การพัฒนางานวิจัยของ สวทช. ต่อวงการแพทย์ในประเทศไทย

1. วัสดุนำส่งยาสำหรับกระดูกอักเสบแบบไฮดรอกซีอาปาไทด์    

โรคกระดูกอักเสบ (ภาพที่ 1) ส่งผลให้เนื้อเยื่อกระดูกตาย และอาจส่งผลถึงชีวิตได้ วิธีการรักษาโรคกระดูกอักเสบ คือการผ่าตัดฝังยาลงไปในบริเวณกระดูกที่เกิดการอักเสบ แต่ไม่ได้ทำเพียงครั้งเดียว ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัด ประมาณ 10 ครั้ง และผลหลังการรักษาจะทำให้กระดูกบริเวณดังกล่าวเล็กลีบแบน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตทำงานตามปกติได้ สวทช. จึงคิดค้นวัสดุหุ้มยาฝังแบบใหม่ที่ลดสามารถใส่ยาได้มาก จึงลดการผ่าตัดเหลือเพียง 1 ครั้ง ราคาถูก และสามารถผสานเป็น เนื้อเดียวกับกระดูกทำให้กระดูกบริเวณดังกล่าวไม่ลีบแบนอีก ต่อไปดังภาพที่ 2ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งได้จัดทำแล้วเป็นจำนวน 31 ราย

ภาพที่ 1 ที่มา : dc219.4shared.com/doc/JtvhGYBu/preview.html และ www.yarmouthhyperbaric.com/osteomyelitis.shtml
 


ผลกระดูกจากการรักษาของ สวทช.

 

2. การขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติเพื่อการแพทย์

ผู้ป่วยในบางโรคเช่น ข้อเข่าเสื่อม จำเป็นต้องได้รับการรักษา ด้วยการเปลี่ยนมาใส่ข้อเข่าใหม่ หรือเนื้องอกในสมองหากผ่าตัด และกะโหลกบางส่วนจะหายไป ทำให้เหลือแต่เนื้อสมองกับผิวหนัง ที่ถูกกระทบกระเทือนได้ง่าย การใส่ชิ้นส่วนเทียมเหล่านี้ต้องใช้ฝีมือ แพทย์เป็นผู้ปั้น ซึ่งทำให้ชิ้นงานร้อนและละลายได้ง่ายผู้ป่วยจึงต้อง กลับมาทำซ้ำและมีเนื้อเยื่อบางส่วนเสียหายเพิ่ม  สวทช. จึงคิดค้นเครื่องพิมพ์สามมิติที่ใช้เลเซอร์เพื่อร่าง แบบจากร่างกายจริงของผู้ป่วยและขึ้นรูปอย่างรวดเร็วไม่ร้อน สามารถใส่ได้ทันทีและมีความพอดีกับสรีระมากกว่าฝีมือการปั้น และมีราคาถูกกว่าการนำเข้าเครื่องจากต่างประเทศ ที่สำคัญคือวัสดุที่ใช้สามารถกระตุ้นให้เส้นเลือดเข้าไปเลี้ยงได้ ทำให้ชิ้นส่วนเทียมยึดแน่นไม่มีอาการเคลื่อนหลุดจากเบ้า ทำให้ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องกลับมาแก้ไข หรือเสียเนื้อเยื่อในร่างกายเพิ่มซึ่งอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นได้ โดยขณะนี้มีผู้เข้ารับการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีนี้แล้ว จำนวน 19 ราย

ผลกระใส่กะโหลกเทียมของ สวทช.

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

nsd

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป