i4Platform โดย สวทช. ร่วมชูวิสัยทัศน์ ในงาน Workshop “Driving Thai Business with AI toward Sustainability” จัดโดย หอการค้าไทย
หอการค้าไทยจัด Workshop “Driving Thai Business with AI toward Sustainability” ชู AI พลิกโฉม 5 อุตสาหกรรมไทย สู่ Smart Business อย่างยั่งยืน
หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จุดชนวนความพร้อมขยับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในงาน “Driving Thai Business with AI toward Sustainability” ยกระดับแนวคิดและทักษะยุทธศาสตร์ ผ่านการ Workshop เข้มข้นที่จะเปลี่ยนผ่าน SMEs ไทยจากแค่ “ผู้ใช้” สู่การเป็น “ผู้สร้าง” นวัตกรรม สร้างยอดขาย ลดต้นทุน และอัปสปีดขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีระดับภูมิภาค เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องสัมมนา อาคาร 5 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมพลแถวหน้าแห่งวงการ AI และอุตสาหกรรมไทย ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แชร์ประสบการณ์ตรง และชี้ทิศทางการปรับตัวอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรชั้นนำ :
- รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ประธานคณะกรรมการ Robotics and AI
- ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม (สวทช.)
- คุณขจรศักดิ์ สัมพันธ์วิเชียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีซี อินโนเวชั่น จำกัด
- ดร.มงคล สมรอบรู้ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
บริษัท โกร์แมนเอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) - ดร.มณิสรา บารมีชัย คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT)
ภายใต้แนวคิด “Driving Thai Business with AI toward Sustainability” งานสัมมนามุ่งสร้างความเข้าใจถึงบทบาทของ AI ในการยกระดับธุรกิจไทย จากการเป็นเพียง “ผู้ใช้” เทคโนโลยี สู่การเป็น “ผู้สร้าง” คุณค่าใหม่ให้กับองค์กร พร้อมเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI-Commerce และ Smart Supply Chain ของภูมิภาคอาเซียนภายใน Workshop ได้มีการนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ที่เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้แก่
- อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป
- ธุรกิจบริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง
- ธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม
- ธุรกิจค้าปลีกและการค้า
- อุตสาหกรรมเบาและการผลิตเพื่อผู้บริโภค
ผู้เข้าร่วมได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้เพื่อ เพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจ ผ่านกรณีศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการประยุกต์ใช้ AI ที่สามารถนำไปต่อยอดในองค์กรได้จริง
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแนะนำมาตรการและสิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนาศักยภาพธุรกิจ โดยผู้เข้าร่วมที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข สามารถเข้าถึงการสนับสนุนมูลค่าสูงสุดกว่า 600,000 บาทต่อกิจการ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัลและการเติบโตอย่างยั่งยืนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการร่วมกันผลักดันระบบนิเวศด้าน AI ของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “Enhancing the Competitiveness of Thailand’s Food Industry through Industry 4.0 Platforms: ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยแพลตฟอร์ม Industry 4.0”
i4Platform ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน…
.
📣📣📣 Special Food Talk 2026 ✨✨✨
📍📍📍สวทช. โดย เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) และแพลตฟอร์ม Industry 4.0 ขอเชิญผู้ประกอบการอาหาร อาจารย์ นักวิจัย และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ Special Food Talk 2026 – “Enhancing the Competitiveness of Thailand’s Food Industry through Industry 4.0 Platforms: ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยแพลตฟอร์ม Industry 4.0”
วิทยากร
– ดร. รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม สวทช.
– คุณอุ่นพงศ์ สุภัคชูกุล หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะ (IMI) กลุ่มนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMIG) สวทช.
– ดร. อัมพร โพธิ์ใย หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน (DTI) กลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม (IIARG) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช.
.
💡💡Key Points ⭐️⭐️
– แพลตฟอร์ม Industry 4.0 สวทช.: บริการและสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ
– iSmart OEE เทคโนโลยีตรวจวัดและเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต
– ACAMP การจัดทำบัญชีคาร์บอนแบบเรียลไทม์เพื่อฝ่าวิกฤตพลังงานและมุ่งสู่ Net zero
.
🎯🎯🎯 รับชมสัมมนาพร้อมกันผ่านไลฟ์สด Facebook: FoodInnopolis
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 12.00 น.
.
👉🏻👉🏻ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม คลิกที่นี่
.
ℹ️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คุณมารุต ใจหลัก
โทร. 025647000 ต่อ 71618
อีเมล: marut.jai@nstda.or.th

สวทช. จับมือพันธมิตร ยกระดับเหมืองแร่ไทยสู่ “Green Industry 4.0” มุ่งเป้าเติบโตยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
(วันที่ 26 มีนาคม 2569) ณ โรงแรม จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. และกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “ความเข้าใจข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติตามเกณฑ์อุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่เข้าใจแนวทางการยกระดับธุรกิจสู่ “เหมืองแร่สีเขียว”และ “อุตสาหกรรม 4.0” ให้เท่าทันข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคำปรึกษาเฉพาะทางจากโปรแกรม ITAP (สวทช.) ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปปรับใช้จริงในสถานประกอบการ


ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน (ITAP) สวทช.กล่าวว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดระดับสากล ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน “การยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล”
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทางด้าน โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. พร้อมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ซึ่ง สวทช. ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ ITAP ว่าสามารถสนับสนุนได้ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การวิเคราะห์ปัญหาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไปจนถึงการพัฒนาโครงการเชิงลึกรายบริษัท

![]() |
![]() |
![]() |
ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับจาก สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ แต่คือ “แนวทางที่ผู้ประกอบการจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง” ทั้งในด้านการลดต้นทุน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น ดร.นันทิยา กล่าวทิ้งท้าย
ประมวลภาพบรรยากาศในงาน
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่นี่



















































