รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน ฉบับที่ 04/2550 ประจำเดือนเมษายน 2550 ประกอบด้วยบทความ 10 เรื่อง รวบรวมเนื้อหาสาระด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ พลังงาน และเทคโนโลยีนาโน รวมถึงนโยบายต่างๆ ของสหรัฐฯ ในการพัฒนาด้านวิทยาศาสต์และเทคโนโลยี

1. การควบคุมพืชดัดแปลงพันธุกรรม
ในเดือนสิงหาคม 49-กันยายน 50 ศาลสหรัฐฯได้ตัดสินคดีเกี่ยวกับพืชดัดแปลงพันธุกรรมรวม 3 คดี โดยมีคำตัดสินว่ากระทรวงเกษตรสหรัฐฯได้ละเมิดกฎหมายการควบคุมป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (National Environmental Protection Act หรือ NEPA) โดยอนุมัติให้มีการซื้อขายพืชอัลฟาฟาที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมในเชิงพาณิชย์และอนุมัติแปลงทดลองหญ้า (turf) ตลอดจนพืชดัดแปลงพันธุกรรมอื่นๆ อันอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนและแพร่กระจายของพืชพันธุ์ปรับแต่งพันธุกรรมไปยังแหล่งเพาะปลูกพืชพันธุ์ตามธรรมชาติ

  • คดีแรกเริ่มในปี พ.ศ. 2548 กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้อนุมัติการซื้อขายอัลฟาฟาพันธุ์ Roundup Ready พืชอัลฟาฟาชนิดนี้ทนทานต่อยาฆ่าแมลงแบบ glyphosate ได้ดี แต่การพิจารณาอนุมัติปราศจากการใช้รายงาน environmental impact statement (EIS) ที่กฎหมายควบคุมป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดไว้
  • คดีที่สองศาลตัดสินว่ากระทรวงเกษตรสหรัฐฯ อนุมัติแปลงทดลองหญ้าที่มลรัฐโอเรกอนโดยไม่มีการพิจารณารายงาน EIS ซึ่งอาจเป็นผลทำให้เกิดความเสี่ยงในการปนเปื้อนต่อพืชพันธุ์ธรรมชาติ
  • คดีสุดท้ายศาลตัดสินว่ากระทรวงเกษตรฯ มีความผิดในการอนุมัติแปลงทดลองข้าวโพดและอ้อยที่ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการวิจัยทางเภสัชกรรม

2. การสำรวจขั้วโลกกำลังทวีความสำคัญ
โครงการสำรวจขั้วโลกสากล (IPY 2007-2008) ด้วยความร่วมมือระหว่าง 63 ประเทศทั่วโลกและเป็นการรวมจำนวนนักวิจัยมากกว่า 5 หมื่นคนในการสำรวจขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาสการเปลี่ยนแปลงสภาวะสิ่งแวดล้อมของโลกในอนาคต จากการศึกษาอัตราการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นจากการละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลก การอพยพของสัตว์ในแถบขั้วโลก การเปลี่ยนแปลงของกระแสมหาสมุทรและการริเริ่มศึกษาสภาวะการระบาดของโรคในดินแดนขั้วโลกเป็นต้นจะทำให้เราสามารถคาดการณ์และเตรียมพร้อมกับผลกระทบของโลกที่เกิด ขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลที่นับวันยิ่งเป็นปัญหาที่ทวีความสำคัญอันสืบเนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น

3. กรรมวิธีค้นหาเชื้อแบคทีเรียในอุตสาหกรรมอาหาร
วิธีตรวจหาเชื้อแบคทีเรียชนิดที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อย่างเช่น เชื้อ E. coli หรือ Salmonella typhimurium การค้นพบนี้เป็นประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรมอาหาร ด้านการแพทย์และการป้องกันประเทศโดยสามารถตรวจพบเชื้อแบคทีเรียได้อย่างรวดเร็ว ด้วยวิธี DESI ซึ่งนักวิจัยสามารถตรวจพบมวลของแบคทีเรียแม้เพียง 1 นาโนกรัมถึงพันล้านกรัมได้โดยสามารถแยกได้เป็นแต่ละสปีชีส์ (species) และหน่วยย่อยลงไปอีก (subspecies) ซึ่งเป็นระดับที่ใช้ค้นหาแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค

4. ลดปริมาณสารเบนซีนในน้ำมันเชื้อเพลิง
สารเบนซิน (benzene) เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งและก่อให้เกิดมลพิษ จากสถิติในปี พ.ศ. 2542 พบว่ายานยนต์เป็นแหล่งปลดปล่อยปริมาณสารเบนซีนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในประเทศ องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ (Environment Protection Agency) จึงได้สั่งลดปริมาณสารเบนซีนในน้ำมันเชื้อเพลิง (gasoline) กฎเกณฑ์นี้เป็นนโยบายบังคับปริมาณการปลดปล่อยไฮโดรคาร์บอนจากรถยนต์โดยสารซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – 2558 ต่อไป ซึ่งกลุ่มพิทักษ์ทางสิ่งแวดล้อมมีความยินดีและสนับสนุนกฎเกณฑ์ใหม่นี้ แต่ยังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมในกฎเกณฑ์ข้อที่อนุญาตให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนสิทธิ์ หรือเครดิตของระดับปริมาณสารเบนซีนได้ ทำให้บริษัทที่สามารถปรับลดระดับสารเบนซีนลงต่ำกว่าที่กำหนดไว้ สามารถขายสิทธิ์ที่เหลืออยู่ให้แก่บริษัทที่ยังไม่สามารถปรับระดับสารเบนซีนลงตามข้อบังคับได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ อย่างเช่น การขายสิทธิ์ระดับสารเบนซีนในเมืองเล็กๆไปยังเมืองใหญ่ที่เป็นชุมชนเมืองซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมมากกว่า

5. วิธีการและเครื่องมือการตรวจวัดวัสดุนาโนในอากาศ
ประเด็นความปลอดภัยของพนักงานที่ทำงานสัมผัสกับวัสดุนาโน เป็นเรื่องที่ถูกหยิกยกมาพิจารณา เนื่องจากวัสดุนาโนที่ผ่านกระบวนการวิศวกรรมนั้นมีลักษณะที่ซับซ้อน ยิ่งมีขนาดเล็กก็ยิ่งมีอันตรายเมื่อสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ ที่ผ่านมาวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบวัสดุนาโนนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะวัสดุนาโนนั้นมีคุณลักษณะที่หลากหลายขึ้นอยู่กับการออกแบบ ส่วนประกอบและขนาด โดยบทความหนึ่งในเว็บไซต์ http://www.nanotechproject.org ของปี 2550 ได้เสนอการสร้าง universal aerosol monitor ที่ใช้ในการตรวจวัดวัสดุนาโนในอากาศที่สัมผัสโดยตรงกับมนุษย์ โดยอุปกรณ์สามารถพกพาและต้นทุนต่ำเพื่อให้แพร่กระจายไปเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความปลอดภัยในการทำงาน อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการพัฒนาจนเป็นรูปร่างแต่อย่างใดในปัจจุบัน

6. ยุงพันธุ์ต้านทานโรคมาลาเรีย
ผลงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2550 ทีมวิจัยได้นำยุงพันธุ์ที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรมนี้และยุงป่าจำนวนเท่าๆก ันมาใส่ไว้ในภาชนะเดียวกันและให้อาหารด้วยเลือดหนูทดลองที่เป็นพาหะของโรคมาเลเรียเพื่อทำการศึกษาอัตราและปริมาณการเจริญพันธุ์ พบว่ายุงตัดต่อพันธุกรรมขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากกว่ายุงป่า โดยการทดลองเพิ่มเติมพบสาเหตุว่ายุงป่าที่เป็นพาหะของเชื้อมาเลเรียมีสุขภาพอ่อนแอเพราะตัวปาราสิตของเชื้อมาเลเรียเริ่มขยายพันธุ์ในช่องท้องของยุง จึงทำให้ยุงไม่ได้สารอาหารอย่างเพียงพอจึงไม่สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยุงตัดต่อพันธุกรรม อย่างไรก็ตามยังไม่มีผลสรุปว่ายุงที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมจะสามารถมีชีวิตรอดได้ในโลกข้างนอกห้องทดลอง ตลอดจนถึงโอกาสการขยายพันธุ์ของยุงที่ต่อต้านการเป็นพาหะของโรคมาเลเรียเพื่อทดแทนพันธุ์ยุงป่าที่เป็นพาหะสำคัญของโรคมาเลเรีย

7. พลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำผลไม้
เอ็นไซน์สามารถเร่งปฏิกิริยาทางเคมีเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ถ้าเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปสู่การผลิตสินค้าจำนวนมาก เราอาจก้าวหน้าไปถึงขั้นที่ใช้น้ำผลไม้เพียงไม่กี่หยดในการกระตุ้นการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิงของโทรศัพท์มือถือได้
ปัญหาของการใช้เอ็นไซม์ในเซลล์เชื้อเพลิงคือเอ็นไซม์จะเสื่อมประสิทธิภาพเร็ว นักวิจัยจึงได้ทำการวิจัยการเก็บเอ็นไซม์ให้มีอายุงานยาวนาน โดยพัฒนาแหล่งเก็บเอ็นไซม์ด้วยสารโพลิเมอร์ที่ทำเป็นซองบรรจุขนาดจิ๋ว ซึ่งสารโพลิเมอร์นี้มีคุณสมบัติเก็บเอ็นไซม์ให้มีประสิทธิภาพอยู่ได้ถึงเป็นเดือนๆ การใช้สารละลายที่มีความหวานจากน้ำตาลเป็นเอ็นไซม์ทดแทนการใช้โลหะราคาสูง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเกิดการพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงในลักษณะที่หลากหลายแบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เซลล์เชื้อเพลิงแบบใหม่ที่ใช้สารละลายน้ำตาลเป็นเอ็นไซม์นี้ยังผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปริมาณต่ำอยู่ดังนั้นจึงต้องมุ่งวิจัยพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่านี้

8. ร่างกฎหมายการวิจัยเซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนมนุษย์
ร่างกฎหมาย Hope Act เป็นร่างกฎหมายสนับสนุนการวิจัยเซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนมนุษย์ที่เสียชีวิตแล้วตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการใช้หลักการเดียวกันการบริจาคอวัยวะจากผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้ว ร่างกฎหมายนี้ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 70 ต่อ 28 ในปี 2550 แต่ก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าการวิจัยแบบนี้ไม่น่าจะได้ผลดีในการรักษาและอาจทำให้เซลล์ต้นตอที่ได้มามีความผิดปกติ อีกทั้งดูเหมือนเป็นร่างกฎหมายที่มีจุดประสงค์เพื่อหาเสียงทางการเมืองมากกว่า กลุ่มผู้คัดค้านร่างกฎหมายการวิจัยเซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนมนุษย์อ้างเหตุผลว่าร่างกฎหมายฯทำให้เกิดการทำลายตัวอ่อนมนุษย์ด้วยเงินภาษีของประชาชน การสร้างมนุษย์ลอกเลียนแบบ และอาจทำให้เกิดเนื้องอกแพร่กระจายขึ้นในมนุษย์ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงนักวิจัยเพาะปลูกอวัยวะจากเซลล์ต้นตอในห้องทดลองจนมีสภาวะที่คงตัวแล้วเท่านั้นจึงจะผ่าตัดใส่เข้าไปในผู้ป่วย ไม่ควรเกิดเนื้องอกใดๆภายหลัง ส่วนกลุ่มผู้สนับสนุนร่างกฎหมายฯนี้กังวลว่าสหรัฐฯไม่อาจคงสภาพผู้นำทางการวิจัยอีกแล้วถ้ารัฐบาลสหรัฐฯไม่ให้การสนับสนุนการวิจัยจากคลังเซลล์ต้นตอที่กระจายอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ ยิ่งการรักษาผู้ป่วยด้วยเซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนมนุษย์ในปัจจุบันได้ก้าวหน้าจนเกือบไปถึงขั้นที่จะได้รับการอนุญาตจากองค์กรอาหารและยาสหรัฐฯให้ทดลองทำการรักษาในผู้ป่วยได้แล้ว

9. ผลงานนวัตกรรมไมโครและนาโนเทคโนโลยี
การจัดลำดับของมลรัฐในด้านนวัตกรรมไมโครและนาโนเทคโนโลยีนี้ทำได้โดยการให้คะแนนแบ่งแยกในหัวข้อย่อยต่างๆ ที่ส่งประเมินผลความแข็งแกร่งของมลรัฐโดยคำนึงถึงปริมาณการพัฒนาด้านไมโครและนาโนเทคโนโลยีเมื่อเทียบกับทั้งประเทศ โดยมาตราวัดได้แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ คือการวัดจำนวนสิทธิบัตรของมลรัฐทั้งที่อยู่ในช่วงร้องขอจดทะเบียนสิทธิบัตรและจดทะเบียนสิทธิบัตรเสร็จสิ้นแล้ว หรือการวัดจำนวนผู้จดทะเบียนสิทธิบัตรและผู้คิดค้นทั้งที่เป็นผลงานวิจัยภายในมลรัฐเองหรือได้จากนักวิจัยมลรัฐอื่นๆแต่จดทะเบียนในชื่อของมลรัฐนี้ ตลอดจนจำนวนเงินทุนวิจัย ด้านไมโครและนาโนเทคโนโลยีจากรัฐบาลสหรัฐฯและอัตราจำนวนเงินทุนวิจัยด้านนี้ต่อจำนวนทุนวิจัยด้านอื่นๆโดยรวมทั้งประเทศ เป็นต้น

10. งบประมาณวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ปี 2551
ประธานาธิบดีบุชเสนอร่างงบประมาณด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ประจำปีงบประมาณ 2551 โดยจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมไปยังหน่วยงานหลักที่ดำเนินนโยบายยุทธศาสตร์การแข่งขันของประเทศ

  • มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น 8.3% จากปี 2550 คิดเป็นเงินรวม 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • สถาบันสุขภาพแห่งชาติ ถูกปรับลดงบประมาณลงจากปี 2550 ประมาณ 1% ซึ่งมีผลกระทบต่อศูนย์วิจัยต่างๆ ภายใต้สถาบันฯ จำนวน 27 ศูนย์ ยกเว้น NIAID ซึ่งได้รับงบประมาณเพิ่ม 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • กระทรวงกลาโหม ได้รับงบประมาณรวม 78.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้น 1% จากปี 2550 โดยงบประมาณสำหรับการวิจัยขั้นพื้นฐานและประยุกต์ ถูกปรับลดลง แต่ในทางกลับกันโครงการพัฒนาและทดสอบอาวุธได้รับงบประมาณเพิ่มเติมขึ้น
  • กระทรวงความมั่นคงภายใน ได้รับงบประมาณ 933 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • องค์กรบริหารอวกาศแห่งชาติ (NASA) เป็นอีกหน่วยงานที่ได้รับเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นในปี 2551 สำหรับโครงการสถานีอวกาศนานาชาติ

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/379----42550

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป