-OEE ถูกออกแบบมาเพื่อวัดค่าประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE: Overall Equipment Effectiveness) โดยคำนวณจาก 3 ปัจจัยหลักคือ A (Availability – ความพร้อมใช้งาน), P (Performance – ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง), และ Q (Quality – คุณภาพ)
- ความสำคัญของปัญหา:
- ในกระบวนการผลิตมักเกิด “6 ความสูญเสียหลัก” (6 Big Losses) เช่น เครื่องจักรเสีย (Breakdown), การตั้งค่าเครื่องนาน (Setup), การหยุดเล็กน้อย (Minor Stoppage), ความเร็วตก (Reduced Speed),
ของเสีย (Defect), และความสูญเสียช่วงเริ่มเดินเครื่อง (Start-up loss) - ปัญหาของการเก็บข้อมูลแบบเดิม (Traditional OEE): มักใช้การจดบันทึกด้วยมือ (Manual data collection) ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดจากคน (Human error) และการคำนวณผลมักทำรายสัปดาห์หรือรายเดือน ทำให้ล่าช้าในการแก้ไขปัญหา (Delay in corrective action)
- ทางออก (Real-time OEE): ระบบ UR-OEE เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลอัตโนมัติ คำนวณผลได้ทันที (Real-time) ทำให้ไม่มีความผิดพลาดจากการจดบันทึกและสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
สรุปและจุดเด่นเทคโนโลยี
- ฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงรองรับการวัดค่า OEE ได้สูงสุดถึง 5 เครื่องจักร (Multiple-OEE Support): มี Digital Inputs ถึง 15 ช่อง และ Counter 10 ช่อง (ทั้งแบบ Isolated และ Non-isolated) รองรับการนับสัญญาณความเร็วสูง
- รองรับตารางการผลิตแบบหลายโมเดล (Multi-Model Scheduling): สามารถตั้งค่าตารางการผลิตเช่น เวลา start, stop, setup, และ break รวมถึงค่า target ของทั้งสัปดาห์ โดยระบุโมเดลการผลิตแตกต่างกันได้
- การแสดงผลหลากหลายช่องทาง (Multi-platform Monitoring): สามารถดูข้อมูลผ่าน Dashboard ได้ทั้งบนตัวอุปกรณ์ (On-device), บนระบบ Cloud (เช่น NETPIE, Grafana, Thingsboard), และผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (Mobile App) ทั้ง Android และ iOS
- การเชื่อมต่อที่ครบครัน (Connectivity): รองรับโปรโตคอล MQTT (ทั้ง Client และ Broker), รองรับการเชื่อมต่อผ่าน LAN และ WiFi รวมถึงสามารถแจ้งเตือนผ่าน LINE Messaging และ Telegram ได้
- รองรับอุปกรณ์เสริมเพื่อความสะดวก (Peripheral Support): สามารถต่อ Barcode Scanner เพื่อใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น การระบุสาเหตุเครื่องจักรเสีย (Breakdown reasons), การเปลี่ยนรุ่นการผลิต (Model change), หรือการระบุช่วงเวลาพัก/ตั้งเครื่อง (Setup/Break) เป็นต้น
- การปรับแต่งการทำงาน (Customization): มีระบบ Low-code user program ทำให้ผู้ใช้สามารถเขียนโปรแกรมปรับแต่งเงื่อนไขการนับหรือ Logic การทำงานได้เองตามความต้องการ
- รองรับการสั่งงานแบบเสมือน (Virtual I/O and Control): ในกรณีที่ไม่ต้องการใช้ hardware I/O (เช่น ไม่สะดวกเดินสายไฟ) สามารถใช้ “Soft” I/O แทนผ่านทางโปรโตคอลสื่อสารได้ เช่น MQTT หรือการสั่งงานอื่นๆแทนการใช้ Barcode Scanner
- การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insight Analysis): ระบบคำนวณค่าต่างๆ ให้ละเอียด เช่น A, P, Q, OEE, OA, Lead/Lag, Up time, Breakdown time, Minor stop time, Setup time, Break time, Cycle time, Demand time, MTBF, MTTR, No. breakdowns, No. Minor stops, OK, NG, Target, และ Diff ซึ่งจะทำให้เห็นภาพรวมของการทำงานของเครื่องจักรได้ชัดเจน รวมถึงการสร้างไฟล์ Log เพื่อให้ Generative AI วิเคราะห์ปัญหาต่อได้
สถานภาพทรัพย์สินทางปัญญา
- อนุสิทธิบัตร เลขที่ 23194 วันที่ยื่นคำขอ 27 กันยายน 2565
สถานภาพของผลงานวิจัย
- ต้นแบบระดับ pilot scale ได้ถูกทดสอบในสภาวะทำงานจริง (TRL7)
ความร่วมมือที่เสาะหา
- เสาะหาผู้รับอนุญาตใช้สิทธิ ได้แก่ System Integrator ที่สนใจนำไปขยายผลให้โรงงานทั่วประเทศ
นักวิจัย
คุณธีรเชษฐ์ สูรพันธุ์
คุณจิรายุส ผลทิพย์
คุณคัมภีร์ สุขสมบูรณ์
ศูนย์เทคโนโลยีอิเลคทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ






