ข้อคิดที่ดี เพื่อชีวิตกับอิฐแดง : อวท.กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ....

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร 

 

... เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้อยู่เพียงแค่ความสวยงาม การออกแบบที่แตกต่างเท่านั้น แต่ต้องอยู่ในสิ่งที่ลึกลงไป เช่น เทคโนโลยี วิธีการผลิต การทำการตลาด การบริการ การดูแลสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน การพัฒนาคนอย่างต่อเนื่่องด้วยเช่นกัน จึงจะเกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน

 

ดิฉันได้มีโอกาสเรียนรู้งานที่น่าประทับใจและมีประโยชน์มากต่อการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับภาคเอกชนของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2546 และกำลังขยายไปสู่ อวท. ระยะ 2 ต่อไปในปี 2556 ถึงได้ทราบว่ามีหลายหน่วยงานเช่นนี้ได้ทำเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปพอสมควร แต่ปัญหาคือการบูรณาการและการนำเอาไปใช้ให้เกิดผลจริงจังระยะยาว ทำอย่างไรให้งานที่ลงทุนทำไปแล้วของภาครัฐไม่ได้เก็บขึ้นหิ้งเพียงแค่ผลงานวิจัย แต่สามารถนำมาใช้ร่วมงานกับภาคเอกชนให้เกิดนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จในทุกภาคส่วน

 

อวพ. ตั้งอยู่บนพื้นที่ 200 ไร่ จ.ปทุมธานี ดีมาก นอกจากใกล้กรุงเทพฯ แล้วยังมีอุทยานวิทยาศาสตร์ที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.ขอนแก่น โคราช มหาสารคาม และอุบลราชธานี ภาคใต้ จ.สงขลา ภูเก็ต ปัตตานี พัทลุง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีการให้บริการ 5 ด้านกับภาคธุรกิจ/เอกชน

 

ธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญาจับคู่ธุรกิจ เสาะหานักลงทุน บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา การเงิน ทุนสนับสนุนการวิจัย เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ร่วมลงทุน รับรองค่าใช้จ่ายวิจัยเพื่อลดหย่อนภาษีหรือใช้สิทธิตามที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

 

โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ห้องปฏิบัติการและที่ดินให้เอกชนเช่าจัดตั้งศูนย์วิจัย ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ประชุมเทคโนโลยี ร่วมวิจัย/รับจ้างวิจัย ที่ปรึกษาเทคโนโลยี วิเคราะห์ทดสอบ ถ่ายทอดเทคโนดลยีและให้สิทธิในเทคโนโลยี เชื่อมโยงเครือข่ายวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สัมมนา ฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีและด้านอื่นๆ ข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ เสาะหาพนักงานวิจัย

 

ปัจจุบัน อวท. มีบุคลากร 2,700 คนจาก สวทข. โดย 1,800 คนเป็นนักวิจัย ปัจจุบันมีเอกชนผู้เช่าทำศูนย์วิจัยอยู่หลายบริษัท เช่น Shiseido, เบทาโกร, SCG และ 5 บริษัทติดอันดับ 500 บริษัทใหญ่สุดของอเมริกาจากนิตยสาร Fortune ได้จัดตั้งหน่วยวิจัยที่ อวท. นี้แล้ว เช่น Western Digital, Corning, Pfizer, Air Products และ Eco Lab เป็นต้น มีบุคลากรเอกชนอยู่ประมาณ 500 คน นักวิจัย 300 คน ในปี 2552 ผู้เช่าทำโครงการวิจัย 298 โครงการ และ 168 โครงการนี้จะออกสู่การพาณิชย์ในอนาคต เกิดการลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

 

ตอนนี้หน่วยงานการตลาดของ อวท. กำลังพยายามประชาสัมพันธ์ถึงสิ่งดีๆ เหล่านี้ให้กับภาคเอกชนให้เข้ามาใช้บุคลากร เครื่องมือ สถานที่ และร่วมงานในการวิจัยพัฒนาเพื่อให้เกิดเทคโนโลยี นวัตกรรม ให้กับสินค้าของคนไทยในทุกรูปแบบ นำมาซึ่งมูลค่าเพิ่ม ความแตกต่าง ความสร้างสรรค์ ความประทับใจ และความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เป็นจุดขายใหม่ของธุรกิจไทยต่อไป

 

ดิฉันมั่นใจว่าหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมจะร่วมรณรงค์ให้ความร่วมมือนี้เกิดผลมากขึ้นกับธุรกิจทุกขนาดในทุกภาคส่วน เพื่อช่วยให้ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนบนเศรษฐกิจพอเพียงและสร้างสรรค์ต่อไป หวังไว้ว่ารัฐบาลจะเห็นความสำคัญนี้ และช่วยขับเคลื่อนสนับสนุนอย่างจริงจัง อย่าทำเป็นเพียงกระแสหาเสียงการเมือง

 

รายการอ้างอิง:

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร. "ข้อคิดที่ดีเพื่อชีวิตกับอิฐแดง". กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2554 (ปีที่ 24 ฉบับที่ 8341) หน้า 32.

biotec

mtec

nectec
nanotec
entec

ตราโลโก้ ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (Logo of Technology Management Center: TMC)

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป