สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี
Technology Licensing Office
แผ่นแปะรักษาสิว Q ACNES
 
ดาวน์โหลดเอกสาร
สถานภาพสิทธิบัตร
ได้ยื่นจดอนุสิทธิบัตรแล้ว
สถานะงานวิจัย
พัฒนาผลิตภัณฑ์ในระดับ Field Prototype และผ่านการทดสอบทางคลีนิค (Clinical Test)
ที่มา ข้อมูลเบื้องต้น ความสำคัญของปัญหา
คุณสมบัติของต้นแบบผลิตภัณฑ์
• Q ACNES ขึ้นรูปจากเส้นใยทั้งแผ่น จึงมีพื้นที่ผิวในการปลดปล่อยสารสำคัญที่มีฤทธิ์ในการรักษาสิวมาก เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์แผ่นแปะทั่วไป รวมทั้งยังทำให้การปลดปล่อยของสารสำคัญเป็นไปอย่างรวดเร็ว Q ACNES จึงสามารถรักษาสิวและลดการอักเสบอย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก
• Q ACNES ช่วยลดการสัมผัสของสิวกับสิ่งปนเปื้อนภายนอก จึงทำให้สิวหายได้เร็วยิ่งขึ้น
• มีรูพรุนระบายอากาศที่สม่ำเสมอจึงไม่ทำให้เกิดการอบชื้น
• ใช้สารสำคัญธรรมชาติจาเปลือกมังคุด จึงรักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ และอ่อนโยน

จุดเด่นของเทคโนโลยี
ผลิตภัณฑ์แผ่นแปะรักษาสิว Q ACNES พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีการปั่นเส้นใยไฟฟ้าสถิต (Electrospinning) ในการผลิตเส้นใย 3 ชั้น คือเส้นใยสีเนื้อช่วยให้แผ่นแปะกลมกลืนกับสีผิว เส้นใยกักเก็บสารสกัดจากเปลือกมังคุด ที่ช่วยในการการรักษาสิวและลดอาการอักเสบของสิว และชั้นเส้นใยกาวทำให้แผ่นแปะมีเส้นใยที่มีความบางแนบติดกับผิวหนังได้สนิทด้วยเส้นใยที่มีขนาดเล็กในรัดบนาโนเมตรทำให้แผ่นแปะมีพื้นที่ผิวในการปลดปล่อยสารสำคัญสูง ที่ทำให้สารสำคัญถูกปลดปล่อยในทันทีที่ใช้ผลิตภัณฑ์ และมีประสิทธิภาพยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง รวมทั้งยังสามารถระบายอากาศได้ดี เหล่านี้ถือว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ Q ACNES เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายทั่วไป

การประยุกต์ใช้งาน
• ใช้ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิว
• ใช้ลดอาการอักเสบของสิว
• ใช้บดบังรอยแดงของสิว
• ใช้ลดการสัมผัสของสิวกับสิ่งแวดล้อม และเครื่องสำอาง

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
กลุ่มลูกค้าที่มีปัญหาสิวอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน

กลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย
• บริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางหรือเวชสำอาง
• คลินิทางด้านความงาม
• โรงพยาบาลทางด้านความงาม

ภาพรวมตลาด
จากการวิเคราะห์ตลาดผลิตภัณฑ์รักษาสิวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยในปี พ.ศ.2550 มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท ปี พ.ศ.2552 สูงขึ้นเป็น 300 ล้านบาท และในปัจจุบันพบว่าตลาดของผลิตภัณฑ์รักษาสิวมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 1,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทุกปีอย่างน้อย 8-10%

แม้ว่าผลิตภัณฑ์แผ่นแปะยังไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียงแค่ 2% คิดเป็นมูลค่าเพียง 20 ล้านบาท แต่การสำรวจตลาดในเบื้องต้นพบว่ามีเพียง 10% ของกลุ่มผู้ใช้ ที่ให้การยอมรับในผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องตลาด นั่นหมายความว่ายังมีส่วนแบ่งอีก 90% ของกลุ่มผู้ใช้ที่รอนักลงทุนหรือผู้สนใจผลิตภัณฑ์แผ่นแปะรักษาสิวที่มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวสูงมาถือครองส่วนแบ่งทางการตลาดนี้ร่วมกัน
สนใจสอบถามข้อมูล
สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (TLO) สวทช.
โทรศัพท์: 0-2564-7000 ต่อ 1616-1619
E-mail: tlo-ipb@nstda.or.th