พันธุ์ข้าวลูกผสม ความหวังที่อุดมด้วยผลผลิต

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      ข้าว คือพืชอาหารที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน เป็นอาหารหลักที่สำคัญของชนชาติต่างๆ ทั่วโลก ยิ่งปัจจุบันกล่าวได้ว่าเป็นยุคทองของชาวนาไทยก็ว่าได้ ที่ข้าวในตลาดโลกมีราคาสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

      ประเทศไทยผลิตข้าวได้มากเป็นอันดับ 6 ของโลก รองจากจีน อินเดีย อินโดนีเซีย บังคลาเทศ และเวียดนาม แต่ไทยสามารถส่งออกข้าวได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก รองลงมา คือ อินเดีย และเวียดนาม ข้อมูลในปี 2549 จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าไทยมีพื้นที่เพาะปลูกข้าว 67.05 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 29.43 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ยคือ 439 กิโลกรัมต่อไร่

      แม้ประเทศไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้เป็น อันดับหนึ่งของโลก แต่ในแง่ของผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่แล้ว ก็ยังถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ ปัจจัยที่เป็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ เรื่องของแมลงศัตรูพืช (เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล) โรคพืช (เช่น โรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง) และเรื่องของการคัดเลือกสายพันธุ์ เป็นต้น

      งานวิจัยของศูนย์วิจัยข้าว ปทุมธานี และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) มีหลายโครงการที่มุ่งแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพให้ข้าวไทยมีมูลค่าสูงขึ้น หนึ่งในโครงการนี้นั่นก็คือ การศึกษาวิจัยพันธุ์ข้าวลูกผสม (hybrid rice) นั่นเอง ซึ่งเป็นความหวังที่จะเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ให้ได้มากกว่าเดิมอีกสามถึง สี่เท่าตัว คือจากเดิมผลผลิตเฉลี่ย (ปี 2549) อยู่ที่ 439 กิโลกรัมต่อไร่ และจะทำให้เพิ่มมากกว่า 1,200 กิโลกรัมต่อไร่

      วิธีการที่นำมาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ให้ได้ข้าวลูกผสมนั้น ต้องนำข้าวต่างสายพันธุ์ที่มีลักษณะตามต้องการมาผสมกัน เพื่อให้ได้รุ่นลูกที่มีลักษณะดีของพ่อและแม่ แต่เนื่องจากในธรรมชาติข้าวเป็นพืชที่มีการผสมเกสรในตัวเอง คือ มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ทำให้โอกาสที่จะเกิดการผสมข้ามระหว่างต้นนั้นมีน้อยมาก ดังนั้น การพัฒนาข้าวสายพันธุ์ดี จึงต้องใช้วิธีทำให้ต้นข้าวเป็นหมันเสียก่อน หรือไม่ก็ต้องหาพันธุ์ข้าวที่มีอยู่ในธรรมชาติซึ่งมีเกสรตัวผู้ที่เป็นหมัน อยู่แล้ว จากนั้นจึงนำสายพันธุ์แม่ดังกล่าว (ตัวผู้เป็นหมัน) มาผสมกับสายพันธุ์พ่ออีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีลักษณะดี เช่น มีความต้านทานต่อโรคและแมลงได้ดีและให้ผลผลิตสูง ผลลัพธ์ก็คือได้ข้าวลูกผสมที่มีผลผลิตสูงขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ปลูก มีความต้านทานโรคและแมลงได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณการใช้น้ำในการปลูกข้าว เนื่องจากข้าวลูกผสมมีระบบรากที่แข็งแรงกว่าข้าวโดยทั่วไป

      จีนเป็นประเทศแรกที่พัฒนาและปลูกข้าวลูกผสม เป็นการค้ามาตั้งแต่ปี 2534 ปัจจุบันพันธุ์ข้าวลูกผสมของจีนสามารถให้ผลผลิตสูงถึง 1,500 – 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีทำเลที่เหมาะสมแก่การปลูกข้าว อีกทั้งมีความหลากหลายของพันธุกรรมข้าวแหล่งหนึ่งของโลก เช่น มีธนาคารเชื้อพันธุ์พืช ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างพันธุกรรมข้าวไว้มากกว่า 24,000 ตัวอย่างเชื้อพันธุ์ ดังนั้น เพื่อตอกย้ำความเป็นแชมป์โลกด้านการส่งออกข้าวของไทย ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ งานวิจัยพันธุ์ข้าวลูกผสมจึงน่าจะเป็นองค์ความรู้ที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ ของชาติได้

      ปัจจุบัน งานวิจัยพันธุ์ข้าวลูกผสมของไทยก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วนั้น และต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานแค่ไหนจึงสามารถนำไปสู่การปลูกจริงในไร่นาของ เกษตรกรได้ พบคำตอบเหล่านี้ได้ในเวทีอภิปรายหัวข้อ "พันธุ์ข้าวลูกผสม ความหวังที่อุดมด้วยผลผลิต" จึงขอ เชิญชวนทุกท่านที่มีความสนใจเกี่ยวกับงานวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เข้าร่วมฟังการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน ในงานเวทีวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ารายเดือน เรื่อง พันธุ์ข้าวลูกผสม ความหวังที่อุดมด้วยผลผลิต โดยมี ดร.ปัทมา ศิริธัญญา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.ลำปาง และ คุณจุมพล เหมะคีรินทร์ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. เป็นผู้ดำเนินรายการ ในวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2551 เวลา 13.00-15.30 น. ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถนนพระรามที่หก ซึ่งจากงานนี้ท่านจะได้ทราบว่างานวิจัยและพัฒนาข้าวสาย พันธุ์ดีของไทยนั้นมีอะไรบ้าง สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรและอุตสาหกรรมข้าวไทยได้อย่างตรงความ ต้องการหรือไม่ และทิศทางงานวิจัยของข้าวไทยจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ในงานนี้

      สนใจร่วมฟังการอภิปราย ติดต่อ: ปัณรสี (ฝ่ายสื่อสารวิทยาศาสตร์ สวทช.) โทร. 02 564 7000 ต่อ 1461

        Items details

        • Hits: 3000 clicks
        • Average hits: 83.3 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 3
        น้อยมากที่สุด