ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรม ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือ NSTDA Annual Conference 2026 (NAC2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ภายใต้การดำเนินงานของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)





ภายในงาน TECE ได้จัดแสดงผลงานวิจัยและเทคโนโลยีหลากหลายด้านที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมและภาคบริการ เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ อาทิ
“เทคโนโลยี Hardware in the Loop กับการพัฒนาและทดสอบชุดควบคุมของชิ้นส่วนสำคัญในยานยนต์ไฟฟ้า”






ผลงานนี้จัดทำโดย ทีมวิจัยมอเตอร์และการแปลงผันกำลังงาน (MAP) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และ ทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (ESTT) ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีนโยบายส่งเสริมและเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง
สาระสำคัญของงานวิจัย
- ทีมวิจัยได้ออกแบบและพัฒนากระบวนการทดสอบชุดบริหารจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System — BMS) และ ชุดควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า (Driving Control Unit — DCU) โดยใช้เทคนิค Hardware in the Loop (HIL) ซึ่งช่วยให้การทดสอบระบบควบคุมทำได้แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับสากลสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า
- งานนี้ช่วยส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ
- มีการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไปใช้จริงกับ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด สำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ 3 รุ่น และกับ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด อีก 1 รุ่น
ผลลัพธ์และประโยชน์
ผลงานนี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้ายานยนต์ในประเทศ ลดการพึ่งพาการทดสอบจากต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ไทยมีความพร้อมในการผลิตและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอย่างยั่งยืน
“PowerCal เทคโนโลยีช่วยออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า”






ผลงานนี้จัดทำโดย ทีมวิจัยมอเตอร์และการแปลงผันกำลังงาน (MAP) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และ ทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (ESTT) ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) เป้าหมายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีนโยบายส่งเสริมและเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ขาดความรู้ด้านการออกแบบระบบขับเคลื่อนให้สามารถคำนวณและออกแบบขนาดกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์และแบตเตอรี่ได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมสำเร็จรูปจากต่างประเทศซึ่งมีต้นทุนสูง
สาระสำคัญของเทคโนโลยี
- พัฒนาโปรแกรม PowerCal สำหรับใช้คำนวณและออกแบบระบบขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าเบื้องต้น
- โปรแกรมสามารถกำหนดขนาดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าและแพ็กแบตเตอรี่ได้ทั้งแบบออฟไลน์ (สำหรับการใช้งานจริงบนเส้นทางจริง) และแบบออนไลน์ (ตามมาตรฐานรอบการขับขี่ของอุตสาหกรรมยานยนต์)
- ผลการทดสอบพบว่าข้อมูลจากโปรแกรม PowerCal มีความสอดคล้องกับผลจากโปรแกรมเชิงพาณิชย์มูลค่าสูงและผลจากการทดสอบจริง
ผลลัพธ์และประโยชน์
เทคโนโลยี PowerCal ช่วยให้ผู้ประกอบการรายใหม่และรายย่อยเข้าสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนการออกแบบ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยในระยะยาว
“Data Box/Data Base/CME Model”




โครงการนี้ดำเนินการโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) และ สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ภายใต้การสนับสนุนของ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) และบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2593
เนื้อหาสำคัญของโครงการ
- ระบบ Databox: เครื่องมือบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานของยานยนต์ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ เช่น พลังงานไฟฟ้าที่ใช้จริง ระยะทาง พฤติกรรมการขับขี่ และข้อมูลการชาร์จ โดยจะส่งข้อมูลเข้าสู่คลาวด์อัตโนมัติ เพื่อใช้ในการประเมินค่า Carbon Footprint ของรถแต่ละคัน
- ระบบ Database และ Digital Dashboard: ฐานข้อมูลกลางที่รวมและแสดงผลข้อมูลจาก Databox ในรูปแบบเข้าใจง่าย โปร่งใส รองรับกระบวนการวัด–รายงาน–ตรวจสอบ (MRV) ตามเกณฑ์องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
- โมเดล CME (Coordinating and Managing Entity): ระบบบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตแบบรวมกลุ่ม ช่วยองค์กรขนาดเล็กสามารถรวมกันขอรับรองการลดคาร์บอนและซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
ผลลัพธ์และประโยชน์
ระบบ CME Model นี้เป็นรากฐานสำคัญของตลาดคาร์บอนเครดิตในอนาคตของไทย เพราะช่วยรวบรวมข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบได้ สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน
“งานวิจัยด้านการบริหารจัดการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า”









ผลงานนี้จัดทำโดย ทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบวัดและควบคุมระยะไกล (IST) และ กลุ่มวิจัยการควบคุมและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (ACERG) จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา ระบบบริหารจัดการสถานีชาร์จ (Charging Station Management System) ที่สอดคล้องกับแนวทางองค์กรสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero
สาระสำคัญของงานวิจัย
- สถานีชาร์จ EleXA EV Charging Station ณ อาคารเนคเทค ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดสอบ (Testbed) สำหรับวิจัยระบบบริหารจัดการพลังงานภายในสถานีชาร์จ
- ใช้ระบบ Energy Management System (EMS) เพื่อควบคุมและจัดสรรพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จาก Solar Cell โดยใช้แนวคิด “เครดิตพลังงาน”
- ระบบสามารถคำนวณพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ และจัดสรรโควตาไฟสำหรับการชาร์จรถ EV อย่างเหมาะสม
- รองรับมาตรฐาน OCPP/OCPI ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า
มีการใช้ข้อมูลพลังงานเพื่อประเมินและสร้าง Carbon Credit พร้อมต่อยอดสู่การขยายผลในระดับประเทศ
ผลลัพธ์และประโยชน์
งานนี้ช่วยสร้างต้นแบบระบบบริหารพลังงานสำหรับสถานีชาร์จที่สามารถทำงานร่วมกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมให้เกิดระบบบริหารจัดการพลังงานแบบสมดุลระหว่างผู้ใช้กับโครงข่ายไฟฟ้า สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมพลังงานสะอาดในอนาคต
“อุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงสำหรับยานพาหนะที่ใช้มือเข็น”



ผลงานนี้พัฒนาโดย ทีมวิจัยมอเตอร์และการแปลงผันกำลังงาน (MAP) กลุ่มวิจัยการควบคุมและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (ACERG) จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่ใช้รถเข็นผู้ป่วยหรือรถเข็นอาหารเป็นประจำ ซึ่งต้องใช้แรงมาก ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรัง เช่น ปวดไหล่และหลัง
รายละเอียดของเทคโนโลยี
- อุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงนี้ติดตั้งกับยานพาหนะที่ใช้มือเข็น เช่น รถเข็นผู้ป่วย หรือรถเข็นพยาบาล โดยใช้ มอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยขับเคลื่อน ทำให้การเข็นรถเป็นไปอย่างราบรื่นและใช้แรงน้อยลง
- ออกแบบจากวัสดุและชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อให้มีราคาต่ำและสามารถผลิต ซ่อม หรือบำรุงรักษาได้ง่าย
- ตอบโจทย์ทั้งด้าน สรีรศาสตร์ (Ergonomics) และการพัฒนาสู่แนวคิด Smart Hospital
- นอกจากโรงพยาบาล เทคโนโลยีนี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่ยานพาหนะชนิดอื่น เช่น รถเข็นวีลแชร์ รถเข็นอาหาร รถเข็นแผงลอย หรือรถขนวัสดุในโรงงาน
ประโยชน์ของผลงาน
เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการบาดเจ็บจากการทำงานหนักของบุคลากรสาธารณสุข เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุนของโรงพยาบาล อีกทั้งยังสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยผลิตอุปกรณ์ได้เองโดยไม่ต้องนำเข้า เป็นอีกนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงานของบุคลากรในภาคสังคมและสาธารณสุข
“แบตเตอรี่แพ็คและโครงสร้างสำหรับดาวเทียม”






งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในโครงการ Thai Space Consortium (TSC) หรือ ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย ซึ่งเป็นการรวมตัวของ 14 หน่วยงานวิทยาศาสตร์และสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อสร้างดาวเทียมสำรวจโลก TSC-1 ที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้ด้วยตนเอง
สาระสำคัญของโครงการ
ดาวเทียม TSC-1 มีภารกิจสำรวจผิวโลกด้วยการบันทึกสเปกตรัมของพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ความสมบูรณ์ของป่าไม้ ชนิดของพืชเศรษฐกิจ รวมถึงภาวะขาดน้ำหรือสารอาหารในพื้นที่เกษตรกรรม โครงการมุ่งสร้างความสามารถภายในประเทศในการออกแบบ ผลิต และทดสอบดาวเทียม รวมถึงการพัฒนาแบตเตอรี่แพ็คและโครงสร้างดาวเทียม ที่มีความทนทานและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในอวกาศ ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเบื้องต้นและต้นแบบวิศวกรรม (Engineering Model) ไปจนถึงการทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมอวกาศ (Space Environment Testing) เช่น การทดสอบการสั่นสะเทือน การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในสุญญากาศ และการทนต่อกัมมันตภาพรังสี เพื่อให้ได้มาตรฐานสากลตามข้อกำหนดของอุตสาหกรรมอวกาศ
ประโยชน์ของงานวิจัย
- สร้างบุคลากรและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศในประเทศ
- วางรากฐานระบบนิเวศอุตสาหกรรมอวกาศไทย และขยายผลสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ
- เสริมศักยภาพการแข่งขันและการต่อยอดสู่วงโคจรการผลิตระดับโลก (Global Value Chain) ภายในระยะเวลา 20 ปีข้างหน้า
ภายในงานนิทรรศการ NAC 2026 ได้รับความสนใจจากนักวิจัย อาจารย์ นักศึกษา รวมถึงผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและสร้างสรรค์ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อนและพลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต
ติดต่อสอบถาม
ศูนย์ความเป็นเลิศยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย สวทช.
0-2564-7000 ต่อ 1472
EV_TECE@nstda.or.th
https://www.nstda.or.th/tece/
อ่านเพิ่มเติม
- PowerCal เทคโนโลยีช่วยออกแบบยานยนต์ไฟฟ้า
- เทคโนโลยี Hardware in the Loop กับการพัฒนาและทดสอบชุดควบคุมของชิ้นส่วนสำคัญในยานยนต์ไฟฟ้า
- Data Box/Data Base/CME Model
- งานวิจัยด้านการบริหารจัดการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า
- อุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงสำหรับยานพาหนะที่ใช้มือเข็น
- แบตเตอรี่แพ็คและโครงสร้างสำหรับดาวเทียม
- 21st NSTDA Annual Conference การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21
