นวัตกรรมใหม่ของข้าวไทย
ภายหลังน้ำลดชีวิตปรกติ ก็กลับมาอีกครั้ง ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมกลับมาเริ่มต้นซ่อมแซมผลิตผลพืชผลเท่าที่ยังสามารถจะคืนชีพขึ้นมาได้ ส่วน ที่เสียหายก็ต้องลงทุนใหม่ เพื่อให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์ในการใช้อาหารหล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้ยืนยาวต้องดำเนินต่อไป
ส่วนของการใช้ชีวิตหลังจากน้ำลดเพื่อเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมในคราวต่อๆไปจะทำอย่างไร? สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยให้สามารถเผชิญกับภัยธรรมชาติต่างๆได้ อย่างเช่น ในประเทศญี่ปุ่นคิดค้นนวัตกรรมลูกบอลสู้ภัยสึนามิ ออกมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อไป...ซึ่งผลิตผลทางเกษตรกรรมทั้งหลายล้วนมีผลต่อการดำรงชีวิตในภาคพื้นอื่นที่ไม่ประสบปัญหาอุทกภัยด้วย หากแต่การหานวัตกรรมขึ้นมารองรับในการพัฒนาหรือดัดแปลงให้เหมาะสมจึงจะทำให้เกษตรกรสามารถดำเนินไปได้ เท่ากับเป็นการ ไม่เพิ่มวิกฤตซ้ำเติมผู้ประสบภัย
ข้อมูลล่าสุดนี้ที่ได้รับจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับสภาวะของน้ำท่วมชื่อว่า "ปิ่นแก้ว" ซึ่งมีลักษณะเด่นคือเป็นข้าว เจ้าพันธุ์พื้นเมือง สามารถขึ้นได้ในระดับน้ำไม่เกิน 5 เมตร มีความ สามารถในการแตกแขนงและแตกรากที่ข้อเหนือผิวดินในน้ำ และมีการชูรวงดี คุณภาพการสี ข้าวสารใสแกร่ง ทนน้ำลึกได้ดี
นอกจากพันธุ์ปิ่นแก้วแล้ว ยังมีอีกหลายพันธุ์ เช่น ข้าวนาฟางลอยที่นิยมปลูกในจังหวัดอยุธยา เป็นข้าวที่สามารถให้ประโยชน์ได้ในช่วงที่เกิดวิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา
ข้าวพันธุ์ปิ่นแก้วนี้ใช้เวลา ปรับปรุงพันธุ์อยู่ถึง 12 ปี จนออก มาเป็นข้าวพันธุ์ปิ่นแก้ว เป็นข้าวเจ้านาสวนเมล็ดยาว เนื้อแข็งเป็น มันเลื่อม ไม่เป็นท้องไข่ เปลือกและปลอกบาง เมล็ดไม่บิดไม่โค้ง ไม่มีเมล็ดแดงปน และมีน้ำหนักดี...ซึ่งข้าวพันธุ์ปิ่นแก้วนี้ถือให้ไม่ธรรมดาเหมือนกัน พื้นฐานเดิมยังเคยถูกคัดเลือกให้เป็นข้าวดีเยี่ยม และเป็นพันธุ์ข้าวตัวอย่างมาตรฐานของไทยเพื่อการส่งออกตั้งแต่ในสมัยเมื่อปี 2470 มาแล้ว
ในสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อปลาย พ.ศ. 2475 "ข้าวปิ่นแก้ว" เคยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมที่ 1 ของโลก เมื่อคราวการจัดประกวดข้าวโลกที่เมืองเรไยนา (Regina) ประเทศแคนาดา ในครั้ง นั้นมีผู้ส่งข้าวเข้าประกวดจากประเทศต่างๆถึง 176 ราย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาและได้ประกาศผลออกมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2476 ให้ "ข้าวปิ่นแก้ว" ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมที่ 1 ของโลก เท่ากับเป็นการสร้างชื่อเสียงข้าวไทยให้ทั่วโลกรู้จัก สามารถติดตลาดโลกได้ไม่ยาก แต่เมื่อพันธุ์ "ข้าวหอมมะลิ 105" ได้เกิดขึ้นมา ข้าวพันธุ์ปิ่นแก้วจึงถูกลดชั้นลงไปด้วย เพราะข้อจำกัดในเรื่องผลผลิตต่อไร่ที่ข้าวปิ่นแก้วให้น้อยกว่า และความหอมละมุมเมื่อเป็น "ข้าวสุก" ด้วยความแปลกและเด่นกว่าเช่นนี้จึงสามารถผงาดขึ้นมาอยู่เหนือแชมป์ได้
ความจริงแล้วพันธุ์ข้าวของ ไทยนั้นมีอยู่มากมาย จึงเป็นเรื่องที่ดีที่ สวทช. ได้แนะนำพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับอุทกภัยในปีต่อไป โดย เรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลคงจะต้องเอาจริงเอาจัง ในการเผยแพร่ความรู้กับเกษตรกรให้หันมาปลูกข้าวดังกล่าว อย่างน้อยเพื่อป้องกันผลผลิตเสียเมื่อเกิดอุทกภัยใหญ่ครั้งต่อไป
นี่ถือเป็นหนึ่งในกระบวน การแก้ไขปัญหาที่ได้ผล มีเกษตรกรหลายคนที่ปรับตัวหันไปทำอาชีพประมงน้ำจืด การทำนาบัว และอีกหลากหลายพืชพันธุ์ ดังนั้น นวัตกรรมพันธุ์ข้าวของ สวทช. จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นการไม่เสียหายอะไรถ้าเราจะเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ให้ชาวนาเตรียมปลูกข้าวในนวัตกรรมใหม่ของ สวทช. อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันได้ว่าผลผลิตข้าวของเราจะไม่เสียหายเหมือนอย่างปีที่ผ่านมา งานนี้ต้องยกนิ้วให้กับ สวทช. ซึ่งอยู่ที่กลไกที่เกี่ยวข้องจะขานรับแค่ไหน
ทั้งหมดนี้คือสินค้าเกษตรที่ต้องกินต้องใช้ หากเกิดปัญหาอุทกภัยพืชพันธุ์ได้รับความเสียหาย ย่อมทำให้ราคาเขยิบตัวขึ้นสูงกระทบกับภาวะค่าครองชีพของประชาชนอย่างแน่นอน หน ทางหนึ่งที่จะช่วยได้นั่นก็คือ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆให้สามารถเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ได้...เพื่อลดภาวะการขาดแคลนอาหารจากการเกิดเหตุอุทกภัย สิ่งเหล่านี้ก็น่าคิดและไม่ควรปล่อยให้ล่วงผ่านวันเวลาไป
นี่คือหนึ่งในกระบวนการเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยในครั้งต่อไป เตรียมแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่เป็นชาวนา กระทรวงเกษตรฯ ควรจะตื่นตัว นำนวัตกรรมนี้ไปขยายผลให้เกิดประโยชน์ "ถ้าเราเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ให้ชาวนาเตรียมปลูกข้าว ในนวัตกรรมใหม่ของ สวทช.อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันได้ว่า ผลผลิตข้าวของเราจะไม่เสียหายเหมือนอย่างปีที่ผ่านมา"
ที่มา: เรืองยศ จันทรคีรี. หนังสือพิมพ์โลกวันนี้. คอลัมน์ คิดเหนือข่าว. ฉบับวันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2554
Items details
- Hits: 281 clicks
- Average hits: 56.2 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



