นิคมวิจัย ติดอาวุธธุรกิจภูธร
ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานวิทยาศาสตร์อยู่ 400 กว่าแห่ง และอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งแรกของไทยอยู่ที่รังสิต เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกบนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ภายใต้การบริหารงานของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
อุทยานวิทยาศาสตร์หรือ "นิคมวิจัยสำหรับภาคธุรกิจ" ที่อำนวยความสะดวกในการวิจัยให้กับเอสเอ็มอี ที่ต้องการเข้าสู่อุตสาหกรรมการแข่งขัน โดยผนวกรวมความรู้ด้านวิจัยเข้ากับธุรกิจ และจากความสำเร็จของอุทยานวิทย์ฯส่วนกลาง ซึ่งมีบริษัทเอกชนทั้งไทยและต่างชาติติดต่อเช่าพื้นที่ทำวิจัยกว่า 60 ราย สร้างมูลค่าการตลาดหลักพันล้าน ได้จุดประกายให้รัฐบาลจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เพื่อประโยชน์ของภาคธุรกิจในต่างจังหวัด
นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์มีโครงการขยายอุทยานวิทยาศาสตร์ไปในระดับภูมิภาคอีก 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ดำเนินการโดย สวทช. และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ทั้งสามแห่งนี้จะทำงานเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาค
ล่าสุดคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบสนับสนุนอุทยานภูมิภาค 96 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพันในช่วงเปลี่ยนผ่าน ระหว่างปีงบประมาณ 2554-2555 เพื่อให้การดำเนินงานต่อเนื่อง และเป็นงบที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ควรจะได้รับ เพื่อพัฒนากิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ระดับภูมิภาค โดยมีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการให้มีความคล่องตัว และเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลงทุน ตลอดจนการของบประมาณที่ไม่ขึ้นตรงอยู่กับภาครัฐเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา
งบประมาณส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์แต่ละแห่ง ได้แบ่งสัดส่วนดังนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ 49 ล้านบาท อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23 ล้านบาท และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ 24 ล้านบาท จากงบประมาณรวม 96 ล้านบาท
กระทรวงวิทยาศาสตร์ยังเห็นควรให้จัดตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (กสอว.) เพื่อทำหน้าที่เสนอแผนพัฒนากิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศ ตลอดจนจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ หรือ Science Parks Promotion Agency : SPA
SPA ทำหน้าที่ประสานงานเพื่อเชื่อมโยงหน่วยงานวิจัยเอกชน สถาบันวิจัยของรัฐ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยกับความต้องการของตลาด ด้วยการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีและจับคู่ธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่ผ่านกระบวนการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ทำให้เกิดธุรกิจซึ่งใช้นวัตกรรมเป็นฐานเพิ่มขึ้น โดยใช้ศักยภาพมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเป็นกำลังขับเคลื่อน
ปัจจุบันมีเอกชนหลายราย ที่พร้อมลงทุนในโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภูเก็ต ที่สนใจตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ที่จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์มีความร่วมมือในการสร้างเมืองวิทยาศาสตร์อมตะมาก่อนหน้านี้
"กระทรวงวิทย์เปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจเข้ามาเป็นผู้เล่น จากเดิมที่มีแต่ สวทช. และวว. โดยมองว่านิคมอุตสาหกรรมมีบทบาทมาก ที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในลักษณะของที่ดินและงบประมาณในการก่อสร้างอุทยานวิทยาศาสตร์ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งผมมองว่ามีความเป็นได้" รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าว
การปรับปรุงแนวทางส่งเสริมอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในครั้งนี้ เพื่อเปิดกว้างการเป็นเจ้าของอุทยาน โดยมีหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่ส่งเสริม สามารถเสนอของบประมาณตรงจากรัฐบาล โดยไม่ต้องผ่านกระทรวงวิทยาศาสตร์อย่างที่ผ่านมา เป็นรูปแบบเดียวกับที่เกิดในอุทยานวิทยาศาสตร์ต่างประเทศ ซึ่งกลายเป็นพื้นที่ที่น่าลงทุน
เมื่อรัฐบาลเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกขนาดนี้แล้ว เชื่อว่าอุทยานภูมิภาคหรือนิคมวิจัยสำหรับธุรกิจภูมิภาคของไทย จะหอมหวนสำหรับนักลงทุนต่างชาติไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอุทยานวิทย์ของสิงคโปร์ มาเลเซียและไต้หวัน
อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ เริ่มตั้งแต่ปี 2549 - 2551 โดย สวทช. ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่เข้ารับการบ่มเพาะ 60 รายในภาคอีสาน และ 67 รายในภาคใต้เ ก่อให้เกิดโครงการวิจัยและพัฒนาที่ออกสู่เชิงพาณิชย์ 15 โครงการในภาคใต้ และ 34 โครงการในภาคอีสาน เช่น ชุดตรวจโรคธาลัสซีเมีย, Probiotic สำหรับปลานิล และโปรแกรมจัดการน้ำประปาชุมชน
อุทยานวิทยาศาตร์ภาคเหนือ เริ่มตั้งแต่ปี 2547 - 2553 โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาและปรับปรุงแผนธุรกิจให้เชื่อมโยงกับการบริหารงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคอื่น ณ ปัจจุบันสามารถสร้างเครือข่ายกับสถาบันการศึกษาในภาคเหนือ 55 สถาบัน โดยนำผลงานไปสนับสนุนอุตสาหกรรม 145 โครงการ และเปิดฝึกอบรมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน กลุ่มชุมชนไปแล้ว 2,967 คน นำผลงานวิจัยไปถ่ายทอดให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ทั้งสิ้น 10 โครงการ
ที่มา: จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา. คอลัมน์ idea: "นิคมวิจัย"ติดอาวุธธุรกิจภูธร. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 12 เมษายน 2554
Items details
- Hits: 413 clicks
- Average hits: 31.8 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



