จากข้อได้เปรียบของจุลินทรีย์ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมาก โตเร็ว และปัจจุบันมีวิทยาการสำหรับการเก็บรักษาทำให้สามารถเก็บได้เป็นระยะยาว ขณะที่พืชหรือสัตว์ หากมีการใช้มากๆ อาจหมดไปได้ ด้วยเหตุนี้ ประเทศต่างๆ จึงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการวิจัยและเก็บรวบรวมและรักษาจุลินทรีย์ เช่น ประเทศญี่ปุ่น แม้ไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตร้อนชิ้นแต่ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่สถาบัน National Institute of Technology and Evaluation : NITE อย่างต่อเนื่องปีละ 20 พันล้านเยน และสนับสนุนงบประมาณแก่ RIKEN BioResource Center 30 พันล้านเยนในปี 2551 นอกจากนี้ยังมีประเทศที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ให้ความสำคัญและจัดตั้งศูนย์เก็บรักษาจุลินทรีย์ เช่น สหรัฐอเมริกา American Type Culture Collection (ATCC)  อังกฤษ (http://cabi-bioscience.org) และจีน (http://www.im.ac.cn) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าประเทศเหล่านี้เห็นความสำคัญของจุลินทรีย์ว่าเป็นทรัพยากรชีวภาพที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจสูง

สำหรับประเทศไทยมีแหล่งเก็บจุลินทรีย์ 58 แห่งกระจายอยู่ตามหน่วยงานและสถาบันการศึกษา แต่ทั้งนี้ ทั้งหมดเป็นการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของแต่ละหน่วยงาน จึงถือว่าประเทศไทยยังไม่มีหน่วยเก็บรักษาจุลินทรีย์ระดับชาติ อย่างไรก็ดี มีความร่วมมือของหน่วยงานหลัก 4 แห่งประกอบด้วย

  1. หน่วยเก็บรักษาจุลินทรีย์เฉพาะทาง ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BCC)
  2. หน่วยเก็บรักษาจุลินทรีย์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (DMST)
  3. หน่วยเก็บรักษาจุลินทรีย์ทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร (DOA)
  4. ศูนย์จุลินทรีย์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (TISTR) 
ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นของประเทศที่ต้องมีหน่วยเก็บรักษาจุลินทรีย์ระดับชาติ จึงทำงานร่วมกันในรูปแบบศูนย์เสมือน (Virtual center) ในลักษณะเครือข่ายที่เรียกว่า "เครือข่ายศูนย์เก็บรักษาจุลินทรีย์แห่งประเทศไทย" (Thailand Network on Culture Collection : TNCC) ตั้งแต่ปลายปี 2543 โดยขณะนี้หน่วยเก็บรักษาจุลินทรีย์เฉพาะทาง ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการ TNCC


เครือข่าย TNCC ดำเนินการในรูปแบบของศูนย์เสมือน (Virtual center) คือ อาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) จัดทำ website เพื่อเป็นที่เผยแพร่ข่าวสารและกิจกรรม รวมทั้งการนำข้อมูลจุลินทรีย์เผยแพร่ต่อสาธารณะ มีการจัดทำมาตรฐานในการเก็บรักษาจุลินทรีย์และข้อมูลร่วมกัน และการจัดทำเอกสารประกอบการให้บริการสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบของประเทศและระหว่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์

วัตถุประสงค์ของเครือข่าย TNCC

  1. สร้างความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรจุลินทรีย์ของประเทศ
  2. ยกระดับความสามารถของแหล่งเก็บจุลินทรีย์ในแต่ละองค์กรให้เป็นมาตรฐานในระดับสากล
  3. สร้างระบบการเก็บรักษา การเผยแพร่จุลินทรีย์และข้อมูลสู่สาธารณะ ภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ
  4. รองรับและสนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรจุลินทรีย์


หน่วยงานเครือข่าย ประกอบด้วย

  1. ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ เก็บรักษาจุลินทรีย์กลุ่มอุตสาหกรรมจำพวกราและยีสต์
  2. กรมวิชาการเกษตร เก็บรักษาจุลินทรีย์ที่สำคัญทางการเกษตร
  3. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เก็บรักษาจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในคน
  4. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เก็บรักษาจุลินทรีย์ที่สำคัญทางด้านอุตสาหกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม


แหล่งเก็บรักษาจุลินทรีย์ทั้ง 4 แห่ง มีความพร้อมด้านอุปกรณ์เครื่องมือที่เหมาะสมกับจุลินทรีย์แต่ละชนิดและบุคลากรที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาจุลินทรีย์ต่างๆ กัน ซึ่งเมื่อนำความรู้และประสบการณ์ของบุคลากรจากแหล่งเก็บรักษาจุลินทรีย์ดังกล่าวมาใช้ร่วมกัน ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรจุลินทรีย์ของประเทศที่สมบูรณ์ครบถ้วน การติดตามตรวจสอบการนำจุลินทรีย์ไปใช้ทั้งด้านการศึกษาและการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนร่วมมือกันในการพัฒนาบุคลากรด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรจุลินทรีย์ของประเทศที่มีความหลากหลาย

ที่มาข้อมูล : ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ วันที่ 31 ธันวาคม 2553

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป