วิทยาศาสตร์สุขภาพ พัฒนาคุณภาพสามเณร
การนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มาใช้เสริมในการเรียน ถือเป็นตัวช่วยแพร่กระจายโอกาสทั้งทางโลกและทางธรรม ไปสู่สังคมทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนเชียงกลางปริยัติศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จ.น่าน เพื่อพระราชทานพันธุ์ข้าวเหนียวต้านโรคไหม้ "ธัญสิริน" จำนวน 1,000 กิโลกรัม ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี น้อมเกล้าฯ ถวายเมล็ดพันธุ์ก่อนหน้านี้ นางผ่องพรรณ เอกอาวุธ ผู้เชี่ยวชาญของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า อ.บ่อเกลือ และ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน เป็นพื้นที่ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงตระหนักถึงสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ห่างไกลความเจริญ ทำให้ราษฎรขาดโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม จึงโปรดให้สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ ช่วยเหลือพัฒนา โดยเริ่มจากโรงเรียนระดับประถมศึกษา ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งมีกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาทั้ั้งหมด 12 โรงเรียนรวมอยู่ด้วย "สิ่งที่พระองค์ท่านทรงเน้นย้ำสำหรับโรงเรียนสงฆ์ คือ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งเป็นการใช้วิทยาศาสตร์มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของสามเณรที่เรียนหนังสือที่นี่ เพราะสามเณรส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยเด็กถึงวัยรุ่น แต่กลับไม่ค่อยมีโอกาสออกกำลังกายหรือเล่นซนได้อย่างเด็กทั่วไป ดังนั้นเราจึงนำโครงการออกกำลังกายต่าง ๆ เช่น การฝึกโยคะ มาพัฒนาโรงเรียน และยังนำความรู้เรื่องโภชนาการมาเสริมอีกด้วย" ผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ไบโอเทค กล่าวต่อว่า ในส่วนของการศึกษาวิทยาศาสตร์ ทุกวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ จะมีนักวิจัยจาก สวทช. ผลัดเปลี่ยนกันมาอบรมโครงงานวิทยาศาสตร์ สอนให้สามเณรเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือการทดลอง หรือนำคณะสามเณรออกค่ายวิทยาศาสตร์วิถีพุทธนอกสถานที่ เพื่อเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติอย่าง เห็ด รา และแมลง ส่วนของคอมพิวเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญ สวทช. เผยว่า ปัจจุบันโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์จำนวน 12 เครื่อง และยังนำโปรแกรมการจัดระเบียบห้องสมุดซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ชื่อ openbiblio มาช่วยเหลือห้องสมุด และยังจัดเตรียมบุคลากรมาให้ความรู้ในการใช้โปรแกรมพื้นฐานอย่างไมโครซอฟท์ออฟฟิศ อีกด้วย พระคงศิลป์ ภัททาวุโธ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดนิโครธาราม อ.ท่าวังผา ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า ปัญหาร่วมของโรงเรียนพระปริยัติธรรมส่วนใหญ่เกิดจากการขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เพราะโรงเรียนสงฆ์ไม่ได้ขึ้นกับกระทรวงศึกษาธิการ อาจารย์ที่เป็นฆราวาสจึงถือเป็นอาจารย์กินเงินเดือนอย่างเอกชน ไม่มีความมั่นคงอย่างข้าราชการ ส่วนอาจารย์ซึ่งเป็นพระสงฆ์ก็ไม่มีวุฒิทางครุศาสตร์ ไม่สามารถสอนหนังสือได้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด "แม้ปัจจุบัน โรงเรียนเชียงกลางพระปริยัติศึกษากำลังจะมีห้องแล็บทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังขาดอุปกรณ์และบุคลากรที่มีความสามารถ จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องมาช่วยอบรมครูเพื่อนำความรู้ถ่ายทอดต่อให้สามเณร" พระคงศิลป์กล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด. หน้า 31 ฉบับวันศุกร์ที่ 3 พ.ค.2554
Items details
- Hits: 312 clicks
- Average hits: 26 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



