เอ็มเทค-อบก. รุกเอกชนใช้ "คาร์บอนฟุตพริ้นท์" เพื่อสิ่งแวดล้อมโลก
รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่า เอ็มเทคและ อบก. เล็งเห็นถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจก จึงได้ร่วมกันจัดทำ “โครงการส่งเสริมการใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์บนผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint)” ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการความร่วมมือทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์สำหรับประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับก๊าซ เรือนกระจกสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิต ของผลิตภัณฑ์ โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 20 บริษัท เพื่อเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และการขอรับรองฉลากแสดงปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อติดบนผลิตภัณฑ์
“ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่จัดทำโครงการนี้ ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่มาตรฐานไอเอสโอ 14067 (ISO 14067) ที่มีการนำก๊าซเรือนกระจกเข้ามาพิจารณาร่วมด้วยเป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่ามาตรฐานสากลนี้จะเริ่มใช้กันประมาณเดือนมีนาคม 2554 อย่างไรก็ตามในการประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ หรือแอลซีเอ (Life Cycle Assessment: LCA) เอ็มเทคได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ พัฒนาฐานข้อมูล LCA ของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2550 และจะขยายข้อมูลให้มีความคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งในโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นท์นี้ เอ็มเทคได้รับผิดชอบในเรื่องของเทคนิคในการประเมินวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ส่วน อบก. จะดำเนินการด้านการรับรองฉลากของผลิตภัณฑ์”
นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ ผู้อำนวยการ อบก. กล่าวว่า เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ที่จะติดบนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น เพื่อแสดงข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบว่าตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์เหล่า นั้นมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาปริมาณเท่าไหร่ ตั้งแต่กระบวนการหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัดเมื่อกลายเป็นของเสีย ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่ง แวดล้อมมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญการใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันใน ตลาดโลกด้วย เนื่องจากขณะนี้ในหลายประเทศเริ่มมีการนำคาร์บอนฟุตพริ้นท์มาใช้แล้ว ทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น และมีการเรียกร้องให้สินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทยต้องติดเครื่องหมายคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ด้วย ซึ่งหากประเทศไทยมีการดำเนินโครงการและเก็บข้อมูลการลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกที่ชัดเจน จะช่วยให้เรามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นในการประชุมระดับโลกเพื่อกำหนดแนวทาง แก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน
ทั้งนี้ บริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการนำร่องติดเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์สามารถ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้-30 เมษายน 2552 สำหรับผู้สนใจส่งผลงานร่วมประกวดในโครงการประกวดตราสัญลักษณ์คาร์บอนฟุต พริ้นท์ สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้-7 พฤษภาคม 2552 ผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2615 8791-3 ต่อ 106 หรือ www.tgo.or.th.
# # #
เรียบเรียงจาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (8 เมษายน 2552)
Items details
- Hits: 2478 clicks
- Average hits: 70.8 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



