การปรับปรุงพันธุ์ข้าว (แบบที่ 1)


     ข้าวเจ้าพันธุ์ใหม่ทนน้ำท่วมฉับพลัน “กข51” พัฒนามาจากพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105 ให้มีลักษณะทนน้ำท่วมฉับพลัน ในระยะเจริญเติบโตทางลำต้นได้ 12 วัน ผลผลิตในสภาวะน้ำท่วมฉับพลับสูงกว่าพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105 โดยให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 736 กก./ไร่ เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง เหมาะสำหรับปลูกในภาคเหนือและภาคอีสาน เป็นข้าวพันธุ์แรกที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล ช่วยในการคัดเลือก ที่ได้รับการรับรองพันธุ์


     ข้าวเหนียว กข.6 ต้านทานโรคไหม้ เป็นการผสมพันธุ์ข้าวเหนียว กข.6 กับข้าวหอมนิล มีคุณสมบัติ ต้านทานโรคไหม้ ไวต่อช่วงแสง แตกกอดี ทนทานต่อการหักล้ม คุณภาพการขัดสีดีกว่าพันธุ์ กข.6 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 500-600 กก./ไร่ โดยได้รับพระราชทานชื่อพันธุ์ข้าวจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีว่า “ธัญสิริน” เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2553
พื้นที่เผยแพร่ : เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน ชัยภูมิ สกลนคร นครพนม หนองคาย บึงกาฬ
               

     ข้าวหอมขลสิทธิ์ทนน้ำท่วมฉับพลัน ทนอยู่ใต้น้ำได้อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้มากกว่า 1 ครั้งต่อปี ผลผลิตข้าวเปลือก 900-1,000 กก./ไร่ พื้นที่เผยแพร่ : ชัยนาท อยุธยา อ่างทอง พิจิตร อุตรดิตถ์ อยุธยา ลำปาง สระบุรี

 

การปรับปรุงพันธุ์ข้าว (แบบที่ 2)


     ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ การปรับปรุงพันธุ์ให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น และทนต่อสถาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง จะช่วยลดต้นทุนในการผลิต และช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก


     สวทช. โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการข้าว และสถาบันการศึกษาต่างๆ พัฒนาพันธุ์ข้าวที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในการคัดเลือก พันธุ์ข้าวที่ สวทช.ได้พัฒนาและได้รับการรับรองพันธุ์แล้ว คือ พันธุ์ กข.51 ซึ่งพัฒนามาจากพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105 ให้มีลักษณะทนน้ำท่วมฉับพลันให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 736 กก./ไร่ เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง เหมาะสำหรับปลูกในภาคเหนือและภาคอีสาน


     พันธุ์ข้าวที่ได้รับการเผยแพร่สู่เกษตรกรแล้ว ได้แก่  ข้าวธัญสิริน หรือข้าวเหนียว กข.6 ต้านทานโรคไหม้ ไวต่อช่วงแสง แตกกอดี ทนทานต่อการหักล้ม คุณภาพการขัดสีดีกว่าพันธุ์ กข.6 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 500-600 กก./ไร่ ได้เผยแพร่แล้วที่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน ชัยภูมิ สกลนคร นครพนม หนองคาย บึงกาฬ ข้าวหอมขลสิทธิ์ทนน้ำท่วมฉับพลัน ทนอยู่ใต้น้ำได้อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้มากกว่า 1 ครั้งต่อปี ผลผลิตข้าวเปลือก 900-1,000 กก./ไร่ เผยแพร่แล้วที่ชัยนาท อยุธยา อ่างทอง พิจิตร อุตรดิตถ์ อยุธยา ลำปาง สระบุรี
นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ข้าวที่อยู่ระหว่างการปลูกทดสอบในแปลงเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ กข6 ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง ต้นเตี้ย / พันธุ์ชัยนาท 1 ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล / พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ทนน้ำท่วมและขึ้นน้ำ / พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ทนแล้ง


     พันธุ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่ พันธุ์ กข6 ทนแล้ง / พันธุ์ กข6 ทนแล้ง และ โรคไหม้ / พันธุ์ กข6 ทนน้ำท่วม และต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง / พันธุ์ชัยนาท 1 ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล / พันธุ์ข้าวที่ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ / ข้าวเจ้าไม่ไวแสง ผลผลิตสูง ทนแล้ง และมีคุณภาพเหมือนขาวดอกมะลิ 105 / ข้าวเจ้าสุรินทร์ 1  ทนแล้ง / ข้าวเจ้าไวแสง ทนน้ำท่วม และ ขึ้นน้ำ
   

เอกสารเพิ่มเติม : http://www.nstda.or.th/pub/2012/20120310-12-community-rice-seed-production.pdf

รายละเอียดโปรแกรมข้าว : http://www.nstda.or.th/industrial-research/8023-cluster-rice-strategic-planning

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

nsd

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป