สวทช. จับมือพันธมิตรเปิดเวที NAC2026 ชูแนวทาง “Smart & Green Industry 4.0” เร่งยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ด้วยเครื่องมือดิจิทัลอัจฉริยะ
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ณ ห้อง SD-601 อาคารสราญวิทย์ สวทช.
สวทช. โดยศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) และเนคเทค ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรระดับประเทศ จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญในงาน NAC2026 ภายใต้หัวข้อ “เครื่องมือดิจิทัลสู่ Net Zero: จากนโยบายสู่การจัดการคาร์บอนในสถานประกอบการ” เพื่อติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างยั่งยืน

ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 สวทช. (TICB) ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรม ด้วยแนวทาง Smart & Green Industry 4.0″ โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการก้าวสู่ Net Zero ไม่ใช่เพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่คือการบูรณาการเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความยั่งยืนที่วัดผลได้จริง

สารสำคัญจากการบรรยายของ ดร.รวีภัทร์
- นิยามใหม่ของอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่ “Smart & Green” ต้องอาศัยการเก็บข้อมูลที่แม่นยำตั้งแต่ต้นทาง (Digitalization) เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์และลดการใช้พลังงานอย่างตรงจุด
- กลไก Thailand i4.0 Platform สวทช. พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์มที่ช่วยประเมินความพร้อมและวางโรดแมปการลงทุนดิจิทัล เพื่อให้การปรับตัวสู่ Green Industry เป็นไปอย่างเป็นระบบและคุ้มค่าที่สุด
- เป้าหมายเชิงรุก มุ่งหวังให้โรงงานไทยสามารถยกระดับจากระดับ 2.0-3.0 ขึ้นสู่ 4.0 พร้อมๆ กับการบรรลุเป้าหมายด้านคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะกลายเป็นกติกาใหม่ของการค้าโลกในอนาคตอันใกล้

ภาพรวมการดำเนินงานสู่ Net Zero
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเจาะลึกเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมทั้ง Ecosystem ของการจัดการคาร์บอน ได้แก่
- มาตรฐานและการรับรอง: แนวทางการเตรียม Data เพื่อให้ได้รับการรับรองธุรกิจสีเขียวจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
- Pain Points ภาคสนาม: การถอดบทเรียนและโจทย์เชิงปฏิบัติจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) เพื่อให้โรงงานปรับตัวได้ถูกทิศทาง
- Digital Solutions: การเปิดตัวแพลตฟอร์ม ACAMP (Carbon Accounting Management Platform) โดยเนคเทค และโซลูชันการจัดการข้อมูลคาร์บอนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นแผนลงมือทำ
- มุมมอง Regulator: คำแนะนำจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) เกี่ยวกับทิศทางนโยบายและแรงผลักดันระดับประเทศ
งานครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับ “นโยบาย” สู่ “การปฏิบัติ” ผ่านวงเสวนาถอดรหัสความสำเร็จจากหน่วยงานชั้นนำ อาทิ AIS, ปตท., เจริญชัยหม้อแปลง และ AWS เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็น Use Case จริงของการเปลี่ยน Workflow ให้เป็นระบบดิจิทัลเพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการคาร์บอนอย่างยั่งยืน
ประมวลภาพบรรยากาศในงาน



สวทช. จับมือพันธมิตร ยกระดับเหมืองแร่ไทยสู่ “Green Industry 4.0” มุ่งเป้าเติบโตยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
(วันที่ 26 มีนาคม 2569) ณ โรงแรม จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. และกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “ความเข้าใจข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติตามเกณฑ์อุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่เข้าใจแนวทางการยกระดับธุรกิจสู่ “เหมืองแร่สีเขียว”และ “อุตสาหกรรม 4.0” ให้เท่าทันข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคำปรึกษาเฉพาะทางจากโปรแกรม ITAP (สวทช.) ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปปรับใช้จริงในสถานประกอบการ


ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน (ITAP) สวทช.กล่าวว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดระดับสากล ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน “การยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล”
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทางด้าน โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. พร้อมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ซึ่ง สวทช. ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ ITAP ว่าสามารถสนับสนุนได้ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การวิเคราะห์ปัญหาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไปจนถึงการพัฒนาโครงการเชิงลึกรายบริษัท

![]() |
![]() |
![]() |
ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับจาก สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ แต่คือ “แนวทางที่ผู้ประกอบการจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง” ทั้งในด้านการลดต้นทุน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น ดร.นันทิยา กล่าวทิ้งท้าย
ประมวลภาพบรรยากาศในงาน
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่นี่





















