เปิดรับข้อเสนอโครงการวิจัยในอวกาศ Call for Proposals for Microgravity Experiment

โครงการ
“การทดลองในอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง”
National Space Exploration II

โดย
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


ความเป็นมา

          การสำรวจอวกาศและการศึกษาทำความเข้าใจถึงสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (microgravity) จัดเป็นรากฐานสำคัญ ซึ่งต้องการการเรียนรู้และค้นคว้าวิจัยถึงสภาวะแวดล้อมอวกาศรวมทั้งผลที่เกิดขึ้น  ทั้งนี้ในอดีตประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาทดลองในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำมากนัก และไม่มีนโยบายด้านการสำรวจอวกาศที่ชัดเจน ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติจึงได้จัดทำ (ร่าง) ยุทธศาสตร์อวกาศแห่งชาติปี 2560 – 2579 ขึ้น โดยประกอบด้วยยุทธศาสตร์ใน 7 ด้าน คือ

  1. การพัฒนากิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง
  2. กิจการอวกาศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  3. การพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ
  4. การบริหารโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของประเทศ
  5. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอวกาศ
  6. การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
  7. การพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ

          ในการดำเนินการส่วนยุทธศาสตร์ที่ 5 ให้เป็นรูปธรรมนั้น สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ สทอภ. (GISTDA) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. (NSTDA) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินโครงการทดลองในอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ระยะที่ 2 ประจำปีพ.ศ. 2561 หรือ National Space Exploration (NSE-II)  ได้รวบรวมเอาการศึกษา และการทดลองงานวิจัยในอวกาศเพื่อยกระดับงานวิจัยในประเทศ และก่อให้เกิดนวัตกรรมอวกาศ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมอวกาศมีเป้าหมาย คือ ผลการทดลองและการสำรวจอวกาศนำไปสู่การสร้างเป็นนวัตกรรมอวกาศที่มีประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ ตัวอย่างเช่น อาหาร เวชภัณฑ์ และวิชาการด้านต่างๆ ตลอดจนการเตรียมบุคลากรเพื่อออกสู่อวกาศ พัฒนานักวิจัยและบุคลากรในประเทศให้มีศักยภาพ สร้างแรงบันดาลใจและความภูมิใจแก่เยาวชน รวมถึงส่งผลให้เกิดการลงทุนอย่างยั่งยืนทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาโดยโครงการนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการสำรวจอวกาศของประเทศไทย ดังนั้นการมีความร่วมมือกับองค์กรอวกาศต่างประเทศจึงเป็นส่วนสำคัญ มีการผลักดันให้เกิดโครงการนักบินอวกาศคนไทยขึ้นไปปฏิบัติภารกิจการสำรวจและทดลองงานวิจัยในอวกาศต่อไปในอนาคต เพื่อการศึกษาต่อยอดธุรกิจอวกาศ อันนำมาซึ่งความมั่นคงยั่งยืนของประเทศสืบไป

วัตถุประสงค์

  1. สร้างแรงบันดาลใจและเพื่มความสนใจในการศึกษาด้านอวกาศแก่เยาวชนและประชาชนภายในประเทศ
  2. เพื่อการยกระดับงานวิจัยในประเทศด้านการสำรวจอวกาศและการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในสภาพแวดล้อมอวกาศโดยการประสานความร่วมมือกับองค์กรอวกาศจากต่างประเทศ
  3. เพื่อชี้ให้เห็นประโยชน์ของการวิจัยอวกาศ และให้ข้อมูลแก่นักวิจัย อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ประชาชนผู้สนใจในการสำรวจและการทดลองในอวกาศโดยประเทศชั้นนำด้านอวกาศของโลก
  4. เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรอวกาศต่างประเทศได้ให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือในการสำรวจอวกาศและการทดลองในอวกาศแก่ประเทศไทย
  5. เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุนด้านอวกาศแก่ภาครัฐภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา

การทดลองในอวกาศคืออะไร?

          ความแตกต่างสำคัญระหว่างสภาพแวดล้อมบนโลกและในอวกาศ คือ แรงโน้มถ่วง ในชีวิตประจำวันของเรานั้นพึ่งพาแรงโน้มถ่วงให้สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากมาย และทุกๆ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินการขึ้นบนโลกนั้นอยู่ภายใต้อิทธิพของแรงโน้มถ่วงเสมอ ทว่านับตั้งแต่มนุษย์มีความสามารถจะเดินทางออกสู่อวกาศ ในสภาพที่แรงโน้มถ่วงมีขนาดน้อยมากได้ทำให้เราได้รับทราบถึงปรากฏการณ์ต่างๆ ที่แตกต่างจากบนโลก เช่น ลักษณะการไหลของของไหล การก่อตัวของผลึก การเคลื่อนที่ การตอบสนองของระบบในร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนไปในสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งการพยายามศึกษาและทำความเข้าใจปรากฏการณ์เหล่านี้ได้ก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์มากมาย และนำไปสู่การสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ย้อนกลับไปแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์บนโลก

          โดยทั่วไปแล้ว งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ที่ทำบนสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำหรือในอวกาศ มักดำเนินการภายใต้ 3 พื้นที่ ดังนี้

          1. สถานีอวกาศ โดยทั่วไปแล้วสถานีอวกาศมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำการวิจัยและการทดลอง ซึ่งแบ่งได้เป็นการทดลองภายนอกสถานีอวกาศเพื่อใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมอวกาศภายนอก ไร้แรงโน้มถ่วง มีอนุภาคและรังสีต่างๆ อีกประเภทคือการทดลองภายในสถานีอวกาศซึ่งเน้นที่การศึกษาผลที่เกิดขึ้นจากการไม่มีแรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียว โดยใช้ชุดอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ภายในสถานีอวกาศสร้างความดัน อุณหภูมิ และเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหมาะสมกับการทดลองที่ต้องการ รวมถึงมีนักบินอวกาศประจำการซึ่งทำให้สามารถดำเนินการทดลองโดยใช้มนุษย์ได้ ภายในสถานีอวกาศนั้นจึงสามารถดำเนินการทดลองได้หลากหลาย

          2. Recoverable satellite เป็นดาวเทียมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทดลองในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำโดยเฉพาะ ชุดการทดลองจะถูกติดตั้งอยู่ภายใน ซึ่งดาวเทียมจะถูกวางแผนให้โคจรรอบโลกเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 10 วันหรือถึง 1 เดือน ก่อนที่จะลดระดับวงโคจรตกสู่พื้นโลก ซึ่งยังสามารถวิเคราะห์ชุดการทดลองภายหลังจากที่ตกกลับมายังโลกได้อีกด้วย เหมาะสำหรับการทดลองด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และอื่นๆ

          3. Non-recoverable satellite เป็นดาวเทียมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทดลองในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่อในระยะยาว ระดับหลายเดือนจนถึง 1 ปี แต่ไม่มีการลดระดับวงโคจรทำให้ยากที่จะดำเนินขั้นตอนการวิเคราะห์ชุดทดลองหลังจากส่งขึ้นไปแล้ว เหมาะสำหรับการทดลองประเภทวัสดุศาสตร์ การทดสอบอุปกรณ์ การทดลองด้านรีโมทเซนซิง การทดลองด้านดาราศาสตร์ และอื่นๆ


          สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญท่านที่สนใจร่วมเสนองานวิจัยไปทดลองในอวกาศกับโครงการ National Space Experiment NSE-II

ตั้งแต่วันนี้ถึง 31กรกฎาคม 2561

ลักษณะงานวิจัยที่เปิดรับข้อเสนอ

งานวิจัยวิทยาศาสตร์ที่ใช้คุณสมบัติของสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง สร้างผลการทดลองและองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากการทดลองบนโลก

ดาวน์โหลดใบสมัคร
NSE-Project-proposal-form-2018

Poster NSE2018

กรอกข้อมูลในไฟล์ใบสมัคร แล้วส่ง proposal มาทางอีเมล nse@nstda.or.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
e-mail : nse@nstda.or.th