i4.0 CheckUp
Line
บริษัท ไทยซัมมิท พีเค คอร์ปอเรชั่น จํากัด
THAI SUMMIT PK GROUP

Thai Summit PK Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2532 ผ่านการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ไทยซัมมิท ออโต้พาร์ท อินดัสตรี จำกัด (ประเทศไทย) และ บริษัท เพรส โกเกียว จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ด้วยความร่วมมือดังกล่าว เรามีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดยานยนต์ในประเทศไทยและภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ที่อยู่ในแนวหน้าของโลก

Business-Related กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท พีเค เป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท และ บริษัท เพรส โกเกียว จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านชิ้นส่วนโครงสร้างยานยนต์ มีความเชี่ยวชาญในการผลิต Chassis Frame คุณภาพสูง โดยมุ่งเน้นสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมและการผลิตที่ทันสมัย จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีฐานการผลิต กระจายอยู่ภายในภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนความต้องการของลูกค้า

การดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

  • TSPK (Thai Summit PK CORPORATION LTD.) WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 1 Rayong Province (Established 21-Nov-08)
  • TSPK-L (Thai Summit PK K. Co., LTD.) Laem Chabang Industrial Estate Chonburi Province (Established 01-Jun-94)
  • TSPK-BP (Thai Summit PK Bangpakong Co., LTD.) Amata City Chonburi Industrial Estate Chonburi Province (Established 23-Apr-96)
  • TSPK-E (Thai Summit PK Engineering Co., LTD.) Laem Chabang Industrial Estate Chonburi Province (Established 01-Nov-02)

Main Products and Customer (Ford, ISUZU, MITSUBISHI MOTORS, NISSAN, HINO)

  • Chassis Frame
  • Axle Housing

ความเป็นมา บริษัท ไทยซัมมิท พีเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด มุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการผลิตที่โดดเด่นทั้งด้านคุณภาพ ความแม่นยำ และความน่าเชื่อถือ จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ โดยยังคงยึดมั่นในหลัก S, Q, D, C และแสดงความจริงใจในการดูแลลูกค้าเสมอ

ปัญหาและความท้าทาย เมื่อเห็นได้ชัดว่าการพึ่งพาแรงงานแบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตได้อีกต่อไป บริษัทจึงตัดสินใจยกระดับการดำเนินงาน ก้าวสู่การเป็น Smart Factory ผ่านแนวทางสำคัญดังต่อไปนี้

  • นำเทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Automation, QR code, RPA, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) เพื่อสร้างสายการผลิตที่ชาญฉลาดและเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง
  • ยกระดับกิจกรรมการจัดการภายในองค์กร โดยต่อยอดจากระบบ 5ส, TPM และ Core Activity สู่การดำเนินงานในรูปแบบ Smart Factory Activity เพื่อให้การปรับปรุงไม่ใช่เพียงการจัดระเบียบ แต่กลายเป็นการพัฒนาเชิงกลยุทธ์อย่างยั่งยืน
  • ติดตั้งเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ เช่น Fully Automated Machines, Robot Welding และ Robot Handling เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงาน และลดความผิดพลาดที่อาจเกิดจากการทำงานของมนุษย์
  • ออกแบบการไหลของข้อมูลและกระบวนการ (Information Flow, Process Flow, Material Flow) ให้เป็นไปอย่างราบรื่น เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพสูงสุด

โครงการ

  • Transformation จาก Lean Manufacturing เป็น Lean Automation ปี 2565
  • Transformation, Lean Maintenance และ Lean IOT Line P703 ปี 2566 – 2567

ประโยชน์ที่ได้รับ

  1. ผลการยกระดับเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 บริษัทสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในสองมิติหลัก การเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน (ปี 2566 – 2567)
    Productivity 5.5% (ประสิทธิภาพ)
    • Automation & Robot -> ลดความผิดพลาด
    • Data Analytics -> ตัดสินใจเร็วขึ้น
    • Process Flow -> เวลาผลิตสั้นลง
    • Flexibility -> ตอบสนองลูกค้าได้เร็ว
  2. Cost Reduction 21.4 MB (ลดต้นทุน)
  • ลดแรงงาน (10คน)
  • ลดของเสีย (Scrap / Rework)
  • Preventive Maintenance ลดค่าซ่อม
  • ใช้วัตถุดิบ & พลังงานคุ้มค่า