Thai School Lunch

จากความตระหนักถึงปัญหาทางด้านโภชนาการของเด็ก อันเป็นผลจากการที่นักเรียนได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและมีคุณค่าทางโภชนาการไม่เหมาะสมกับช่วงวัย ก่อให้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการวิจัยติดตามสุขภาพและรูปแบบการดำเนินชีวิต (HLM) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการพัฒนาระบบที่มีชื่อว่า “Thai School Lunch” ระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ เพื่อเป็นผู้ช่วยในการจัดสำรับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2555

Thai School Lunch (ที่มาของภาพ จากแหล่งข้อมูลรายการที่ 4)

Thai School Lunch พัฒนาต่อยอดจากโปรแกรมจัดสำรับอาหาร INMU-Schoollunch ที่ทางสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้พัฒนาขึ้น เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนสามารถจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนได้อย่างมีคุณภาพ แต่ด้วยข้อจำกัดของโปรแกรม ที่ต้องติดตั้งบนคอมพิวเตอร์และฐานข้อมูลที่ไม่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย อีกทั้งโปรแกรมยังไม่สามารถแนะนำรายการอาหารให้ผู้ใช้งานได้ รวมถึงไม่รองรับการกำหนดเงื่อนไขพิเศษ ทำให้ในการใช้งานนอกจากจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการ การคิดสำรับอาหารในแต่ละวันให้ไม่ซ้ำกันต้องใช้เวลานาน

Thai School Lunch ได้มีการนำ Big Data Analytics และ Artificial Intelligence (AI) มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อให้สามารถแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว Thai School Lunch ถูกออกแบบให้ใช้งานบนอินเทอร์เน็ต ทำให้ข้อมูลต่างๆ มีความเชื่อมโยงและได้รับการอัพเดทให้ทันสมัย และล่าสุดได้มีการพัฒนาให้เชื่อมต่อกับ KidDiary ระบบติดตามข้อมูลทางโภชนาการและพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพและภาวะโภชนาการของเด็กไทยได้อย่างครบวงจร ระบบนี้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่โรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดสรรเมนูอาหารได้อย่างหลายหลายและมีสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการ ภายในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยในการวางแผนจัดสำรับอาหารกลางวันและการจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้า โดยโรงเรียนสามารถแบ่งปันสำรับอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ได้อีกด้วย ในอีกด้านหนึ่ง Thai School Lunch ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามคุณภาพอาหารกลางวันของโรงเรียนทั่วประเทศได้ ด้านการใช้งานผู้ใช้งานสามารถสร้างเมนูอาหารได้เอง หรือให้ระบบจัดสำรับอาหารให้อัตโนมัติ โดยมีเมนูอาหารให้เลือกมากกว่า 1,000 รายการ ทั้งอาหารจานเดียว กับข้าว ของหวาน และผลไม้ โดยจะคำนวณค่าสารอาหารจากสำรับที่จัดขึ้นและแสดงผลเป็นคะแนน ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่าย นอกจากนี้ยังแสดงรายการวัตถุดิบ พร้อมคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ต้องจัดซื้อ และยังสามารถสรุปค่าใช้จ่ายโดยอิงจากราคาวัตถุดิบในแต่ละท้องถิ่น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถประมาณค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้ กลุ่มเป้าหมายหลักของ Thai School Lunch คือ สถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

Thai School Lunch (ที่มาของภาพ จากแหล่งข้อมูลรายการที่ 4)

ที่มาและการพัฒนาโครงการ (ตามลำดับเวลา)

โครงการ “Thai School Lunch” ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีล่าสุด แต่เป็นการพัฒนาที่มาจากความมุ่งมั่นระดับชาติที่มีมาอย่างยาวนานในด้านโภชนาการของเด็ก การพัฒนาของโครงการสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์จากนโยบายไปสู่โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี

  • พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987): การเริ่มต้นมาตรการอาหารกลางวันแห่งชาติ
    • รากฐานของโครงการ “Thai School Lunch” มาจากมาตรการที่มีมาอย่างยาวนานในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) เพื่อจัดหาอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ นโยบายพื้นฐานนี้เน้นย้ำถึงการตระหนักรู้ระดับชาติที่มีมาอย่างยาวนานถึงความสำคัญของอาหารกลางวันในโรงเรียน การพัฒนาเทคโนโลยีของ “Thai School Lunch” ในเวลาต่อมาจึงเป็นคำตอบที่ทันสมัยสำหรับความท้าทายในการดำเนินงานที่ยังคงมีอยู่ (เช่น การขาดความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ) ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการนำมาตรการนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดหลายทศวรรษ
  • ธันวาคม พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012): การเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Thai School Lunch”
    • เพื่อแก้ไขความท้าทายในทางปฏิบัติที่ครูมักเผชิญ ซึ่งขาดความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการในการเตรียมอาหารที่เหมาะสม หลากหลาย และอยู่ในงบประมาณ แพลตฟอร์ม “Thai School Lunch” จึงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) สิ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญจากกระบวนการแบบแมนนวลไปสู่แนวทางที่ใช้เทคโนโลยีช่วย ระบบนี้ได้รับการพัฒนาผ่านความร่วมมือระหว่างศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล การมีส่วนร่วมของทั้งศูนย์เทคโนโลยี (เนคเทค) และสถาบันโภชนาการ (มหาวิทยาลัยมหิดล) ตั้งแต่เริ่มต้นเน้นย้ำถึงลักษณะสหสาขาวิชาชีพของโครงการ เพื่อให้มั่นใจถึงความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีและความถูกต้องทางโภชนาการ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานด้านเทคโนโลยีและสถาบันโภชนาการนี้แก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างตรงจุด โดยเนคเทคให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ ในขณะที่มหาวิทยาลัยมหิดลรับรองความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ของการคำนวณทางโภชนาการและการวางแผนเมนู แนวทางบูรณาการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโซลูชันที่ทั้งเป็นไปได้ในทางเทคนิคและมีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งช่วยป้องกันแนวทางการทำงานแบบแยกส่วนที่อาจเพิ่มประสิทธิภาพในด้านหนึ่งแต่ลดทอนประสิทธิภาพในอีกด้านหนึ่ง
  • พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020): การเปิดตัว “Thai School Lunch for BMA”
    • ด้วยการตระหนักถึงความต้องการเฉพาะของสถานศึกษาในเขตเมือง ทีมวิจัยได้ขยายโครงการโดยเปิดตัว “Thai School Lunch for BMA” (สำหรับกรุงเทพมหานคร) ในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ระบบรุ่นพิเศษนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับโรงเรียน 437 แห่งภายใต้การกำกับดูแลของกรุงเทพมหานคร โดยรวมฟังก์ชันการทำงานเพิ่มเติมตามที่กรุงเทพมหานครร้องขอ เช่น ความสามารถในการวางแผนอาหารเช้าและอาหารกลางวันภายในแพลตฟอร์มเดียว และกระบวนการรายงานและการตรวจสอบที่ง่ายขึ้น การขยายนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของโครงการและการตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเฉพาะกลุ่ม ความต้องการฟังก์ชันการทำงานเพิ่มเติมของกรุงเทพมหานครบ่งชี้ถึงความสำเร็จในการนำแพลตฟอร์มหลักไปใช้งานในเบื้องต้น และความต้องการโซลูชันที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับการบริหารจัดการเมืองขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน
  • พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021): การบูรณาการการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์
    • ในการก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญ สวทช. ได้ประกาศความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อนำการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในระบบ การยกระดับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อติดตามสถานะทางโภชนาการของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้สามารถวางแผนเมนูอาหารกลางวันของโรงเรียนที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้รับการพัฒนาโดยเนคเทค-สวทช. เพื่อรวมข้อมูลจาก “คิดดีรี่” (สำหรับติดตามการเจริญเติบโตของเด็ก) และ “Thai School Lunch” โดยใช้ AI ในการคัดกรองเด็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการและแจ้งเตือนโรงเรียน การบูรณาการข้อมูลจาก “Thai School Lunch” และ “คิดดีรี่” ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการวางแผนอาหารแบบตั้งรับไปสู่การแทรกแซงด้านสุขภาพเชิงรุก แทนที่จะเพียงแค่การวางแผนอาหาร ระบบสามารถระบุเด็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการได้ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลการเจริญเติบโตของเด็กกับข้อมูลการบริโภคอาหารที่วางแผนไว้ ซึ่งช่วยให้สามารถแจ้งเตือนโรงเรียนได้อย่างทันท่วงทีเพื่อการแก้ไขปัญหา
  • ปีการศึกษา พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024): การบังคับใช้ “Thai School Lunch for Catering” และการบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์
    • ปีการศึกษา พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) ได้เห็นการปรับปรุงและขยายขอบเขตของโครงการเพิ่มเติม กรุงเทพมหานครได้กำหนดให้บริษัทจัดเลี้ยงที่จัดหาวัตถุดิบให้กับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครต้องใช้ระบบ “Thai School Lunch for Catering” ระบบนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับ “Thai School Lunch for BMA” ซึ่งช่วยให้บริษัทจัดเลี้ยงสามารถคำนวณปริมาณวัตถุดิบ สร้างใบส่งของ และอัปโหลดรูปภาพของอาหารสดที่จัดส่งได้โดยอัตโนมัติ โรงเรียนจะยืนยันการรับสินค้าทุกวัน และหน่วยงานกำกับดูแลสามารถติดตามการดำเนินงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้กับบริษัทจัดเลี้ยง ซึ่งช่วยลดเอกสารและปรับปรุงความถูกต้อง นอกจากนี้ การบูรณาการนี้ยังช่วยให้หน่วยงานต่อต้านการทุจริตสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ปีการศึกษาดังกล่าว ระบบได้ปรับปรุงเพื่อป้องกันไม่ให้ครูบันทึกข้อมูลย้อนหลัง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นแบบเรียลไทม์และถูกต้อง การป้องกันการบันทึกข้อมูลย้อนหลังทำให้มั่นใจได้ถึงความสมบูรณ์และทันเวลาของข้อมูลที่รายงาน ทำให้ยากต่อการปลอมแปลงบันทึก การบูรณาการกับบริษัทจัดเลี้ยง รวมถึงการอัปโหลดรูปภาพและการยืนยันรายวัน สร้างเส้นทางดิจิทัลที่ตรวจสอบได้และโปร่งใสตั้งแต่ซัพพลายเออร์ไปจนถึงโรงเรียน สิ่งนี้อำนวยความสะดวกโดยตรงในการกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการชำระเงิน และที่สำคัญคือช่วยให้หน่วยงานต่อต้านการทุจริตสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสได้ ระบบดิจิทัลนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องมือยับยั้งและเป็นตัวช่วยในการตรวจสอบความรับผิดชอบ

การพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องตามลำดับเวลา ซึ่งมีการเพิ่มคุณสมบัติและแพลตฟอร์มเฉพาะ เช่น “Thai School Lunch for BMA” และ “Thai School Lunch for Catering” แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การพัฒนาที่คล่องตัวและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานและขยายระบบนิเวศของโครงการ สิ่งนี้บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและการบูรณาการที่กว้างขึ้นภายในภูมิทัศน์ของบริการสาธารณะ การเพิ่มคุณสมบัติเฉพาะสำหรับกรุงเทพมหานครและบริษัทจัดเลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาความต้องการในการดำเนินงานที่แตกต่างกันและความซับซ้อนเฉพาะของผู้ใช้งานกลุ่มต่างๆ ภายในระบบนิเวศที่ซับซ้อน ซึ่งรวมถึงโรงเรียน การบริหารส่วนท้องถิ่น และผู้จัดหาอาหาร การแบ่งส่วนเชิงกลยุทธ์นี้ช่วยให้สามารถสร้างโซลูชันที่ปรับแต่งได้ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและความมีประสิทธิผล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุการนำไปใช้ในวงกว้าง การพัฒนาแบบวนซ้ำและปรับเปลี่ยนได้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่นำโดยรัฐบาล บ่งชี้ถึงแนวทางที่ครบถ้วนในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นระบบที่เปลี่ยนแปลงได้ซึ่งออกแบบมาเพื่อบูรณาการอย่างลึกซึ้งเข้ากับโครงสร้างการดำเนินงานของโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ส่งเสริมประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ และการตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปในด้านสาธารณสุขและการบริหารจัดการ

ตารางที่ 1: เหตุการณ์สำคัญของโครงการ “Thai School Lunch” (ตามลำดับเวลา)

ปี (พ.ศ. / ค.ศ.) เหตุการณ์สำคัญ หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง
2530 / 1987 การเริ่มต้นมาตรการอาหารกลางวันแห่งชาติ รัฐบาลไทย
2555 / 2012 (ธันวาคม) การเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Thai School Lunch” เนคเทค (สวทช.), สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
2563 / 2020 การเปิดตัว “Thai School Lunch for BMA” ทีมวิจัย (เนคเทค), กรุงเทพมหานคร
2564 / 2021 การบูรณาการการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และ AI เนคเทค-สวทช., สพฐ., สถ.
2567 / 2024 (ปีการศึกษา) การบังคับใช้ “Thai School Lunch for Catering” และการบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ กรุงเทพมหานคร, เนคเทค (สวทช.)

โครงสร้างทางเทคโนโลยีและคุณสมบัติหลัก

แพลตฟอร์ม “Thai School Lunch” สร้างขึ้นบนโครงสร้างทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง โดยใช้ประโยชน์จากการจัดการข้อมูลและอัลกอริทึมอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการวางแผนและการจัดการอาหารที่ครอบคลุม

  • เทคโนโลยีหลัก:
    • แพลตฟอร์มนี้เป็น แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ที่พัฒนาโดยเนคเทค-สวทช. หน้าที่หลักของแพลตฟอร์มคือการรวมชุดข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะจากระบบ “คิดดีรี่” (ซึ่งติดตามน้ำหนักและส่วนสูงของนักเรียนเพื่อติดตามการเจริญเติบโตของเด็ก) และระบบ “Thai School Lunch” เอง
    • ความก้าวหน้าที่สำคัญคือการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) AI นี้ออกแบบมาเพื่อคัดกรองเด็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการและสร้างการแจ้งเตือนสำหรับโรงเรียน ซึ่งเป็นการก้าวข้ามจากการรวบรวมข้อมูลธรรมดาไปสู่การแทรกแซงเชิงรุก แพลตฟอร์มนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อรวมระบบ AI สำหรับการวางแผนอาหารอัตโนมัติ โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลรูปแบบอาหารกว่า 1,000 ชนิดที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมและน่ารับประทาน AI นี้จะพิจารณาคุณค่าทางโภชนาการ ความหลากหลายของอาหาร และความสอดคล้องกับงบประมาณ ทำให้ครูมีทางเลือกในการวางแผนที่ยืดหยุ่น (รายวัน รายเดือน รายภาคเรียน หรือรายปี)
  • คุณสมบัติหลัก:
    • การสร้างเมนูและการวางแผนอาหารอัตโนมัติ: ผู้ใช้สามารถสร้างเมนูอาหารของตนเอง หรือใช้ความสามารถของระบบในการจัดชุดอาหารโดยอัตโนมัติจากฐานข้อมูลที่ครอบคลุมซึ่งมีอาหารมากกว่า 1,000 ชนิด คุณสมบัตินี้ช่วยลดความซับซ้อนของงานในการหมุนเวียนเมนูอาหารและความหลากหลายได้อย่างมาก
    • การคำนวณคุณค่าทางโภชนาการ: ฟังก์ชันหลักคือความสามารถของระบบในการคำนวณคุณค่าทางโภชนาการของชุดอาหารที่จัดเตรียมไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามข้อกำหนดด้านอาหารสำหรับกลุ่มอายุต่างๆ โรงเรียนยังสามารถขอวิเคราะห์วัตถุดิบในท้องถิ่นที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลเพื่อเพิ่มข้อมูลโภชนาการได้
    • การคำนวณปริมาณวัตถุดิบและการประมาณค่าใช้จ่าย: แพลตฟอร์มคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างแม่นยำ ช่วยในการประมาณค่าใช้จ่ายล่วงหน้าโดยอิงตามจำนวนนักเรียนและงบประมาณของโรงเรียน
    • สรุปค่าใช้จ่ายจริงและการปรับราคา: ระบบสามารถสรุปค่าใช้จ่ายจริงโดยพิจารณาราคาวัตถุดิบในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ครูสามารถปรับราคาวัตถุดิบเพื่อสะท้อนความผันผวนของราคาตลาดแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มความถูกต้องทางการเงินและความสามารถในการปรับตัว
    • การบูรณาการกับคิดดีรี่: ระบบ “Thai School Lunch” เชื่อมโยงกับระบบ “คิดดีรี่” ซึ่งให้มุมมองแบบองค์รวมเกี่ยวกับสุขภาพของเด็ก การบูรณาการนี้ช่วยให้ครอบครัวสามารถเข้าถึงข้อมูลโภชนาการและติดตามพัฒนาการของบุตรหลาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
    • การเชื่อมโยงกับเกษตรกร: ระบบอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงกับเกษตรกรในท้องถิ่นเพื่อจัดการผลิตผลทางการเกษตรสำหรับโรงเรียน ซึ่งเป็นการส่งเสริมอาชีพในชุมชนท้องถิ่นและสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น
    • การบันทึกข้อมูลและความโปร่งใส (การติดตามแบบเรียลไทม์): ข้อมูลอาหารประจำวันที่ครูจัดเตรียมไว้ทั้งหมดจะถูกบันทึกและเข้าถึงได้สำหรับการตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแลและสาธารณะผ่านแดชบอร์ด การอัปเดตที่สำคัญสำหรับปีการศึกษา พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) คือการป้องกันการบันทึกข้อมูลย้อนหลัง ทำให้มั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นแบบเรียลไทม์และถูกต้อง ซึ่งช่วยเพิ่มความรับผิดชอบและป้องกันการใช้งานที่ไม่เหมาะสม
  • แพลตฟอร์มการประยุกต์ใช้งาน:
    • จุดเข้าถึงหลักสำหรับโรงเรียนคือระบบบนเว็บที่ https://www.thaischoollunch.in.th
    • เวอร์ชันเฉพาะ ได้แก่ “Thai School Lunch for BMA” และ “Thai School Lunch for Catering” ซึ่งออกแบบมาสำหรับฟังก์ชันการทำงานที่ปรับแต่งสำหรับโรงเรียนในเขตเมืองและผู้จัดหาอาหารตามลำดับ

การบูรณาการ AI และการบังคับใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567) เปลี่ยนแพลตฟอร์ม “Thai School Lunch” จากเครื่องมือวางแผนธรรมดาไปสู่เครื่องมือการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งและเชิงรุก การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ไปสู่การบริหารจัดการสาธารณสุขเชิงคาดการณ์และมาตรการต่อต้านการทุจริตที่ได้รับการปรับปรุงภายในบริการของรัฐ ในตอนแรก ระบบให้การวางแผนเมนูและการคำนวณทางโภชนาการ

ต่อมา AI ได้รับการบูรณาการเพื่อคัดกรองความเสี่ยงภาวะทุพโภชนาการ และการวางแผนอาหารอัตโนมัติ นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 การบันทึกข้อมูลย้อนหลังจะถูกป้องกัน และโมดูลการจัดเลี้ยงจะเชื่อมโยงกับการชำระเงินและหน่วยงานต่อต้านการทุจริต

การบูรณาการ AI สำหรับการคัดกรองภาวะทุพโภชนาการ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงจากการแทรกแซงด้านสาธารณสุขแบบตั้งรับไปสู่การแทรกแซงเชิงรุก ซึ่งช่วยให้สามารถระบุและสนับสนุนเด็กที่มีความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ การบังคับใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และการบูรณาการกับการจัดเลี้ยงเพื่อการติดตามการชำระเงินและการต่อต้านการทุจริต บ่งชี้ถึงความพยายามโดยเจตนาเพื่อเพิ่มความรับผิดชอบและยับยั้งการฉ้อโกงในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สิ่งนี้ก้าวข้ามการวางแผนทางโภชนาการธรรมดาไปสู่การกำกับดูแลที่ดี การพัฒนาเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นของรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นกลไกในการรับรองการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม ความโปร่งใส และการปรับนโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในโครงการทางสังคมที่สำคัญ

ตารางที่ 2: คุณสมบัติหลักของแพลตฟอร์ม “Thai School Lunch”

หมวดหมู่คุณสมบัติ ชื่อคุณสมบัติ คำอธิบาย / การทำงาน ประโยชน์หลัก
การวางแผนอาหาร การสร้างเมนูและการวางแผนอัตโนมัติ ผู้ใช้สร้างเมนูเองหรือให้ระบบจัดชุดอาหารจากฐานข้อมูลกว่า 1,000 ชนิด ลดความซับซ้อนในการวางแผนเมนูและเพิ่มความหลากหลาย
การคำนวณคุณค่าทางโภชนาการ คำนวณคุณค่าทางโภชนาการของชุดอาหารตามหลักโภชนาการ รับรองความเพียงพอทางโภชนาการสำหรับแต่ละกลุ่มอายุ
การสนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่น ขอวิเคราะห์วัตถุดิบท้องถิ่นที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลเพื่อเพิ่มข้อมูลโภชนาการ ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นและเพิ่มความแม่นยำของข้อมูล
การวางแผนอาหารอัตโนมัติด้วย AI (อยู่ระหว่างพัฒนา) AI วางแผนเมนูอัตโนมัติจากกว่า 1,000 รูปแบบ โดยพิจารณาโภชนาการ ความหลากหลาย งบประมาณ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนและปรับให้เข้ากับความต้องการ
การบริหารจัดการการเงิน การคำนวณปริมาณวัตถุดิบและประมาณค่าใช้จ่าย คำนวณปริมาณวัตถุดิบที่จำเป็นและประมาณค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ช่วยในการบริหารจัดการงบประมาณและการจัดซื้อ
สรุปค่าใช้จ่ายจริงและการปรับราคา สรุปค่าใช้จ่ายจริงตามราคาวัตถุดิบในท้องถิ่น และปรับราคาตามตลาด เพิ่มความถูกต้องทางการเงินและตอบสนองต่อความผันผวนของตลาด
การบูรณาการและเครือข่าย การบูรณาการกับคิดดีรี่ เชื่อมโยงข้อมูลโภชนาการกับข้อมูลการเจริญเติบโตของเด็ก ให้มุมมองสุขภาพเด็กแบบองค์รวมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
การเชื่อมโยงกับเกษตรกร อำนวยความสะดวกในการจัดการผลิตผลเกษตรจากเกษตรกรท้องถิ่น สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมอาชีพเกษตรกร
“Thai School Lunch for BMA” วางแผนอาหารเช้าและกลางวัน, รายงานและตรวจสอบง่ายขึ้นสำหรับโรงเรียน กทม. ปรับปรุงการจัดการอาหารสำหรับโรงเรียนในเขตเมือง
“Thai School Lunch for Catering” คำนวณวัตถุดิบ, สร้างใบส่งของ, อัปโหลดรูปภาพอาหารสดสำหรับบริษัทจัดเลี้ยง เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทานอาหาร
ความโปร่งใสและการกำกับดูแล การบันทึกข้อมูลและแดชบอร์ด บันทึกข้อมูลอาหารประจำวันและแสดงผลบนแดชบอร์ดเพื่อการตรวจสอบ เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนหลังได้โดยหน่วยงานกำกับดูแลและสาธารณะ
  การป้องกันการบันทึกข้อมูลย้อนหลัง (ตั้งแต่ปี 2567) ระบบป้องกันการบันทึกข้อมูลย้อนหลัง รับรองความถูกต้องและทันเวลาของข้อมูล ป้องกันการทุจริต

การประยุกต์ใช้งานและขอบเขตการเข้าถึง

แพลตฟอร์ม “Thai School Lunch” แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้งานที่กว้างขวางและขอบเขตการเข้าถึงระดับชาติที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อนักเรียนหลายล้านคนและปรับปรุงการดำเนินงานของสถานศึกษาทั่วประเทศ

  • ความพร้อมใช้งานและขอบเขต:
    • แพลตฟอร์มนี้พร้อมใช้งานสำหรับ สถานศึกษาทุกแห่งภายใต้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
    • นอกจากนี้ โรงเรียนที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการก็สามารถลงทะเบียนเพื่อใช้ระบบได้โดยแสดงเจตจำนง ซึ่งบ่งชี้ถึงนโยบายการประยุกต์ใช้งานที่กว้างขวางและครอบคลุม
    • ระบบสามารถเข้าถึงได้ผ่าน www.thaischoollunch.in.th ซึ่งยังเป็นที่ตั้งของแดชบอร์ดสำหรับติดตามข้อมูลอาหารของนักเรียน ซึ่งส่งเสริมความโปร่งใสสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลและสาธารณะ
  • ฟังก์ชันการทำงานเฉพาะสำหรับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร:
    • เวอร์ชัน “Thai School Lunch for BMA” ซึ่งเปิดตัวในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) สำหรับโรงเรียน 437 แห่งภายใต้สังกัดกรุงเทพมหานคร นำเสนอการทำงานที่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนในเมือง
    • การเพิ่มที่สำคัญได้แก่ ความสามารถสำหรับครูในการวางแผน อาหารเช้าและอาหารกลางวัน ภายในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งตระหนักถึงความต้องการอาหารที่ครอบคลุมของนักเรียน
    • นอกจากนี้ยังให้ กระบวนการรายงานและการตรวจสอบที่ง่ายขึ้น สำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยลดภาระการบริหารจัดการ

การบูรณาการกับบริษัทจัดเลี้ยง: “Thai School Lunch for Catering”

  • การพัฒนาที่สำคัญสำหรับปีการศึกษา พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) คือการกำหนดให้บริษัทจัดเลี้ยงที่จัดหาวัตถุดิบให้กับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครต้องใช้ระบบ “Thai School Lunch for Catering”
  • ระบบนี้เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ “Thai School Lunch for BMA” ซึ่งสร้างระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ไร้รอยต่อ
  • บริษัทจัดเลี้ยงสามารถคำนวณปริมาณวัตถุดิบ สร้างใบส่งของ และอัปโหลดรูปภาพของอาหารสดที่จัดส่งได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้มั่นใจถึงความรับผิดชอบและการควบคุมคุณภาพ
  • จากนั้นโรงเรียนจะยืนยันการรับสินค้าทุกวัน และหน่วยงานกำกับดูแลสามารถติดตามการดำเนินงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้กับบริษัทจัดเลี้ยง ซึ่งช่วยลดเอกสารและปรับปรุงความถูกต้องได้อย่างมาก การบูรณาการนี้ยังช่วยให้หน่วยงานต่อต้านการทุจริตสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยตรงเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งเน้นย้ำถึงประโยชน์หลายด้านนอกเหนือจากด้านโลจิสติกส์

ขอบเขตการเข้าถึงและผลกระทบในปัจจุบัน

  • ข้อมูล ณ ปีการศึกษา พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) ระบบ “Thai School Lunch” และ “Thai School Lunch for BMA” ได้รับการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง โดยมี โรงเรียนกว่า 37,600 แห่งทั่วประเทศลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์ม
  • การนำไปใช้ที่ครอบคลุมนี้ครอบคลุม นักเรียนมากกว่า 5 ล้านคน ซึ่งเน้นย้ำถึงผลกระทบที่สำคัญของโครงการต่อโภชนาการและสุขภาวะของเด็กทั่วประเทศไทย
  • ผู้พัฒนาหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาระบบให้ยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กไทยจะได้รับอาหารที่มีคุณภาพ และอาจส่งเสริมการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับเกษตรกรไทยเพื่อผลิตผลที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพของเด็กและการวางแผนทางการเกษตร

ความร่วมมือและพันธมิตร

ความสำเร็จและการนำโครงการ “Thai School Lunch” ไปใช้อย่างกว้างขวางเป็นผลโดยตรงจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหลายหน่วยงาน ซึ่งรวบรวมความเชี่ยวชาญจากด้านเทคโนโลยี โภชนาการ การศึกษา และการปกครองท้องถิ่น

  • ผู้พัฒนาหลัก
    • ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.): เนคเทคถูกระบุว่าเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลักของแพลตฟอร์ม “Thai School Lunch” ความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ของเนคเทคเป็นพื้นฐานในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และการบูรณาการ AI
    • สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล: สถาบันการศึกษาแห่งนี้เป็นพันธมิตรที่สำคัญตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ โดยให้ความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าแผนอาหารเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์และตรงตามข้อกำหนดด้านอาหารของเด็ก ความร่วมมือของพวกเขารับประกันว่าวัตถุประสงค์หลักของแพลตฟอร์มในการจัดหาอาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการจะบรรลุผล
  • หน่วยงานผู้ดำเนินการและสนับสนุน:
    • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.): สพฐ. มีบทบาทสำคัญในการนำระบบ “Thai School Lunch” ไปใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศ การมีส่วนร่วมของพวกเขามีความสำคัญต่อการนำไปใช้ทั่วประเทศและการบูรณาการภายในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.): เช่นเดียวกับ สพฐ. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการนำระบบไปใช้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในระดับการปกครองท้องถิ่น ความร่วมมือนี้ช่วยให้เข้าถึงโรงเรียนภายใต้การบริหารจัดการของท้องถิ่นได้
    • กรุงเทพมหานคร (กทม.): กรุงเทพมหานครเป็นพันธมิตรหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนาและนำ “Thai School Lunch for BMA” ไปใช้ และการบังคับใช้ “Thai School Lunch for Catering” ในโรงเรียน 437 แห่งในสังกัด ความต้องการเฉพาะของกรุงเทพมหานครเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาฟังก์ชันการทำงานที่ปรับแต่ง
  • หน่วยงานร่วมวิจัย:
    • หน่วยงานร่วมวิจัยหลักคือ เนคเทค (สวทช.) และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งรับผิดชอบในการพัฒนาแพลตฟอร์มและรากฐานทางวิทยาศาสตร์โภชนาการ หน่วยงานอื่นๆ ส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรผู้ดำเนินการและสนับสนุนมากกว่าจะเป็นผู้ร่วมวิจัยโดยตรงในการพัฒนาเทคโนโลยีหลักของแพลตฟอร์ม

รูปแบบความร่วมมือแบบหลายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และหน่วยงานภาครัฐผู้ดำเนินการทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ถือเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของโครงการ “Thai School Lunch” สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมที่ซับซ้อนในภาครัฐต้องการแนวทางที่เสริมฤทธิ์กัน ซึ่งก้าวข้ามการทำงานแบบแยกส่วนตามองค์กรแบบดั้งเดิม ส่งเสริมความเป็นเจ้าของร่วมกัน และใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญที่หลากหลายเพื่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ความร่วมมือนี้ครอบคลุมหลายโดเมน: เนคเทค/สวทช. ให้โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี สถาบันโภชนาการ

มหาวิทยาลัยมหิดล นำความเข้มงวดทางวิทยาศาสตร์ (โภชนาการ) มาสู่โครงการ และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ (สพฐ., สถ., กทม.) ให้กรอบนโยบาย ช่องทางการดำเนินการ และฐานผู้ใช้ การแบ่งงานและการบูรณาการความเชี่ยวชาญที่หลากหลายนี้มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนของโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนในระดับชาติ (ด้านเทคนิค โภชนาการ โลจิสติกส์ การบริหารจัดการ) หากไม่มีการทำงานร่วมกันนี้ โครงการอาจเผชิญกับอุปสรรคสำคัญในการพัฒนา การนำไปใช้ หรือประสิทธิภาพ

ตารางที่ 3: องค์กรหลักที่ร่วมมือและสนับสนุน

ชื่อองค์กร ประเภทบทบาท บทบาท/ส่วนร่วมเฉพาะ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ผู้พัฒนาหลัก พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีหลัก รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และ AI
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้พัฒนาหลัก / ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ให้ความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อรับรองความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ของแผนอาหาร
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หน่วยงานผู้ดำเนินการและสนับสนุน มีบทบาทสำคัญในการนำระบบไปใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศ
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หน่วยงานผู้ดำเนินการและสนับสนุน มีบทบาทสำคัญในการนำระบบไปใช้ในโรงเรียนภายใต้การบริหารจัดการท้องถิ่น
กรุงเทพมหานคร (กทม.) พันธมิตรผู้ดำเนินการและสนับสนุน กำหนดความต้องการเฉพาะและนำ “Thai School Lunch for BMA” และ “Thai School Lunch for Catering” ไปใช้ในโรงเรียนสังกัด

ต้นแบบผลิตภัณฑ์ระดับเชิงพาณิชย์

  • ระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ
  • ระบบติดตามและส่งเสริมคุณภาพอาหารกลางวันในโรงเรียน

ต้นแบบผลิตภัณฑ์ระดับภาคสนาม

  • ระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ
  • ระบบเชื่อมโยงผลผลิตเพื่ออาหารกลางวัน

การใช้ประโยชน์ครั้งแรก

  • ปี 2564 : สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยระบบบริหารจัดการอาหารกลางวันและวัตถุดิบสำหรับผู้จัดอาหารกลางวันโรงเรียน เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ให้กับบริษัทเอกชน

สิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร

  • ทีมวิจัยยื่นจดสิทธิบัตรประเภทวรรณกรรม เลขที่คำขอ388750 วันที่ยื่นคำขอ 3 ธันวาคม 2563 เจ้าของสิทธิร่วม ระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
    เลขทะเบียน 8928 ประเภทงานวรรณกรรม ลักษณะงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ชื่อผลงานระบบแนะนำสำหรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ (Thai School Lunch)
ผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ
  • Tanakorn P., Pimwadee C., Apatha P., Pongsak T., Supiya C., Warangkhana K. (2021). Thai Food Recommendation System using Hybrid of Particle Swarm Optimization and K-Means Algorithm. ICMLT ’21: Proceedings of the 2021 6th International Conference on Machine Learning Technologies. (Pages 90 – 95). https://doi.org/10.1145/3468891.3468904

ระบบ Thai School Lunch มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นถึงการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ด้านสาธารณูปโภคและการนำไปปฏิบัติจริง มากกว่าการเผยแพร่ทางวิชาการแบบดั้งเดิมหรือการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ สิ่งนี้บ่งชี้ถึงการวางแนวทางของโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้างและการนำผลการวิจัยไปใช้โดยตรง วัตถุประสงค์หลักของโครงการมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบทางสังคมโดยตรงและการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ การที่ระบบพร้อมใช้งานฟรี และการบูรณาการเข้ากับกระบวนการบริหารของรัฐบาล (สพฐ., สถ., กทม., การบังคับใช้การจัดเลี้ยง) ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบสาธารณูปโภค การพัฒนาและการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง (เช่น เวอร์ชัน กทม., เวอร์ชันจัดเลี้ยง, การบูรณาการ AI) ขับเคลื่อนด้วยความต้องการในการดำเนินงานและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้ มากกว่าวาระการวิจัยที่มุ่งเน้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่สามารถจดสิทธิบัตรได้ หรือผลงานตีพิมพ์ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ การดำเนินการนี้เน้นย้ำถึงลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นของการวิจัยและพัฒนาที่ได้รับทุนจากรัฐบาลในบริการสาธารณะ: มาตรวัดความสำเร็จมักจะถูกกำหนดโดยการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง ประโยชน์ทางสังคมที่จับต้องได้ (โภชนาการของเด็กที่ดีขึ้น, ความโปร่งใส) และการบูรณาการที่ราบรื่นเข้ากับโครงสร้างการบริหารที่มีอยู่ มากกว่าตัวชี้วัดทางวิชาการแบบดั้งเดิมหรือผลตอบแทนทางการค้า สิ่งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบโซลูชันที่ใช้งานได้จริงและปรับขนาดได้เพื่อสวัสดิการสาธารณะ

บทสรุป

  • ความสำเร็จและผลกระทบ: โครงการ “Thai School Lunch” ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสาธารณสุขและการกำกับดูแลในประเทศไทย โครงการนี้มีรากฐานมาจากนโยบายระดับชาติในปี พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลในปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) โดยเนคเทคและสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้พัฒนาไปสู่ระบบที่ครอบคลุมซึ่งแก้ไขปัญหาความเพียงพอทางโภชนาการ ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบูรณาการ AI และเวอร์ชันเฉพาะสำหรับกรุงเทพมหานครและบริษัทจัดเลี้ยง ตอกย้ำถึงความสามารถในการปรับตัวและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ด้วยโรงเรียนกว่า 37,600 แห่งและนักเรียน 5 ล้านคนใช้แพลตฟอร์มนี้ ณ ปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) ผลกระทบต่อโภชนาการของเด็กและความรับผิดชอบในภาครัฐจึงมีนัยสำคัญ
  • แนวโน้มการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและศักยภาพ: อนาคตของโครงการดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง การบูรณาการเพิ่มเติมกับภาคเกษตรกรรมเพื่อให้มั่นใจว่ามีผลิตผลที่มีคุณภาพ และการยกระดับความสามารถของ AI อย่างต่อเนื่อง โครงการ “Thai School Lunch” ทำหน้าที่เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับความร่วมมือแบบหลายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ประสบความสำเร็จ และการขยายขนาดโซลูชันดิจิทัลภายในภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทรงพลังสำหรับสุขภาวะของสังคมและการกำกับดูแลที่โปร่งใส

บรรณานุกรม 

  1. National Electronics and Computer Technology Center. (2018, July 10). Thai School Lunch. NECTEC. Retrieved from https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-software/thaischoollunch.html
  2. National Science and Technology Development Agency. (2021). NSTDA to apply big data analytics and artificial intelligence to promote child health. Retrieved from https://www.nstda.or.th/en/news/news-years-2021/nstda-to-apply-big-data-analytics-and-artificial-intelligence-to-promote-child-health.html
  3. National Science and Technology Development Agency. (2024, June 4). ‘Thai School Lunch’ แพลตฟอร์มจัดสำรับอาหารกลางวันให้นักเรียนไทย ถูกหลักโภชนาการ รายงานโปร่งใส ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์. Retrieved from https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg-implementation-thai-school-lunch/
  4. National Science and Technology Development Agency. (n.d.). NSTDA คลัง VDO. Retrieved from https://www.nstda.or.th/home/knowledgebase/vdo/
  5. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (4 มิถุนายน 2567). Thai School Lunch’ แพลตฟอร์มจัดสำรับอาหารกลางวันให้นักเรียนไทย ถูกหลักโภชนาการ รายงานโปร่งใส ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์. https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg-implementation-thai-school-lunch/
  6. PR สวทช. (22 มีนาคม 2567). ไม่หยุดพัฒนา! ระบบการจัดการอาหารในโรงเรียน Thai School Lunch. [วิดีโอ]. Youtube. https://www.youtube.com/watch?v=FTNoIp71LvM
  7. ระบบ Thai School Lunch. https://www.thaischoollunch.in.th/