i4.0 CheckUp
Line

กนอ. ผนึกกำลัง EECi โดย สวทช.จัดงาน “I-EA-T : SMEs Growth Acceleration” เสริมแกร่งเทคโนโลยีให้ SMEs ขยายโอกาสสู่ตลาดโลก

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานสัมมนาและนิทรรศการครั้งสำคัญ “I-EA-T : SMEs Growth Acceleration : Technology Solution-Driven SMEs for Global Supply Chain”วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม เซ็นทรา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี

โอกาสนี้ ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงมาเป็นกลไกในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ในนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการปรับตัวสู่ การผลิตยุค 4.0 และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Manufacturing) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

สวทช. นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Bridging Innovation to Industry: บทบาท สวทช. ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคต” โดยระบุว่า สวทช. มุ่งทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม (Bridging Innovation to Industry)” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ใน 3 มิติหลัก ได้แก่

  • Deep Tech Ecosystem การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อผลักดันการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
  • Component Localization การส่งเสริมการผลิตและพัฒนาชิ้นส่วนภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าและเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมไทย
  • Global Supply Chain & Competitiveness การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้สามารถรับมือกับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก

เปิดประตู SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีและโซลูชันจาก สวทช.

ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และโซลูชันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับภาคการผลิต โดย ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการ MTEC สวทช. นำเสนอศักยภาพด้านนวัตกรรมและบริการวิศวกรรมขั้นสูง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบ เช่น PTEC ที่ช่วยพัฒนา ทดสอบ และยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและตอบโจทย์ตลาด

ขณะที่ ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม EECi สวทช. ถ่ายทอดแนวทางการประยุกต์ใช้ Digital, AI, Automation และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสนับสนุน SMEs สู่การผลิตแบบ Smart & Green Manufacturing

คุณสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ถ่ายทอดทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าและโอกาสของ SMEs ไทยในห่วงโซ่อุปทาน EV ขณะที่ คุณจารึก ศรีภา จากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ถ่ายทอดมุมมองและความคาดหวังของผู้ผลิตยานยนต์ต่อ SMEs ไทย เชื่อม “เทคโนโลยี – เงินทุน – สิทธิประโยชน์” ครบในเวทีเดียว

กิจกรรมยังต่อยอดสู่ Technology Matching เชื่อม SMEs กับผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของแต่ละสถานประกอบการ พร้อมหาเทคโนโลยีและโซลูชันที่เหมาะสม โดยมีเครือข่ายพันธมิตร อาทิ TABMA และ Thai Subcon ร่วมสนับสนุนการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรม

การจัดงาน “I-EA-T : SMEs Growth Acceleration” จึงเป็นความร่วมมือระหว่าง กนอ. สวทช. และพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม ที่มุ่งเปลี่ยน “เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ให้เป็น “โอกาสทางธุรกิจ” เพื่อช่วย SMEs เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และก้าวเข้าสู่ Supply Chain อุตสาหกรรมระดับโลกเป้าหมายไม่ใช่เพียงให้ SMEs “ใช้เทคโนโลยีได้” แต่ต้อง “แข่งขันได้” และเติบโต

 

Admin Team
11 August 2026

สวทช. จัด Workshop “DX Strategy” วางกลยุทธ์พลิกโฉมโรงงานลดต้นทุน เพิ่มกำไร ติดปีกศักยภาพธุรกิจไทยให้ไร้ขีดจำกัด

(วันที่ 10 สิงหาคม 2569) ณ ห้อง 113 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) จัดกิจกรรมพิเศษนำร่องนำผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมกว่า 61 บริษัท เข้าร่วมการทำ Workshop ในหัวข้อ “DX Strategy: วางกลยุทธ์พลิกโฉมโรงงาน ลดต้นทุน เพิ่มกำไร ติดปีกศักยภาพธุรกิจให้ไร้ขีดจำกัด” มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมไทยสามารถปรับตัว เร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับระดับสากลในสภาวะตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง

โอกาสนี้ ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ. ดร.เดี่ยว กุลพิรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่าย Digital Transformation มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าธนบุรี (มจธ.) และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล มาร่วมถ่ายทอดความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริง โดยกิจกรรม Workshop ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้ร่วมคิด ร่วมสร้างแผนกลยุทธ์และเส้นทางการพัฒนา (Roadmap) ด้านดิจิทัลที่สามารถนำไปปรับใช้กับบริบทของแต่ละโรงงานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า สวทช. มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถพัฒนาตนเอง เพิ่มผลผลิต และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งจากผลการประเมินศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการ (เช่น การประเมินดัชนีความพร้อมอุตสาหกรรมไทย หรือ Thailand i4.0 Index) ที่ผ่านมาพบว่า นอกเหนือจากมิติทางด้านเทคโนโลยีที่ภาครัฐให้การสนับสนุนแล้ว โรงงานส่วนใหญ่ยังมีความต้องการยกระดับองค์กรในมิติอื่น ๆ ควบคู่กันไป โครงการนี้จึงตั้งเป้าที่จะเข้าไปช่วยเสริมแกร่งครอบคลุมทั้ง 4 มิติสำคัญ ได้แก่

1. มิติด้านองค์กร (Organization): การปรับโครงสร้างองค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และกลยุทธ์การบริหารจัดการให้ยืดหยุ่น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัล
2. มิติการดำเนินงานชาญฉลาด (Smart Operation): การนำเทคโนโลยี IoT, ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ กระทั่งลดความผิดพลาดและขยะในกระบวนการผลิต
3. มิติระบบ IT และการจัดการข้อมูล (IT System & Data Transaction): การเชื่อมโยงข้อมูลจากหน้าร้าน/หน้างานผลิตแบบ Real-time เพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจที่แม่นยำ รวดเร็ว
4. มิติการเรียนรู้ของบุคลากร (Workforce Learning): การรีสกิล (Reskill) และอัปสกิล (Upskill) พนักงานทุกระดับให้เข้าใจระบบดิจิทัล และสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สวทช. ขอแสดงความยินดีและชื่นชมผู้ประกอบการทุกท่านที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มขันจนได้เป็น 1 ใน 61 บริษัทนำร่องในครั้งนี้ การที่ทุกท่านเสียสละเวลามาร่วมทำ Workshop ตลอดระยะเวลา 2 วันเต็ม (10–11 สิงหาคม) ถือเป็นสิ่งยืนยันถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความมุ่งมั่นในการยกระดับองค์กรให้พร้อมรับมือกับยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล เพราะในปัจจุบันการบริหารโรงงานให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้จบอยู่แค่การลดต้นทุนหรือเพิ่มกำลังการผลิตแบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่คือการปฏิรูปกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
สำหรับสิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการ Workshop ครั้งนี้ ได้แก่

• แผน Roadmap ที่ใช้ได้จริง: ได้รับแผนการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital Transformation Roadmap) ที่ออกแบบให้เหมาะกับโจทย์และงบประมาณของแต่ละโรงงานโดยตรง
• การคำนวณความคุ้มค่า (ROI): เรียนรู้วิธีการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกการลงทุนดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้จริง
• คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ: ได้รับการโค้ชชิ่งแบบใกล้ชิดจากทีมวิจัย สวทช. และอาจารย์มหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวด (Bottleneck) ในกระบวนการผลิตของตนเอง
• เครือข่ายพันธมิตร (Connection): สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมนำร่องทั้ง 61 บริษัท เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจการยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรม 4.0 หรือต้องการรับการประเมินความพร้อมและคำปรึกษาด้านเทคโนโลยีการผลิตยั่งยืน สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) สวทช. หรือช่องทางเว็บไซต์ของ สวทช. www.nstda.or.th

 

Admin Team
10 August 2026

i4Platform โดย สวทช. ร่วมชูวิสัยทัศน์ ในงาน Workshop “Driving Thai Business with AI toward Sustainability” จัดโดย หอการค้าไทย

หอการค้าไทยจัด Workshop “Driving Thai Business with AI toward Sustainability” ชู AI พลิกโฉม 5 อุตสาหกรรมไทย สู่ Smart Business อย่างยั่งยืน

หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จุดชนวนความพร้อมขยับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในงาน “Driving Thai Business with AI toward Sustainability” ยกระดับแนวคิดและทักษะยุทธศาสตร์ ผ่านการ Workshop เข้มข้นที่จะเปลี่ยนผ่าน SMEs ไทยจากแค่ “ผู้ใช้” สู่การเป็น “ผู้สร้าง” นวัตกรรม สร้างยอดขาย ลดต้นทุน และอัปสปีดขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีระดับภูมิภาค เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องสัมมนา อาคาร 5 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมพลแถวหน้าแห่งวงการ AI และอุตสาหกรรมไทย ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แชร์ประสบการณ์ตรง และชี้ทิศทางการปรับตัวอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรชั้นนำ :

  • รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ประธานคณะกรรมการ Robotics and AI
  • ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม (สวทช.)
  • คุณขจรศักดิ์ สัมพันธ์วิเชียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีซี อินโนเวชั่น จำกัด
  • ดร.มงคล สมรอบรู้ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
    บริษัท โกร์แมนเอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
  • ดร.มณิสรา บารมีชัย คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
  • ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT)

ภายใต้แนวคิด “Driving Thai Business with AI toward Sustainability” งานสัมมนามุ่งสร้างความเข้าใจถึงบทบาทของ AI ในการยกระดับธุรกิจไทย จากการเป็นเพียง “ผู้ใช้” เทคโนโลยี สู่การเป็น “ผู้สร้าง” คุณค่าใหม่ให้กับองค์กร พร้อมเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI-Commerce และ Smart Supply Chain ของภูมิภาคอาเซียนภายใน Workshop ได้มีการนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ที่เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้แก่

  • อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป
  • ธุรกิจบริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง
  • ธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม
  • ธุรกิจค้าปลีกและการค้า
  • อุตสาหกรรมเบาและการผลิตเพื่อผู้บริโภค

ผู้เข้าร่วมได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้เพื่อ เพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจ ผ่านกรณีศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการประยุกต์ใช้ AI ที่สามารถนำไปต่อยอดในองค์กรได้จริง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแนะนำมาตรการและสิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนาศักยภาพธุรกิจ โดยผู้เข้าร่วมที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข สามารถเข้าถึงการสนับสนุนมูลค่าสูงสุดกว่า 600,000 บาทต่อกิจการ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัลและการเติบโตอย่างยั่งยืนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการร่วมกันผลักดันระบบนิเวศด้าน AI ของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Admin Team
21 July 2026

สวทช.- BOI กางแผนสิทธิประโยชน์ ดันโรงงานไทยสู่ อุตสาหกรรม 4.0 ขนมาตรการรัฐและสิทธิประโยชน์ทางภาษี-การลงทุน หนุนผู้ประกอบการแบบจัดเต็ม

(10 กรกฎาคม 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี จัดงานสัมมนา “สิทธิประโยชน์เพื่อการลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตสู่อุตสาหกรรม 4.0”

ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ผ่านมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ ภายในงานมีการบรรยาย หัวข้อ “มาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ”  และการบรรยาย หัวข้อ “Industrial Transformation: พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยด้วย Industry 4.0 และสิทธิประโยชน์เพื่อการลงทุน” แก่ผู้บริหารหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ NECTEC สวทช. กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำความสำคัญของการปรับตัวสู่อุตสาหกรรม 4.0

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช. กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวว่า “ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงในเวทีโลก ต้นทุนที่สูงขึ้น และความผันผวนทางเศรษฐกิจ การนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดและปัจจัยสำคัญในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”

“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สวทช. มุ่งมั่นขับเคลื่อนร่วมกับ BOI โดยใช้เครื่องมือสำคัญอย่าง Thailand i4.0 Index ซึ่งมีผู้ประกอบการสนใจเข้ารับการประเมินแล้วมากกว่า 2,200 กิจการ และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ สวทช. เพื่อการยกระดับสู่ Industry 4.0 มากกว่า 500 กิจการ ความร่วมมือที่แข็งแกร่งนี้ ผลักดันให้เกิดแผนมูลค่าการลงทุนจริงรวมแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยมีความเชื่อมั่นและตื่นตัวอย่างมาก การจัดงานในวันนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และสิทธิประโยชน์ทางภาษี ให้ผู้ประกอบการนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน” ดร.พนิตา กล่าว

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคการผลิต

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคการผลิตว่า “ในเวทีโลกปัจจุบัน ผู้ประกอบการที่ยังพึ่งพาแรงงานและเครื่องจักรแบบเดิมจะแข่งขันได้ยากขึ้น จากความท้าทายรอบด้านทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น แรงกดดันจากคู่แข่งในภูมิภาค การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และความผันผวนจากปัจจัยภายนอก การเร่งยกระดับผลิตภาพด้วยเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติและนวัตกรรม จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะกำหนดว่าใครจะอยู่รอดในเวทีการแข่งขันโลก”

“ที่ผ่านมา มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) ของ BOI ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564 – พ.ค. 2569) มีคำขอรับการส่งเสริมรวมแล้วถึง 2,062 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 206,054 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนชัดถึงความตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยที่มุ่งพลิกโฉมการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 คณะอนุกรรมการภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ยังได้อนุมัติให้การส่งเสริมอีก 17 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 1,033 ล้านบาท เพื่อหนุนนิติบุคคลไทยปรับตัวสู่ Smart Factory ใช้ AI และ Data Analytics ซึ่งความร่วมมือบูรณาการกับ สวทช. ในครั้งนี้ รวมถึงกิจกรรม Investor Clinic จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัด และสร้างรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมขั้นสูงที่โลกยอมรับอย่างยั่งยืน” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) เป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดภาระต้นทุนด้วยสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามสัดส่วนเงินลงทุน ซึ่งเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาดตั้งแต่ SMEs จนถึงรายใหญ่ โดยการสนับสนุนครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพ, การยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

อย่างไรก็ดีการบูรณาการระหว่าง BOI และ สวทช. ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินความพร้อม วางแผนลงทุน คัดเลือกเทคโนโลยี และใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเป็นรากฐานของ Ecosystem อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน BOI พร้อมจับมือ สวทช. สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในทุกมิติ ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ องค์ความรู้ และนวัตกรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนสู่ Smart Industry 4.0 ได้อย่างมั่นใจ

นายอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตน้ำมันพืช จำกัด ถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากการใช้ประโยชน์มาตรการ Industry 4.0

ด้านนายอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตน้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันพืชกุ๊ก ถ่ายทอดประสบการณ์ในหัวข้อ “เปลี่ยนเกมธุรกิจด้วย BOI ประสบการณ์จริงจากผู้ได้ประโยชน์มาตรการ Industry 4.0” ได้เผยถึงแนวทางขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จด้วยการประยุกต์ใช้มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) จากฺ BOI  โดยเน้นย้ำว่า “บุคลากร” คือฟันเฟืองสำคัญที่สุดที่ต้องได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจุดเริ่มต้นของการยกระดับองค์กร คือการสำรวจประเภทธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อศึกษามาตรการส่งเสริมที่สอดคล้องกับกิจการ ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินความพร้อมผ่านระบบ “Thailand i4.0 Index” ซึ่งเป็นเครื่องมือออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินระดับความพร้อมในการก้าวสู่ยุค Industry 4.0 ได้ด้วยตนเองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้เมื่อทราบระดับความพร้อมขององค์กรแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับกำไรและศักยภาพ เพื่อให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI ได้อย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ต้องมุ่งเน้นการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (Smart & Sustainable Industry) โดยผู้บริหารต้องลงมาเป็นผู้นำ และผลักดันให้ทุกหน่วยงานในองค์กรมีส่วนร่วม เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ Smart & Sustainable Development อย่างแท้จริง

ทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยายให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติในการยกระดับอุตสาหกรรมไทย ทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยายให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติในการยกระดับอุตสาหกรรมไทย

ประมวลภาพบรรยากาศในงาน

 

Admin Team
11 July 2026

ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “Enhancing the Competitiveness of Thailand’s Food Industry through Industry 4.0 Platforms: ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยแพลตฟอร์ม Industry 4.0”

i4Platform ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน…
.
📣📣📣 Special Food Talk 2026 ✨✨✨
📍📍📍สวทช. โดย เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) และแพลตฟอร์ม Industry 4.0 ขอเชิญผู้ประกอบการอาหาร อาจารย์ นักวิจัย และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ Special Food Talk 2026 – “Enhancing the Competitiveness of Thailand’s Food Industry through Industry 4.0 Platforms: ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยแพลตฟอร์ม Industry 4.0”
วิทยากร
– ดร. รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม สวทช.
– คุณอุ่นพงศ์ สุภัคชูกุล หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะ (IMI) กลุ่มนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMIG) สวทช.
– ดร. อัมพร โพธิ์ใย หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน (DTI) กลุ่มวิจัยไอโอทีและระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม (IIARG) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช.
.
💡💡Key Points ⭐️⭐️
– แพลตฟอร์ม Industry 4.0 สวทช.: บริการและสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ
– iSmart OEE เทคโนโลยีตรวจวัดและเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต
– ACAMP การจัดทำบัญชีคาร์บอนแบบเรียลไทม์เพื่อฝ่าวิกฤตพลังงานและมุ่งสู่ Net zero
.
🎯🎯🎯 รับชมสัมมนาพร้อมกันผ่านไลฟ์สด Facebook: FoodInnopolis
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 12.00 น.
.
👉🏻👉🏻ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม คลิกที่นี่
.
ℹ️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คุณมารุต ใจหลัก
โทร. 025647000 ต่อ 71618
อีเมล: marut.jai@nstda.or.th

Admin Team
23 June 2026

สวทช. จับมือพันธมิตร ยกระดับเหมืองแร่ไทยสู่ “Green Industry 4.0” มุ่งเป้าเติบโตยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

(วันที่ 26 มีนาคม 2569) ณ โรงแรม จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ:  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. และกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ ความเข้าใจข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติตามเกณฑ์อุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่เข้าใจแนวทางการยกระดับธุรกิจสู่ “เหมืองแร่สีเขียว”และ “อุตสาหกรรม 4.0” ให้เท่าทันข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคำปรึกษาเฉพาะทางจากโปรแกรม ITAP (สวทช.) ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปปรับใช้จริงในสถานประกอบการ

ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน (ITAP) สวทช.กล่าวว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดระดับสากล ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน “การยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล”

ทางด้าน โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. พร้อมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ซึ่ง สวทช. ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ ITAP ว่าสามารถสนับสนุนได้ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การวิเคราะห์ปัญหาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไปจนถึงการพัฒนาโครงการเชิงลึกรายบริษัท

ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับจาก สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ แต่คือ “แนวทางที่ผู้ประกอบการจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง” ทั้งในด้านการลดต้นทุน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น ดร.นันทิยา กล่าวทิ้งท้าย

ประมวลภาพบรรยากาศในงาน

 

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

Admin Team
27 March 2026