ออกแบบสร้างสรรค์งาน'เซรามิก'เพิ่มคุณค่าก้าวไกลเทียบสากล
นับเนื่องจากวันวานจวบถึงปัจจุบันเครื่อง เนื่องจากวันวานจวบถึงปัจจุบันเครื่อง ปั้นดินเผา ผลงานเซรามิกของไทยยังคงได้รับการกล่าวถึงและเพื่อต่อยอดเพิ่มความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมเซรามิก การออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อสร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่าสิ่งนี้มีความหมายความสำคัญ ขณะที่เซรามิกแวดล้อมใกล้ชิดอยู่ในชีวิตประจำวัน นานาผลิตภัณฑ์ทั้งเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อการประดับตกแต่งที่มีปรากฏคู่กับคนไทยมายาวนาน ผศ.สาธร ชลชาติภิญโญ อาจารย์คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ประธานสาขาเทคโนโลยีเซรามิก มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ให้ความรู้เล่าย้อนคุณค่าความโดดเด่นของเซรามิกว่า อุตสาหกรรมเซรามิกไทยหรือเครื่องปั้นดินเผาในภาคอุตสาห กรรมถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ
เซรามิกของไทยเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามยังมีเงื่อนไขในการผลิตทั้งทางด้านต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิงและเป็นในลักษณะของผู้จ้างทำ การจะก้าวสู่สากลมีโอกาสอยู่มากแต่ก็คงต้องพัฒนาในเรื่องของการออกแบบ หากย้อนกลับในอดีตแหล่งผลิตเครื่องปั้นดิน เผาที่สำคัญ ๆ สามารถออกแบบเครื่องปั้นดินเผานำมาใช้สอยได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งสินค้าที่ส่งไปยังต่างประเทศสมัยอยุธยาก็ผลิตจากแหล่งแม่น้ำน้อยซึ่งพบหลักฐานเตาโบราณขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก ส่วนในยุคสุโขทัยก็มีความรุ่งเรืองบ่งชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาของไทยเราเป็นที่ยอมรับด้วยว่ามี อัตลักษณ์ของตนเอง มีคุณค่าในการใช้สอย ฯลฯ
พอมาถึงยุคปัจจุบันเครื่องปั้นดินเผามาเริ่มฟื้นฟูอีกครั้งในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ โดยช่วงเวลานี้มีการนำเข้าเครื่องใช้ภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่มีคุณภาพจากจีน อีกทั้งยังได้รับความรู้ฟื้นฟูจากช่างชาวจีน จากเดิมที่มีการผลิตเซรามิกในกรุงเทพฯ แต่พอบ้านเมืองขยายเติบโตขึ้นก็ไม่สอดคล้องกับการทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พอมีการค้นพบแหล่งวัตถุดิบดินขาวลำปางในกลุ่มช่างปั้นส่วนหนึ่งก็ย้ายไปที่นั่น ขณะที่อีกส่วนหนึ่งพบดินที่มีคุณสมบัติโดดเด่นของราชบุรีเหมาะต่อการสร้างสรรค์เครื่อง ปั้นดินเผาก็นับว่าเป็นอีกแหล่งหนึ่งในการทำปั้นดินเผาก็นับว่าเป็นอีกแหล่งหนึ่งในการทำเครื่องปั้นดินเผาที่ได้รับการกล่าวขาน หลังจากนั้นมาก็มีการศึกษาเรียนรู้ตั้งโรงงานทำเครื่องเคลือบดินเผาขึ้นในหลายพื้นที่และก็มีหลากหลายผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น จาน ชาม แก้วน้ำ ฯลฯ มีลักษณะการผลิตแบบอุตสาหกรรมมากขึ้น
ส่วนในความต่างของเซรามิกกับเครื่องปั้นดิน เผา อาจารย์สาธรให้ความรู้ต่ออีกว่า เครื่องปั้นดินเผาเดิมทีก็มีการเรียกกันเช่นนั้นซึ่งทางตะวันตกเรียก พอทเทอร์รี่ เป็นการเรียกตามลักษณะหน้าที่ใช้สอย แต่เมื่อเครื่องปั้นดินเผาพัฒนาได้มาระยะหนึ่งพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีการขึ้นรูปและผ่านกระบวนการความร้อน แข็ง คงรูป ไม่ได้มาจากดินแต่เพียงอย่างเดียว แต่มีการค้นพบอิฐทนไฟที่เกิดจากสารซิลิก้านำมาขึ้นรูปก็มีความทนไฟสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นมาได้ อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับดิน แต่เกี่ยวกับสินแร่ที่เป็นอนินทรีย์สารเป็นอโลหะ แก้ว ฯลฯ เวลาที่นำมาใช้ก็ต้องผ่านกระบวนการความร้อนด้วยจึงจะแปลงสภาพก็เลยเรียกรวมนำศาสตร์สาขาเหล่านี้ไว้ด้วยกันพร้อมทั้งบัญญัติศัพท์ เซรามิกขึ้น
"เซรามิกจากที่มีการนำมาศึกษาจัดแบ่งเป็นประเภทที่ถือว่ามีความเก่าแก่มีการสร้างสรรค์ขึ้นมา ได้แก่เครื่องปั้นดินเผาผลิตภัณฑ์แก้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม ซึ่งก็ถือเป็นเซรามิก ต่อมามีการแยกแยะไปถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มโลหะเคลือบ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาต่อไปในเรื่องของการทำกระดูกเทียมด้วยเซรามิกเชื่อมโยงไปถึงอิเล็กทรอนิกส์เซรามิก ฯลฯ ดังนั้นหากจะพูดถึงเซรามิกอาจสรุปได้สั้น ๆ ว่า เซรามิกหมายถึงวัตถุที่เป็นอนินทรีย์สารเป็นอโลหะนำมาขึ้นรูปแล้วผ่านกระบวนการความร้อนให้แข็งเป็นรูปนำมาใช้งานได้"
จากที่กล่าวเซรามิกมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน ส่วนการจัดแบ่งประเภทของเซรามิก เรียกได้ว่าค่อนข้างกว้าง ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาหรือที่ปัจจุบันเรียกกันว่าเซรามิกได้รับการยกย่องว่าเป็นวัสดุที่มีความสำคัญโดยที่ เซรามิกมีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งในเรื่องความแข็งแกร่งทนต่อความร้อน กรดด่างซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เซรามิกมีประโยชน์สูงต่อการดำรงชีพของมนุษย์ อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์วัสดุเซรามิกตอบสนองการใช้งานต่าง ๆ ได้ อย่าง ความทนทาน ความคมใช้แล้วไม่เปลี่ยนสภาพ ซึ่งเซรามิกสามารถนำมาทำเป็นมีด กรรไกรได้ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของยานอวกาศที่สามารถรับแรงเสียดสี ฯลฯ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ที่สังเคราะห์ได้จากเซรามิกเป็นความพิเศษของวัสดุชนิดนี้ที่มีมากมายกว่าที่รู้จักกันในเรื่องของภาชนะ
ส่วนคุณค่าความงามทางศิลปะ เครื่องปั้น ดินเผาเป็นสิ่งที่มีควบคู่มากับช่างผู้ออกแบบ การประกวดออกแบบเครื่องปั้นดินเผาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญ ล่าสุดประกวดออกแบบเครื่องปั้นดินเผาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญ ล่าสุดศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และสมาคมเซรามิกไทยได้ประสานความร่วมมือประกวดและแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์เซรามิกในประเภทต่าง ๆ ขึ้น
"การจุดประกายครั้งนี้มีความหมาย นอกจากแสดงให้เห็นการพัฒนาทางด้านวัสดุแล้ว ในด้านรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นยังอาจช่วยในด้านผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นยังอาจช่วยในด้านการส่งออกโดยหัวข้อการประกวดครั้งนี้มีทั้ง เครื่องใช้บนโตะอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งสวนและภายนอกอาคาร ผลิตภัณฑ์เพื่อตกแต่งภายในอาคารซึ่งพร้อมให้นักศึกษา ประชาชนรวมถึงภาคอุตสาหกรรมได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเซรามิก"
นอกจากนี้อาจารย์ ยังกล่าวทิ้งท้ายฝากถึงเรื่องของการออกแบบอีกว่า สิ่งที่ต้องไม่มองข้ามคือการมีพื้นฐานความเข้าใจอย่างถ่องแท้ทั้งในด้านวัสดุหรือวัตถุดิบควบคู่ไปกับกระบวนการผลิต ผู้ออกแบบควรมีความเข้าใจทั้งสองส่วนนี้ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สนับสนุนจินตนาการที่ทำให้เป็นจริงจับต้องขึ้นมาได้ แต่หากนักออกแบบเรียนรู้การออกแบบเพียง 2 มิติในกระดาษและจอคอมพิวเตอร์ สร้างสรรค์จินตนาการไปโดยที่ไม่ทราบในกระบวนการผลิต จินตนาการไปโดยที่ไม่ทราบในกระบวนการผลิต บางครั้งจินตนาการนั้น ๆ ก็เป็นจริงไปไม่ได้ เครื่องปั้นดินเผานั้นมีความงามในหลายแง่มุม นักออกแบบจึงต้องมีความเข้าใจในการสะท้อนหรือออกแบบในด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้เกิดความงาม โดยที่ไม่ขัดแย้งไปกับหน้าที่หรือประโยชน์ใช้สอย การออกแบบจึงไม่เพียงเป็นการส่งเสริมเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นการเพิ่มคุณค่ามูลค่าและหากผลงานที่ออกแบบมีความงามมีประโยชน์การใช้สอยครบพร้อมด้วยแล้วก็จะเกิดเป็นต้นแบบนำสู่การผลิตจริง เกิดการเรียนรู้ศึกษาพัฒนาศิลปะแขนงนี้ต่อเนื่องยาวนาน
'เครื่องปั้นดินเผา' กับความงามที่เป็นสากล
เครื่องปั้นดินเผาศิลปะอีกแขนงที่ปรากฏขึ้นมายาวนานซึ่งก็เหมือนกับศิลปะประเภทอื่น ๆ ที่แต่ละแขนงมีเกณฑ์มาตรฐาน ในการจำแนกเพื่อวัดระดับคุณค่าของผลงานแต่ละด้าน ซึ่งเกณฑ์สากลในการพิจารณาเครื่องปั้นดินเผามีการแบ่งประเภทของผลงานเป็นหมวดหมู่ เช่น ผลงานที่เน้นประโยชน์การใช้สอย (for use) ผลงานที่มุ่งเน้นด้านความรู้สึกประทับใจ (for Expression) หรือผลงานแสดงเอกลักษณ์ประจำชาติ (Tradition) แต่ไม่ว่าจะมีการแบ่งประเภทอย่างไรก็ตามในความงามหรือคุณค่าอันเป็นที่ยอมรับกันเป็นสากลจะมีในประเด็นดังนี้คือ ความงามจากดิน, ความงามจากเคลือบและการตกแต่ง, ความงามจากการเผา, ความงามจากรูปทรง, ความงามจากลักษณะผิว, ความงามในลักษณะเอกลักษณ์, ความงามจากการสัมผัส, ความงาม ณ พื้นที่รอบฐาน ซึ่งในประเด็นนี้บริเวณว่างรอบฐานเป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึง สามารถที่จะสร้างความรู้สึกความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุกับบริเวณว่างโดยรอบได้ตามจินตนาการของแต่ละบุคคล อีกทั้งยังมีประเด็นในเรื่อง ความงามจากร่องรอยแห่งทักษะ ซึ่งผลงานบางชิ้นผู้สร้างเจตนาทิ้งร่องรอยไว้ อย่างรอยมือจากการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน รอยตัดด้วยเชือกที่บาดลึกไปในฐานชิ้นงานหรือรอยย่นบนผิวดินที่เกิดจากการขึ้นรูป ฯลฯ รวมทั้งามจากความสมดุล และจาก 10 ประเด็นความงามเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งแต่ละประเด็นเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการตัดสินใจว่าผลงานที่ว่างามหรือมีคุณค่าเกิดจากสิ่งใดซึ่งผลงานที่ได้รับการยอมรับว่างาม แต่ละชิ้นมีความงามต่างกันไปบางชิ้นอาจมีหลายลักษณะ ขณะที่ผลงานบางชิ้นอาจมีข้อโดดเด่นทางความงามน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตามหากสามารถแสดงออกได้บรรลุเป้าหมายด้านใดด้านหนึ่งเด่นชัด ก็ทำให้เกิดการยอมรับเป็นสากลได้เช่นกัน
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2554
Items details
- Hits: 669 clicks
- Average hits: 83.6 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



