MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

 

httpnstdachannel.tv

    2. แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 4 (2550-2554)

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 4 ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานของ สวทช. ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2550 ถึง 2554 โดยให้ สวทช. สามารถปรับแผนในรายละเอียดได้เป็นระยะๆ (Rolling Plan) ตามกระแสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จุดมุ่งเน้นในแผนกลยุทธ์ฉบับนี้ คือ การที่ สวทช. จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการช่วยพัฒนาให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมฐานความรู้ ด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มุ่งนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ให้เกิดผลกระทบทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่มองเห็นและรับรู้ได้ชัดเจน โดยจะดำเนินงานตามพันธกิจของ สวทช. อย่างครบถ้วน  นอกจากนี้  แผนกลยุทธ์ฉบับนี้ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการเพื่อเน้นขับเคลื่อนประสิทธิภาพ ประสิทธิผลขององค์กรให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้ Balanced Scorecard เป็นเครื่องมือบริหารระดับองค์กร และช่วยในการกำหนดกลยุทธ์และแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างมีทิศทาง สอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยจัดทำเป็นแผนที่กลยุทธ์ที่ระบุวัตถุประสงค์ (เชิงกลยุทธ์) ในการดำเนินงานรวมทั้งหมด 9 วัตถุประสงค์ ในมุมมองต่างๆ  5 มุมมอง (ภาพที่ 1) ที่เชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ตลอดจนได้กำหนดเป้าหมายในแต่ละมุมมองเมื่อสิ้นสุดปีที่ 5 ของแผนกลยุทธ์ไว้ ดังนี้ 
       
      ภาพที่ 1 แผนที่กลยุทธ์ของ สวทช. ในปี 2550-2554
      ภาพที่ 1 แผนที่กลยุทธ์ของ สวทช. ในปี 2550-2554
       
       
      มุมมองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
      • สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่มองเห็นและรับรู้ได้ (S1) สวทช. จะสร้างผลงานที่สำเร็จและส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม ที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมองเห็น รับรู้ หรือได้ประโยชน์อย่างชัดเจนโดยสามารถตีค่าเป็นตัวเงินได้ในปี 2554 ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของงบประมาณรายจ่ายประจำปีของ สวทช.

      • สั่งสม และบริหารจัดการความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S2)  ในปี 2554 สวทช. จะยื่นจดสิทธิบัตรให้ได้ปีละ 300 เรื่อง ได้รับสิทธิบัตรไม่ต่ำกว่า 75 เรื่องโดยมีจำนวนหน่วยงานที่นำผลงานวิจัยของสวทช. ไปใช้ประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1,000 หน่วยงาน  มีบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการนานาชาติ 450 บทความต่อปี และมีการใช้บริการข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากระบบบริการความรู้ของ สวทช. ไม่น้อยกว่า 100,000 ครั้งต่อวัน
       
      มุมมองพันธมิตร
      •  ขยายพันธมิตรทั้งภายในและต่างประเทศ (P1)  ในปี 2554  สวทช. จะมีการดำเนินงานหรือสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ารายใหญ่หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ มากกว่า 15 ราย มีจำนวนโครงการร่วมกันมากกว่า 15 โครงการและใช้จ่ายงบประมาณกิจกรรมในภูมิภาคนอกเหนือจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรวมของ สวทช.
       มุมองกระบวนการภายใน
      • สร้างความเป็นเลิศในการบริหารและดำเนินการวิจัยและพัฒนาแบบมืออาชีพ (I1)   สวทช. จะมีความสามารถในการบริหารจัดการงานวิจัยและกระบวนการให้ทุนอุดหนุนงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ มีการพิจารณาข้อเสนอโครงการ ในด้านความสอดคล้องกับเป้าหมายของโปรแกรมของคลัสเตอร์ และความคุ้มค่าในทุกมิติอย่างเหมาะสม มีการติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิดทั้งระหว่างดำเนินการวิจัย (ระดับผลผลิต) และหลังเสร็จสิ้นงาน (ระดับผลลัพธ์และผลกระทบ) โดยสามารถ Benchmark กับหน่วยงานลักษณะเดียวกันได้
         
      • ปฏิรูประบบงานสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน (I2) ระบบงานสนับสนุนภายใน สวทช. จะได้รับการทบทวนปรับปรุงโดยทำการ Benchmark ระหว่างหน่วยงานใน สวทช. และหน่วยงานลักษณะเดียวกัน  มีมาตรฐานการปฏิบัติงาน มีข้อตกลงระดับคุณภาพของการบริการ (SLA) และดำเนินงานให้สอดคล้องกับระบบมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO/IEC 17025 และ มอก. 18001 มีระบบสารสนเทศที่ให้บริการติดตามการดำเนินงานแบบ online ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งพัฒนาระบบบริการแบบ Shared Services ในเรื่องของบุคคล การเงิน บัญชี พัสดุสำนักงาน อาคาร/สถานที่ บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ห้องสมุด และสำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี
         
      •  สร้างเสริมกลไกการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในและภายนอกองค์กร (I3)  สวทช. จะพัฒนาเชิงคุณภาพและปริมาณในการสื่อสารข่าวสาร ให้กับบุคคลภายนอก ให้ครอบคลุมงานทั้ง  4  พันธกิจ ได้แก่ 1) การวิจัย พัฒนา ออกแบบ และวิศวกรรม 2) การพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3) การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคการผลิตและชุมชน และ 4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
      ในสัดส่วน  55:15:15:15  ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภายใน ด้วยการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการสื่อสารแบบทางเดียวและสองทาง สามารถศึกษา ค้นหาข้อมูลข่าวสารย้อนหลังได้อย่างสะดวก 
       
      มุมมองความสามารถขององค์กร
      • พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการความรู้ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (L1)  สวทช. จะพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในด้าน เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เครือข่ายไร้สาย ระบบสำรอง/แผนฉุกเฉิน เครือข่ายเสมือน และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร ได้แก่ มีระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร ระบบบริหารบุคคล ระบบ Enterprise Content Management  ระบบฐานข้อมูล และระบบจัดการความรู้ ที่เชื่อมโยงกัน
         
      • พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรโดยเฉพาะผู้บริหารระดับกลาง (L2)  จะพัฒนาให้เกิดการบริหารและพัฒนาบุคลากรด้วย 2 หลักการ คือ Performance-Based Management และ Competency-Based Management  โดยเน้นการพัฒนาบุคลากรระดับกลางให้มีความรู้และความสามารถเพิ่มขึ้น และการพัฒนาระบบหรือโครงสร้างการบริหารงานบุคคลที่เหมาะสมมารองรับ
       
      มุมมองการเงิน
      • แสวงหาและบริหารการเงินและสินทรัพย์อย่างมีผลิตภาพ (F1) ในปี 2554 สวทช. จะหารายได้จากเงินนอกงบประมาณได้ร้อยละ 25 ของรายจ่ายจริงที่เกิดขึ้น ภายใต้แผนงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับอนุมัติจาก กวทช. มีการใช้ครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ร้อยละ 90 และมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีการใช้พื้นที่ในทุกอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 โดยเฉพาะอาคารที่มีวัตถุประสงค์ให้เกิดกิจกรรมร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ
       
                    ในด้านของแผนงานและทิศทางการเนินงาน สวทช. ได้กำหนดคลัสเตอร์ที่จะมุ่งเน้นจำนวน 8 คลัสเตอร์ ได้แก่
                    คลัสเตอร์ 1 : อาหารและการเกษตร
                    คลัสเตอร์ 2 : การแพทย์และสาธารณสุข
                    คลัสเตอร์ 3 : ซอฟต์แวร์ ไมโครชิป และอิเล็กทรอนิกส์
                    คลัสเตอร์ 4 : ยานยนต์และการจราจร
                    คลัสเตอร์ 5 : พลังงานทดแทน
                    คลัสเตอร์ 6 : สิ่งทอ
                    คลัสเตอร์ 7 : การวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส
                    คลัสเตอร์ 8 : สิ่งแวดล้อม
       
      และปรับเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการดำเนินงานแบบโปรแกรม (Program based) เพื่อให้เกิดบูรณาการการดำเนินงานภายใน ให้สามารถตอบโจทย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคลัสเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดตั้งสำนักบริหารจัดการคลัสเตอร์และโปรแกรมวิจัย (CPMO) ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย เป้าหมาย ทิศทางในภาพรวม โดยมีศูนย์แห่งชาติทั้ง 4 ศูนย์ ดำเนินโครงการวิจัยที่ตอบสนองความต้องการของโปรแกรมและคลัสเตอร์ รวมทั้งรับผิดชอบในการพัฒนาเทคโนโลยีฐาน (Platform Technology) ที่สำคัญสำหรับประเทศหรือคลัสเตอร์อีกด้วย นอกจากการดำเนินงานวิจัยเพื่อตอบสนองคลัสเตอร์เป้าหมายดังกล่าวข้างต้นแล้ว สวทช. ยังได้กำหนดโปรแกรมงานที่เป็นงานตามพันธกิจของ สวทช. แต่มีความสำคัญและจำเป็นที่ต้องดำเนินงานควบคู่กับงานวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศไว้อีกด้วย โดยทั้งหมดสามารถจัดกลุ่มโปรแกรม ทั้งหมดเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
       
      กลุ่มโปรแกรมการวิจัยและพัฒนาคลัสเตอร์ แบ่งออกเป็น กลุ่ม A  (Strategic Sub Clusters) หมายถึง งานกลุ่มเทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมเฉพาะที่ สวทช. ตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายในเวลาของแผนกลยุทธ์ (5 ปี) โดยเป็นกลุ่มที่ สวทช. มีศักยภาพและความสามารถในการตอบสนองปัญหาที่เร่งด่วนได้ มีกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) มาร่วมในการทำงานและระบุห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อุปสงค์ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนสิ่งที่ สวทช. จะสามารถส่งมอบไว้อย่างชัดเจน กลุ่ม B (National Clusters) หมายถึง งานที่ สวทช. ดำเนินการเพื่อตอบสนองนโยบายการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจของประเทศใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยเป็นทั้งการวิจัยมุ่งเป้า (Strategic Research) เพื่อแก้ปัญหาที่เฉพาะหน้า การวิจัยประยุกต์ (Applied Research) เพื่อนำองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม ตลอดจนการวิจัยพื้นฐานเพื่อพัฒนาความรู้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและสร้างความยั่งยืน บางกลุ่มงานอาจพัฒนาไปสู่กลุ่ม A ในระยะเวลาอันใกล้
       
      กลุ่มโปรแกรมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฐาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างฐานเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือที่สำคัญในสาขาวิทยาการหลักของศูนย์แห่งชาติ ที่ต้องใช้เป็นฐานในการสร้างผลงานในรูปผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการที่สามารถตอบสนองความต้องการอุตสาหกรรมได้ในคลัสเตอร์ต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต คือ 1) ด้านพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ 2) ด้านเทคโนโลยีโลหะและวัสดุ 3) ด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ 4) ด้านนาโนเทคโนโลยี ซึ่งการวิจัยและพัฒนาภายใต้โปรแกรมเทคโนโลยีฐานนี้ จะดำเนินการต่อเนื่องไม่เกิน 5 ปี
       
      กลุ่มโปรแกรมงานตามพันธกิจที่จำเป็น  (Essential Programs)  หมายถึง งานตามพันธกิจ ของ สวทช.ที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้ สวทช. และโปรแกรมวิจัยและพัฒนา ต่างๆ บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ได้แก่ โปรแกรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี โปรแกรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โปรแกรมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โปรแกรมสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงงานบริหารจัดการภายในที่เป็นงานในลักษณะสนับสนุนทั่วๆ ไป เพื่ออำนวยความสะดวกในภาพรวมให้กับการดำเนินงานขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

        Items details

        • Hits: 1811 clicks
        • Average hits: 38.5 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 7
        น้อยมากที่สุด