MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

 

httpnstdachannel.tv

 

จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน

In order to view this object you need Flash Player 9+ support!

Get Adobe Flash player

Powered by RS Web Solutions

กระทรวงวิทย์ สวทช. และ ออโต้เดสก์ร่วมกันขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลในประเทศไทยเน้นการนำระบบการออกแบบและซอฟต์แวร์

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Thursday, 26 May 2016 10:03

กระทรวงวิทย์ สวทช. และ ออโต้เดสก์ร่วมกันขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลในประเทศไทยเน้นการนำระบบการออกแบบและซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการงานร่วมกันของออโต้เดสก์ไปใช้ในวงกว้างครอบคลุมทั้งอุตสาหรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการผลิตรวมทั้งเอื้อประโยชน์ต่อวิศวกรอาชีพถึง 100,000 คน กรุงเทพฯ, 25 พฤษภาคม 2559 - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และ ออโต้เดสก์ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการขยายศักยภาพการแข่งขันด้านการผลิตของประเทศไทย โดยเน้นการนำเทคโนโลยี 3 มิติ และระบบการผลิตแบบดิจิทัลที่ล้ำสมัย ไปใช้ในวงกว้างให้ครอบคลุมทั้งวงการอุตสาหกรรม

alt

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 จะต้องเปลี่ยนผ่านจากโมเดลประเทศไทย 3.0 เป็น “โมเดลประเทศไทย 4.0” เพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่การเป็นประเทศในโลกที่หนึ่ง ปรับเปลี่ยนจากประเทศ “รายได้ปานกลาง” เป็นประเทศ “รายได้สูง” โดยปรับเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “ประสิทธิภาพ” เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” กลไกหนึ่งที่จะขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจยุคประเทศไทย 4.0 นั้น คือ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมยุค 4.0 ซึ่งจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาในการผลิตสินค้าต่างๆ มากยิ่งขึ้น จุดเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ สามารถเชื่อมความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายเข้ากับกระบวนการผลิตสินค้าได้โดยตรง ทำให้โรงงานขนาดใหญ่ไม่ใช่ความได้เปรียบและข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการเสมอไป ปรากฏการณ์นี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งยิ่งใหญ่

Read more: กระทรวงวิทย์ สวทช. และ ออโต้เดสก์ร่วมกันขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลในประเทศไทยเน้นการนำระบบการออกแบบและซอฟต์แวร์

   

สวทช. ร่วมกับ สภาหอการค้าฯ เปิดตัวผลสำเร็จ 17 เอสเอ็มอีผักและผลไม้ไทย ที่พร้อมแข่งขันในตลาดเออีซีด้วย ThaiGAP ในงาน THAIFEX2016

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

งาน THAIFEX 2016 อิมแพ็ค เมืองทองธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดตัวผลสำเร็จการดำเนินโครงการความร่วมมือ “การยกระดับและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านสินค้าผักและผลไม้ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ AEC ด้วย ThaiGAP” นำเสนอผลงานของผู้ประกอบการจำนวน 17 รายที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาศักยภาพ ส่งเสริม และรับการผลักดันให้ได้รับมาตรฐาน ThaiGAP เพื่อเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐาน GlobalGAP และช่วยลดต้นทุน เนื่องจากมาตรฐาน ThaiGAP มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติและการตรวจรับรองที่ถูกกว่า โดยโครงการเริ่มตั้งแต่ให้ความรู้เรื่องการปลูก การบรรจุ และการขนส่ง สำหรับสินค้าผักและผลไม้ที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดอาเซียนและในตลาดสากล

alt

นางสาวชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า “จากนโยบายภาครัฐในการสนับสนุน ส่งเสริม และจัดการสินค้าเกษตรสู่สากลในเรื่องของความปลอดภัยด้านอาหาร จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อผู้บริโภค ประกอบกับสถานการณ์การส่งออกสินค้าเกษตรของไทย พบว่าปัจจุบันประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยได้นำเรื่องมาตรฐานสินค้าเข้ามามีส่วนสำคัญในการนำเข้าสินค้าผักและผลไม้จากไทย อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2557) ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างสินค้าผักและผลไม้ เพื่อตรวจหาสารเคมีตกค้างจาก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น และยโสธร รวม 118 ตัวอย่าง พบว่า สินค้าผักและผลไม้เกินครึ่งหนึ่งที่จำหน่ายอยู่ทั่วไปตามห้างค้าปลีกและตลาดสดภายในประเทศ มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างเกินมาตรฐาน MRL หรือปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดที่กำหนดในสินค้าเกษตรของไทย มากถึงร้อยละ 46.6 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการสินค้าผักและผลไม้ของไทยอย่างมาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ของไทยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศลดลง”

Read more: สวทช. ร่วมกับ สภาหอการค้าฯ เปิดตัวผลสำเร็จ 17 เอสเอ็มอีผักและผลไม้ไทย ที่พร้อมแข่งขันในตลาดเออีซีด้วย ThaiGAP ในงาน THAIFEX2016

   

ITAP สวทช. ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา“สร้างความต่าง เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจด้วย Eco-Innovation”

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Thursday, 26 May 2016 11:00

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ AESIC ประเทศเกาหลีใต้ จัดกิจกรรมสัมมนาเรื่อง “สร้างความต่าง เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจด้วย Eco-Innovation” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมความร่วมมือภายใต้โครงการ ASEIC Eco-Innovation Consulting Project for SMEs in Thailand 2016 ในวันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ ห้องทับทิม ชั้น 11 อาคาร SME Bank ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ

โดยขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เข้าร่วมงานสัมมนา และขอเชิญผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม (Eco-Innovation) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการเติบโตสีเขียว (green growth) และการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development) ให้แก่ SMEs ในประเทศไทย

SMEs ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมในโครงการให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมจำนวน 10 ราย จะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเกาหลีและไทย โดยผู้เชี่ยวชาญจะเข้าเยี่ยมโรงงานหรือสถานประกอบการจำนวน 4 ครั้งภายในระยะเวลา 4 เดือน (นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน 2559) พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและแนวทางการดำเนินงานที่เป็นไปได้ เพื่อลดการใช้พลังงานและลดการใช้ทรัพยากร รวมไปถึงลดของเสียที่เกิดในกระบวนการต่างๆ โดยมุ่งหวังให้ SMEs ไทยเกิดนวัตกรรมสีเขียวในการดำเนินงานและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ (ลดต้นทุน มีรายได้มากขึ้น) ด้านสังคม (สร้างงาน สร้างอาชีพ) และด้านสิ่งแวดล้อม (ลดมลพิษและมลภาวะ)

 

ดาวน์โหลดกำหนดการ

 

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาและสมัครเข้าร่วมโครงการให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม สามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และกรอกใบสมัคร (เป็นภาษาอังกฤษ) ส่งมาได้ที่ โทรสาร 0 2564 7082 อีเมล: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it หรือภายในงานสัมมนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ดร. ทรงพล มั่นคงสุจริต โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 1382

   

ไบโอเทค สวทช. เปิดตัวผู้อำนวยการไบโอเทคคนใหม่ หวังผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรวิจัย ต่อยอดงานวิจัย ก้าวต่อไปอย่างบูรณาการ

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Thursday, 19 May 2016 11:33

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงานแถลงข่าวแนะนำ ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการไบโอเทคคนใหม่ ชูนโยบาย “ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรวิจัย ต่อยอดงานวิจัย ก้าวต่อไปอย่างบูรณาการ”

ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง เข้าทำงานที่ไบโอเทค ในปี 2535 หลังจากจบปริญญาเอกด้าน Plant and Soil Science ที่ Montana State University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มงานวิจัยแรกเกี่ยวกับการศึกษายีนความหอมระดับโมเลกุลของข้าวหอมมะลิ ซึ่งต่อมาในปี 2543 ไบโอเทคได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอเทคโนโลยี ขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ดร.สมวงษ์ ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่จะนำเทคโนโลยีดีเอ็นเอไปช่วยเหลือภาคการเกษตรในการให้บริการการตรวจสอบความถูกต้องทางพันธุกรรมของเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตขึ้น รวมทั้งความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ เพื่อเปิดบริการให้ภาครัฐและเอกชน ก่อนที่จะมีการโอนย้ายห้องปฏิบัติการฯ ไปเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี 2552 เพื่อประโยชน์โดยรวมต่อประเทศทางด้านพัฒนาวิชาการ การศึกษา และการบริการภาคเอกชน ซึ่งระหว่างนั้นในปี 2551 ไบโอเทค ได้จัดตั้งหน่วยวิจัยเทคโนโลยีจีโนม (ชื่อเดิม  สถาบันจีโนม) ขึ้น ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และ ดร.สมวงษ์ เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีจีโนม โดยเป็นผู้ริเริ่มกลุ่มวิจัยที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น Next Generation Sequencing ที่ทำงานได้รวดเร็วและทำการวิจัยในโครงการที่สำคัญของประเทศ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น

alt

ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการไบโอเทคคนล่าสุด กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการไบโอเทคในวาระนี้ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผมได้ทำงานที่ไบโอเทคมาทั้งในฐานะนักวิจัยและในระดับผู้บริหาร ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในทั้งสองฝ่าย และจะนำประสบการณ์เหล่านี้มาบริหารไบโอเทค อีกทั้งนักวิจัยไบโอเทคก็มีความสามารถและมีศักยภาพกันอยู่แล้ว ซึ่งระบบที่ผู้อำนวยการท่านก่อนๆ ได้วางไว้ เป็นการทำให้นักวิจัยสามารถขับเคลื่อนไบโอเทคไปได้ด้วยตัวเอง ในฐานะผู้อำนวยการผมจะส่งเสริมศักยภาพให้เพิ่มพูนขึ้นโดยการนำนักวิจัยมาทำงานบูรณาการร่วมกัน”

Read more: ไบโอเทค สวทช. เปิดตัวผู้อำนวยการไบโอเทคคนใหม่ หวังผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรวิจัย ต่อยอดงานวิจัย ก้าวต่อไปอย่างบูรณาการ

   

รับข้อเสนอโครงการภายใต้โปรแกรมประสิทธิภาพทรัพยากรและพลังงาน คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2559 ครั้งที่ 1

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Thursday, 19 May 2016 12:11

ประกาศสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เรื่อง การรับข้อเสนอโครงการภายใต้โปรแกรมประสิทธิภาพทรัพยากรและพลังงาน
คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2559 ครั้งที่ 1

โปรแกรมประสิทธิภาพทรัพยากรและพลังงาน คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายในการสนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านการอนุรักษ์พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยมีเป้าหมายให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการผลิตพลังงาน เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และประเทศชาติ โดยนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการใช้พลังงานและนำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ต่อไปในอนาคต

 

1.ขอบเขตการสนับสนุนงานวิจัย

1.1 การศึกษาวิจัยเทคโนโลยีประสิทธิภาพพลังงานสำหรับอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง ในอุปกรณ์พื้นฐาน (Cross-cutting technologies) เช่น มอเตอร์และระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หม้อไอน้ำและระบบไอน้ำ และเครื่องทำน้ำเย็น ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 

1.2 การศึกษาวิจัยเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในภาคอุตสาหกรรม  (เทคโนโลยีเฉพาะสำหรับกระบวนการผลิตในแต่ละอุตสาหกรรม) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเฉพาะด้านที่มี intensity สูง เช่น อุตสาหกรรมอโลหะ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น

1.3 การศึกษาวิจัยนวัตกรรมอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ในภาคครัวเรือน ที่อยู่อาศัย สำหรับประเทศไทย เช่น การศึกษาวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการลดการใช้พลังงาน สำหรับระบบทำความเย็น  ระบบแสงสว่าง เป็นต้น 

1.4 การศึกษาวิจัยเชิงนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงาน 

  • การศึกษาวิจัยเชิงนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาเชิงพฤติกรรมเพื่อกำหนดนโยบายส่งเสริมครัวเรือนให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การศึกษาวิจัยเชิงนโยบายด้าน market penetration ของอุปกรณ์ประหยัดพลังงานในประเทศไทย
  • การศึกษาวิจัยเชิงนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงาน อื่นๆ ที่สามารถจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการจัดการพลังงานสำหรับประเทศไทย

ผู้ประสงค์จะยื่นข้อเสนอโครงการ สามารถส่งไฟล์ข้อเสนอโครงการ ได้ที่ คุณธรรมนัญญา ศักดิ์เจริญ ผ่านทาง email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it  ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2559

 

Read more: รับข้อเสนอโครงการภายใต้โปรแกรมประสิทธิภาพทรัพยากรและพลังงาน คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2559 ครั้งที่ 1

   

ประกาศรับสมัครตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Wednesday, 18 May 2016 10:41

                 ด้วยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) "สวก." Agricultural Research Development Agency (Public Organization) "ARDA" หน่วยงานภายใต้การกำกับดูเเลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ให้การส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการวิจัยด้านการเกษตร การพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร และการพัฒนาสารสนเทศด้านการเกษตร มีความประสงค์จะรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเเละเเต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรในตำเเหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร จำนวน 1 อัตรา  

รายละเอียดการรับสมัคร

ใบสมัคร

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.arda.or.th

   

จดหมายข่าว สวทช. ฉบับที่ 14 ประจำเดือนพฤษภาคม 2559

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Wednesday, 18 May 2016 16:04

NSTDA Newsletter

จดหมายข่าว สวทช. ฉบับที่ 14 ประจำเดือนพฤษภาคม 2559

 

หัวข้อข่าวในจดหมาย

 

บทความ

 

ปฏิทินกิจกรรม

Read more: จดหมายข่าว สวทช. ฉบับที่ 14 ประจำเดือนพฤษภาคม 2559

   

4 องค์กร (เอ็มเทค / กยท. / ส.อ.ท. / ม.อ.) สานพลัง “เครือข่ายนวัตกรรมยางพารา”ร่วมมือพัฒนายางพารารอบด้าน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Monday, 16 May 2016 10:30

ณ อาคาร 50 ปี การยางแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ - กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “เครือข่ายนวัตกรรมยางพารา” ร่วมกับ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงในรูปแบบของเครือข่ายระหว่างภาคส่วนหลักที่สำคัญของประเทศไทย ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ภาคราชการ และภาคการศึกษา ที่มีบทบาทในการพัฒนาเกี่ยวข้องกับยางพาราในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงด้านบุคลากร ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวจะเป็นฐานสำคัญที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

alt

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “เอ็มเทค สวทช. มีพันธกิจหลักในการพัฒนาและสร้างขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยีวัสดุให้แก่ภาครัฐและภาคเอกชน โดยดำเนินการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รองรับการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ซึ่งเอ็มเทคได้ให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับด้านยางพารา โดยมีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะทางด้านยางธรรมชาติขึ้น มีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนายางคอมพาวด์ การออกแบบและวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ยาง และเทคโนโลยีน้ำยาง เช่น  เทคโนโลยีสารรักษาสภาพน้ำยางธรรมชาติไร้แอมโมเนีย (TAPS Technology) การพัฒนาเทคโนโลยีการออกแบบยางล้อรถ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางแท่งคุณภาพสูงระดับชุมชน เป็นต้น”

Read more: 4 องค์กร (เอ็มเทค / กยท. / ส.อ.ท. / ม.อ.) สานพลัง “เครือข่ายนวัตกรรมยางพารา”ร่วมมือพัฒนายางพารารอบด้าน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

   

แบบสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2559

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Monday, 16 May 2016 17:15

 

ขอเชิญผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) ผ่านการตอบแบบสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ปี 2559 

ลุ้นรับของรางวัลสุดฟิน อินเทรนด์ ทั้ง Samsung Galaxy S7 edge, Samsung Galaxy Tab S2 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

โดยท่านสามารถเข้าไปตอบแบบสำรวจฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ผ่านทางเว็บไซต์http://www.etda.or.th/internetuserprofile2016 และ www.facebook.com/ETDA.Thailand

   

โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Friday, 13 May 2016 12:43


กรุงเทพฯ – 12 พฤษภาคม 2559 - โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต นำโดย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และสถาบันคีนันแห่งเอเซีย ผนึกกำลัง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการ “Enjoy Science: Young Makers Contest” การประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับเมกเกอร์หรือนักสร้างสรรค์นวัตกรรม ในระดับนักเรียน-นักศึกษาสายสามัญและอาชีวศึกษา ในหัวข้อนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการเพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคม และสร้างแรงบันดาลใจและความสนใจในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือ สะเต็ม โดยมีรางวัลเป็นทุนการศึกษา ตลอดจนทริปร่วมงาน Maker Faire ในทวีปยุโรปและในประเทศญี่ปุ่น รวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท 

Read more: โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต

   

Page 1 of 56

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป