iTAP ติดอาวุธทางปัญญา เสริมแกร่งโรงสี รายเล็ก
"โรงสีเบ็ญจวรรณ" เล็งสร้างแบรนด์ 3 ดาว ได้ iTAP ช่วยต่อยอดเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ยอมรับก่อนหน้าไม่กล้าพัฒนา เกิดการสูญเสียพลังงาน และข้าวแตกหักสูง ผลผลิตไม่มีคุณภาพ แข่งขันไม่ได้ราคา เพราะขาดประสบการณ์ ผู้บริหารอุ่นใจ หลัง iTAP หนุนผู้เชี่ยวชาญเข้าเป็นที่ปรึกษา ปรับแนะวิธีและเทคนิคการสีข้าวที่ถูกต้อง ได้ทั้งทักษะ และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความหวังและมุ่งมั่นในการสีข้าวต่อไป
จากการสำรวจของโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่า ในกระบวนการสีข้าวของไทยส่วนใหญ่มีประสิทธิภาพการผลิตต่ำ ทั้งในแง่ของปริมาณผลผลิต และความสูญเสียจากการแตกหักของข้าวค่อนข้างสูง รวมทั้งสิ้นเปลืองพลังงาน เนื่องจากการใช้เครื่องมือที่ไม่มีประสิทธิภาพและพนักงานขาดความรู้ในการสีข้าว ขณะที่ประเทศไทยมีโรงสีอยู่ทั่วประเทศกว่า 43,000 แห่ง โดยในพื้นที่ภาคอีสานมีโรงสีข้าวกว่า 29,000 แห่ง และเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมามีถึง 4,626 แห่ง
โรงสีเบ็ญจวรรณ ผลิตและจำหน่ายข้าวภายใต้แบรนด์ "เบ็ญจวรรณตรา 3 ดาว" ตั้งอยู่เลขที่ 188 หมู่ 4 ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ถือเป็นหนึ่งในจำนวนโรงสีที่ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน
นางเบ็ญจวรรณ เจาวัฒนา ผู้จัดการโรงสีเบ็ญจวรรณ เปิดเผยว่า ทางครอบครัวดำเนินธุรกิจโรงสีข้าวได้ไม่นาน ประมาณปี 2549 โดยรับซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์เก่าจากโรงสีที่ปิดกิจการมาทำต่อ แต่ด้วยขาดประสบการณ์เพราะไม่รู้วิธีการสีข้าวมาก่อนจึงลองผิดลองถูกมาตลอด 4 ปี ทำให้ในระยะแรกการผลิตข้าวยังไม่จริงจังและมีปริมาณน้อย ประกอบกับต้องลงทุนสูงขณะที่รายได้เข้ามาน้อย ช่วงแรกจึงเน้นธุรกิจรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาแล้วนำมาขายต่อให้กับโรงสีในพื้นที่ "เพราะความไม่ถนัดและไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสีข้าว ทำให้ผลผลิตที่ออกมาเกิดความเสียหาย และไม่เคยมีความรู้มาก่อนทั้งในเรื่องของความชื้น การดูเปอร์เซ็นต์ข้าว หรือการใช้เครื่องมือต่างๆ อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ได้ผลผลิตน้อย และไม่ได้ราคา จึงหันไปเน้นทำธุรกิจซื้อมาขายไปข้าวเปลือกมากกว่าเพราะคิดว่าลงทุนน้อยแต่รายได้ดีและได้ทุนคืนเร็วกว่า"
แต่หลังจากได้ไปศึกษาต่อ MBA จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ในเรื่องของการลงทุนที่ในอดีตไม่กล้า หันมาสนใจที่จะต่อยอดธุรกิจโดยการเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ พร้อมวางเป้าหมายที่จะสร้างแบรนด์ "3 ดาว" ติดตลาดในพื้นที่ให้ได้ ที่สำคัญยังทำให้รู้ว่าการสีข้าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าข้าวเปลือก จึงตัดสินใจหันมาลงทุนเพิ่มกับการสีข้าว ประกอบกับได้รู้จัก โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จึงได้เข้ารับความช่วยเหลือในโครงการ"การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงสีข้าว" ตั้งแต่ปลายปี 2552 ที่ผ่านมา
iTAP ได้จัดส่งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มี ดร.สุรศักดิ์ จันโทริ เป็นหัวหน้าคณะฯ เข้ามาวิเคราะห์กระบวนการผลิตในโรงสี เบื้องต้นพบว่า ข้าวที่สีได้ในแต่ละวันเกิดการสูญเสียไปประมาณ 10% หรือคิดเป็นมูลค่าถึงกว่า 8,000 บาทต่อวัน (โดยคำนวณจากการผลิตต่อชั่วโมงสามารถสีข้าวได้ 3 ตันต่อ ชม.) เพราะข้าวเปลือกที่ผ่านกระบวนการสีทุก 1 ตัน จะมีข้าวหักอยู่ 1% ขณะที่โรงสีมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 80 ต้นข้าวเปลือกต่อวัน จึงเห็นว่าจากเดิมที่คิดว่ามีกำไรแล้ว แต่หากลดความสูญเสียดังกล่าวได้ นั่นคือรายได้ที่จะเพิ่มขึ้น
โดยผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำและปรับปรุงแก้ไขทั้งเรื่องของตะแกรงโยกแยกข้าวกล้อง, ตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักรในกระบวนการสีข้าว, ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณข้าวเต็มเมล็ด โดยปรับปรุงประสิทธิภาพการสีข้าวเพื่อให้ได้ข้าวต้นเพิ่มขึ้น จากเดิมมีเปอร์เซ็นต์ข้าวหักสูงมาก และไม่เคยมีการวัดค่า นอกจากนี้ยังได้แนะนำให้โรงสีเปลี่ยนเวลาเดินเครื่องจากช่วงเวลาทำงานกลางวันเป็นช่วงเวลากลางคืน ที่เรียกว่า TOU ซึ่งเป็นการผลิตช่วงเวลาที่เสียค่าไฟฟ้าน้อยที่สุดตามระบบไฟฟ้าแบบ TOU (ช่วง 22.00-09.00 น.)
เดิมการสีข้าวของโรงสีเบ็ญจวรรณจะเดินเครื่องในเวลากลางวัน ที่ผ่านมาเสียค่าใช้จ่ายสำหรับค่าไฟฟ้าเดือนละ 96,000-100,000 บาท บางเดือนสูงถึง 200,000 บาท (ในช่วงที่ต้องใช้พลังงานในการอบข้าวเพิ่ม) หลังทดลองเปลี่ยนเวลามาสีข้าวในช่วงกลางคืน พบว่าได้ผล สามารถลดค่าไฟฟ้าลงมาเหลือเพียง 40,000 บาท เท่ากับประหยัดได้ถึงเดือนละกว่า 50,000 บาท
"ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพิ่มเติม เชื่อว่าหลังจากที่ปรับปรุงแล้ว แม้กำลังการผลิตจะเท่าเดิม คือ 80 ตันข้าวเปลือกต่อวัน แต่สิ่งที่ต้องการคือ ประสิทธิภาพที่ดีกว่า หมายถึง เปอร์เซ็นต์ข้าวต้นเพิ่มขึ้น และลดปริมาณของเสียลงจากเดิม 10% หรือคิดเป็น 8,000 บาทต่อวัน หากวันนี้สามารถลดปริมาณของเสียลง เปลี่ยนมาเป็นข้าวต้นเพิ่มขึ้นแม้เพียง 1-2% ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าการสีข้าวต้องใช้ความรู้เชิงลึก และโชคดีที่ได้ iTAP เข้ามาให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี" นางเบ็ญจวรรณ กล่าว
ปัจจุบันผู้บริโภคหรือลูกค้า จะยอมจ่ายเงินในราคาเท่าเดิม เพื่อซื้อสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับโรงสีข้าวที่ต้องเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต นอกจากจะลดต้นทุนแล้ว ที่สำคัญเพื่อให้ได้สินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพดีขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกของผู้บริโภค
ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง สันที่ 26 ธันวาคม 2553
Items details
- Hits: 887 clicks
- Average hits: 55.4 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



