i4.0 CheckUp
Line
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) โรงงาน 8
Delta Electronics (Thailand) PCL.

ความเป็นมา

วัตถุประสงค์ : บริษัทฯก่อตั้งหน่วยงานขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อยกระดับการผลิตทั่วโลกตามวิสัยทัศน์ “มุ่งสู่ผู้ให้บริการด้านการผลิตที่ก้าวล้ำ คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ” การดำเนินงานขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่
1.การพลิกโฉมกระบวนการผลิต (Process Transformation)
2.การขับเคลื่อนเทคโนโลยี (Technology Development) และ
3.Digital Transformation Office (DTO)
ซึ่งได้ออกแบบ Digital Transformation Step – LEAD โดยอ้างอิง SIRI, EA Methodology และ Digital Governance เพื่อสร้าง Digital Blueprint ครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิต เทคโนโลยี การจัดการ และบุคลากร มุ่งสู่ Smart Factory และ Smart Green Factory ที่แข่งขันได้ในระดับโลก

แนวทางการพัฒนา : ภายใต้ทิศทางของ DTO ซึ่งเน้นการบูรณาการด้านการผลิต, อาคาร, สิ่งอำนวยความสะดวก และ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ซึ่งขับเคลื่อนด้วย 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่:

  1. ระบบอัตโนมัติ (Automation) : AOT และ OT สำหรับควบคุม และขับเคลื่อนการทำงานอย่างอัตโนมัติ
  2. ระบบการเชื่อมต่อ (Connectivity) : AIT, IoT และ MFG IT เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้รอยต่อ
  3. ระบบอัจฉริยะ (Intelligence) : ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ผนึกกำลังกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแบบจำลองเสมือนจริง (Digital Twin) เพื่อการวิเคราะห์ คาดการณ์ และยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร

นอกจากนี้ยังได้นำโซลูชั่นของเดลต้า เข้ามาร่วมใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น โซลูชั่นระบบอาคารอัตโนมัติ เช่น ระบบจัดการอาคารอัจฉริยะ (Building Management Systems), ระบบควบคุมจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก (FMCS), ระบบการจดจำใบหน้าระบุตัวตนของบุคคล (Facial Recognition), ระบบความปลอดภัยทางปัญญาประดิษฐ์ (AI Security), ระบบกล้องอ่านป้ายทะเบียนรถ (License Plate Recognition), การบูรณาการด้านซอฟต์แวร์ในสายการผลิต (Protocol and Production Line Manager Software Integration) ทำให้เดลต้าสามารถสร้างแพลตฟอร์มโรงงานสีเขียวอัจฉริยะ ที่ควบคุมกระบวนการผลิต อาคาร และพลังงานได้ครบวงจรในแพลตฟอร์มเดียว

โครงการแพลตฟอร์มโรงงานสีเขียวอัจฉริยะ

การยกระดับการผลิตมุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0 ก่อนการยกระดับ ระบบยังเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลได้เพียงบางส่วน รองรับการทำงานเพียงบางระบบ และการแสดงผลยังเป็นแบบจำลองขั้นต้น

ประโยชน์ที่ได้รับ

หลังจากการยกระดับ เดลต้าสามารถพัฒนาได้อย่างครอบคลุม ได้แก่:

  • ฮาร์ดแวร์ (Hardware) : เพิ่มการเชื่อมต่อ IoT และ การควบคุมเชิงตรรกะ (Logic Control)
  • ซอฟต์แวร์ (Software) : สามารถเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบ Real-Time
  • อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility and Building) : การตรวจสอบอัจฉริยะ (Smart Inspection) และการจัดการข้อผิดพลาด (Fault Management) เพื่อตรวจจับ แยกแยะ และแก้ไขปัญหา
  • การรักษาความปลอดภัย (Security) : สามารถติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมความปลอดภัยแบบ Real-Time โดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุน ด้วยการบูรณาการด้าน ระบบอัตโนมัติ (Automation), ระบบการเชื่อมต่อ (Connectivity) และระบบอัจฉริยะ (Intelligence) ภายใต้การทำงานของ DTO โรงงานสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างชัดเจน ดังนี้

  • การควบคุมประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency Control) : มีการควบคุมการใช้พลังงานด้วย IoT, ระบบจัดการอาคารอัจฉริยะ (BMS) และ SCADA เพื่อสนับสนุน โรงงานสีเขียวอัจฉริยะ
  • การจัดการข้อผิดพลาด (Fault Management) : ประยุกต์ใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ผนึกกำลังกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแบบจำลองเสมือนจริง (Digital Twin) เพื่อตรวจจับ และคาดการณ์ความบกพร่อง ลดการหยุดชะงักของเครื่องจักร
  • ระบบการควบคุมแบบสแตนด์บาย (Standby Control System) : ประยุกต์ใช้การควบคุมเชิงตรรกะ (Logic Control) เพื่อลดการสิ้นเปลืองของพลังงาน และยืดอายุอุปกรณ์
  • การปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency Improvement) : การเชื่อมโยงเทคโนโลยีปฏิบัติการ (Operational Technology – OT), ระบบจัดการอาคารอัจฉริยะรวมกับ SCADA และผสานกับการทำงานร่วมกับ การบูรณาการด้านซอฟต์แวร์ในสายการผลิต (Production Line Manager Software) ช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้มีการทำงานที่ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น