BCG: สาขาเศรษฐกิจหมุนเวียนกับการจัดการปัญหาขยะพลาสติก

        ปัญหาการจัดการขยะ เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบในวงกว้างทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการจัดการขยะที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี ด้วยเช่นกัน ปี 2559-2562 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยรวมเฉลี่ย 27.77±0.72 ล้านตันต่อปี สามารถนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก เฉลี่ย 9.15±2.79 ล้านตันต่อปี คิดเป็น 33% ของปริมาณขยะมูลฝอยรวม ในขณะที่ปี 2563 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยรวมลดลง เหลือเพียง 25.37 ล้านตัน สามารถนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 8.4 ล้านตัน สำหรับปริมาณขยะพลาสติกเฉลี่ย 4.8 ล้านตันต่อปี สัดส่วนขยะพลาสติกในขยะทั่วไป คิดเป็น 17.6% การเกิดขยะพลาสติกต่อคนประมาณ 70 กิโลกรัมต่อปี สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้มีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนลดลง จากการควบคุมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมายังประเทศไทย และขณะเดียวกันมีมาตรการกำหนดให้ปฏิบัติงานแบบ Work From Home ส่งผลให้ปริมาณพลาสติกใช้ครั้งเดียว (Single Use Plastic) เพิ่มมากขึ้นเป็น 25% (จากปกติ 15%) โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการใช้บริการสั่งซื้อสินค้าและอาหารผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้น

        แม้ว่ารัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินมาตรการตาม แผนที่นำทางการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 โดยยกเลิกพลาสติกใช้แล้วทิ้งซึ่งรวมถุงพลาสติกหูหิ้วตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา และมุ่งลดขยะพลาสติกลง ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้นการประยุกต์ใช้หลักคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียน อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงเป็นกรอบการดำเนินงานที่ช่วยสนับสนุนให้มีการลดการใช้ทรัพยากรในการพัฒนาเศรษฐกิจ (Closing the Loop) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม (Combating Climate Change and Pollution Reduction; Transition to Sustainable Society) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจแนวใหม่ (Creating New Economy Growth) ต่อยอดจากของเหลือทิ้งในกระบวนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

        ตัวอย่างเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อจัดการปัญหาขยะพลาสติก ภายใต้กรอบความคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียนระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2565-2570 มีกิจกรรมดังนี้

  • การสนับสนุนให้เกิดต้นแบบ ขยะพลาสติก และขยะชุมชนครบวงจร โดยทำการแยก รวบรวม จัดเก็บ หมุนเวียน และใช้ประโยชน์
  • การผลักดันบรรจุภัณฑ์พลาสติกย่อยสลายได้ (Bioplastics) เป็นบรรจุภัณฑ์ทางเลือก โดยมีการกำหนดการใช้กับผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน เช่น บรรจุอาหาร บรรจุขยะปลายทางไปฝังกลบ เพื่อช่วยให้เกิดการแยกแยะการจัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม วัสดุที่มีการใช้งานแล้ว (Second Materials) มาเป็นทรัพยากร/วัตถุดิบ เพื่อทดแทนหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงวัสดุชนิดใหม่ที่ใช้วัสดุน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • การพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ เช่น ฉลาก ฝา ที่สามารถรีไซเคิล หรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • การจัดตั้งศูนย์รวบรวมวัตถุดิบรอบสอง (Secondary Raw Materials Hub) หรือศูนย์แลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ของเสียร่วมกัน
  • ผลักดันรัฐนำมาตรการ Extended Producer Responsibility; EPR มาบังคับใช้ ขยายความรับผิดชอบให้บริษัทผู้ผลิตสินค้า กลุ่มผู้ค้าปลีก/ค้าส่ง ร่วมกำหนดเป้าหมาย การเรียกคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติก และการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่มีพลาสติกรีไซเคิลเป็นองค์ประกอบ

        นอกจากนี้ ยังมีโครงการขนาดใหญ่ หรือ Big Rock ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาขยะพลาสติก ได้แก่ โครงการการจัดการขยะพลาสติกครบวงจร แยก รวบรวม จัดเก็บ หมุนเวียน ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและในทะเลอีกด้วย ดังนั้นจึงคาดหวังได้ว่า แนวคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียนจะทำให้การแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศ ดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ที่มา

  • เว็บไซต์ ระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน, กรมควบคุมมลพิษ: https://thaimsw.pcd.go.th/reportphp?year=2563
  • The United States’ contribution of plastic waste to land and ocean
  • เว็บไซต์ ทีมข่าวคุณภาพชีวิต, กรุงเทพธุรกิจ เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2564 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/942224
  • (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐