NSTDA RDI e-NEWS ฉบับเดือนพฤษภาคม 2569

กิจกรรมประชุม “จากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพรอย่าง ถูกกฎหมาย ปลอดภัย และยั่งยืน” และ “คลินิก อย. รับให้คาปรึกษาแนวทางการขึ้นทะเบียนยาและสมุนไพร”
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ฝ่ายพัฒนาคุณภาพและจริยธรรมการวิจัย (QRI) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรม “จากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพรอย่างถูกกฎหมาย ปลอดภัย และยั่งยืน” ควบคู่กับกิจกรรม “คลินิก อย. รับให้คำปรึกษาแนวทางการขึ้นทะเบียนยาและสมุนไพร” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการพัฒนางานวิจัยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและกระบวนการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กิจกรรมได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านยาและสมุนไพรจากภาควิชาการและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้เข้าร่วม โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 166 คน จากภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งมีทีมวิจัยเข้ารับคำปรึกษาเฉพาะโครงการผ่านคลินิก อย. จำนวน 4 ทีม สะท้อนความตื่นตัวในการพัฒนางานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสาธารณสุขอย่างยั่งยืน

สัมมนาเชิงวิชาการ “Medical AI Consortium เครือข่ายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการใช้ Medical AI”
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช. ร่วมกับฝ่ายบริหารเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม (RNM) จัดสัมมนาวิชาการ “Medical AI Consortium: เครือข่ายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการใช้ Medical AI” เพื่อเปิดให้บริการแพลตฟอร์มข้อมูลทางการแพทย์กลาง และส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี Medical AI จากระดับต้นแบบสู่การใช้งานจริง ภายในงานมีการนำเสนอทิศทางการพัฒนา Medical AI ของประเทศไทย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลสุขภาพ และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมด้านสุขภาพร่วมกับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ โดย Medical AI Consortium ได้พัฒนาแพลตฟอร์มแบ่งปันข้อมูลทางการแพทย์ที่รวบรวมภาพทางการแพทย์มากกว่า 3 ล้านภาพ ครอบคลุม 8 กลุ่มโรค พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ทดสอบ และประเมินประสิทธิภาพเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ก่อนนำไปใช้งานจริง

สวทช. ร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านป่าชายเลน ในงานสัมมนาป่าชายเลนแห่งชาติ ครั้งที่ 16
ระหว่างวันที่ 10–12 พฤษภาคม 2569 สวทช. เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในงานสัมมนาป่าชายเลนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ณ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติรัชกาลที่ 9 จังหวัดจันทบุรี ภายใต้แนวคิด “ฟื้นชีวิตป่าชายเลนไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” สวทช. ได้นำเสนอผลงานวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การถอดรหัสพันธุกรรมพืชป่าชายเลน การจัดทำฐานข้อมูลจีโนมป่าชายเลนครั้งแรกของประเทศไทย รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และวัสดุชีวภาพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการระบบนิเวศชายฝั่งอย่างยั่งยืน

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความร่วมมือ มหิดล -สวทช. “MED DRIVE ปลดล็อกนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยสู่เชิงพาณิชย์”
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับฝ่ายบริหารเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม (RNM) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้หัวข้อ “การผลักดันเครื่องมือแพทย์สู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ด้วยกลไก MED DRIVE” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่างสองหน่วยงาน ภายในงานมีการแนะนำแพลตฟอร์มพัฒนาเครื่องมือแพทย์ของ สวทช. บริการทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatibility Testing) การสนับสนุนค่าใช้จ่ายการทดสอบสำหรับผู้ประกอบการ และแนวทางการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ นอกจากนี้ ยังเปิดเวทีให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่คณาจารย์และนักวิจัย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีให้ได้มาตรฐานสากลและสามารถต่อยอดสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประชุมหารือความร่วมมือระหว่าง AIT – สวทช. – นิวซีแลนด์
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ฝ่ายบริหารเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม (RNM) ร่วมกับ Centre for Aquaculture Development (Aqua-Centre) แห่ง Asian Institute of Technology (AIT) จัดการประชุมหารือความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง สวทช. AIT และผู้แทนจากสถาบันวิจัยของประเทศนิวซีแลนด์ การประชุมมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสำรวจแนวทางความร่วมมือด้านการเกษตรและสัตว์น้ำ โดยนักวิจัยจากทั้งสามฝ่ายได้ร่วมกันหารือถึงศักยภาพด้านงานวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสในการพัฒนาโครงการวิจัยร่วมในอนาคต เพื่อสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติที่เข้มแข็งและยั่งยืน

สวทช. ผนึกกำลัง กรมควบคุมโรค เดินหน้าแผนปฏิบัติการประจำปี 2569
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 สวทช. และกรมควบคุมโรค ร่วมประชุมหารือแผนปฏิบัติการประจำปี 2569 ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายด้านสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุม 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีที่พร้อมใช้งานจริง โครงการยุทธศาสตร์ที่อยู่ระหว่างการนำร่อง และนวัตกรรมที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงสังคม อาทิ ระบบเฝ้าระวังโรค เทคโนโลยี AI เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ชุดตรวจวินิจฉัยโรค และฐานข้อมูลวัคซีน โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมติดตามและผลักดันการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบสาธารณสุขและประชาชนในวงกว้าง