วิทยานิพนธ์ (Thesis หรือ Dissertation) เป็นการเสนอรายงานผลการศึกษาค้นคว้าหรือวิจัย อาจเสนอขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก โดยมุ่งเน้นให้ผู้ศึกษามีโอกาส และสามารถศึกษาด้วยตนเอง รู้จักคิดอย่างมีระเบียบ มีเหตุผล รู้จักประมวลผลและวิเคราะห์ผลจากข้อมูล ที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้า เพื่อให้เห็นแนวทางที่หลากหลายในการศึกษาอย่างลึกซึ้ง อันจะได้รับความรู้ มีความคิด และมีความสามารถมากกว่าการศึกษาจากตำราหรือจากผู้สอนแต่เพียงอย่างเดียว

การทำวิทยานิพนธ์ มีขั้นตอนที่สรุปได้ ดังนี้

  1. การเลือกเรื่อง/หัวข้อที่จะทำวิทยานิพนธ์  ประกอบด้วยการพิจารณาปัญหา เกณฑ์ในการพิจารณาปัญหา การกำหนดชื่อของเรื่องที่จะศึกษา การตั้งสมมติฐาน และการนิยามปัญหา
  2. การใช้ห้องสมุดและการสืบค้นฐานข้อมูล รู้จักแหล่งข้อมูล หรือฐานข้อมูลต่างๆ ในการค้นคว้าหาความรู้ประกอบการทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งต้องวิเคราะห์หรือพิจารณาเอกสารต่างๆ เหล่านั้น ว่ามีความเหมาะสมกับเรื่องที่กำลังศึกษา โดยทำบันทึกสิ่งที่ค้นได้ พร้อมแหล่งที่มา (บรรณานุกรม)
  3. การเรียบเรียงวิทยานิพนธ์ หลังจากการค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ แล้ว ต้องเรียบเรียงเนื้อหาเป็นไปตามลำดับจากข้อมูลที่ได้ศึกษาแต่ละหัวข้อมาวิเคราะห์และจัดเรียงให้เหมาะสมเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน โดยส่วนใหญ่แล้วส่วนประกอบของวิทยานิพนธ์ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
  • บทนำ เป็นบทที่ 1 ของวิทยานิพนธ์ กล่าวถึง ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ ขอบเขตของการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัยโดยย่อ และประโยชน์ที่จะได้รับ 
  • บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นการเสนอทฤษฎี ข้อค้นพบจากรายงานการวิจัยที่มีการศึกษามาก่อน ผู้ศึกษาเขียนโยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับเรื่องที่กำลังศึกษา สิ่งใดที่มีแล้ว สิ่งใดที่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการทำวิทยานิพนธ์เรื่องนั้นยิ่งขึ้น
  • บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย กล่าวถึง ขั้นตอนการศึกษา วิจัยโดยละเอียด ตั้งแต่ ประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
  • บทที่ 4 ผลการวิจัย เป็นการเสนอข้อค้นพบ จากการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการสรุปผลของการวิจัยว่าได้ผลอย่างไร เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ เพราะเหตุใด
  • บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายและข้อเสนอแนะ เป็นการสรุปการศึกษาทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมทั้งอภิปราย เพื่อหาข้อสรุปและลงความเห็นเกี่ยวกับการวิจัยที่ได้นั้น รวมทั้งเสนอแนะการนำผลการวิจัยไปใช้ และการทำวิจัยต่อไป
  • รายการอ้างอิง คือ รายชื่อหนังสือ สิ่งพิมพ์อื่นๆ ฐานข้อมูลออนไลน์ต่างๆ ที่ได้นำข้อมูลมาเพื่อประกอบการเขียนวิทยานิพนธ์
  • ภาคผนวก คือ ข้อความที่ไม่สามารถบรรจุอยู่ในส่วนของเนื้อหา เป็นส่วนเสริมให้เกิดความเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ประวัติผู้เขียนวิทยานิพนธ์ ครอบคลุม ชื่อ-นามสกุล วัน เดือน ปี และสถานที่เกิด วุฒิการศึกษา ตั้งแต่ขั้นปริญญาบัณฑิตหรือเทียบเท่าขึ้นไป สถานศึกษาและปี พ.ศ. ที่สำเร็จการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ชื่อผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์เผยแพร่ รางวัลหรือทุนการศึกษาที่ได้รับ ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน และสถานที่ทำงาน
     
  1. ส่วนประกอบตอนต้น (Preliminary section) ประกอบด้วย ปกนอก ปกใน หน้าอนุมัติ หน้าบทคัดย่อ กิตติกรรมประกาศ สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพหรือสารบัญแผนภูมิ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ
  2. ส่วนตัวเรื่อง (Body of text) เป็นเนื้อหาของวิทยานิพนธ์จะแบ่งออกเป็นกี่บทก็ได้แล้วแต่ความจำเป็น โดยส่วนใหญ่จะเป็น 5 บท คือ
  3. ส่วนประกอบตอนท้าย (References section) ประกอบด้วยรายการอ้างอิง ภาคผนวก ประวัติผู้เขียน

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป