ถึงวันนี้ พ.ศ.นี้คงมีคนจำนวนน้อยมากๆ แล้วที่ไม่รู้ Youtube.com เว็บไซต์ประเภทแบ่งปันไฟล์วิดีโอออนไลน์ขนาดใหญ่เว็บไซต์หนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งนั้นอาจเป็นวัตถุประสงค์หลักข้อหนึ่งของ Youtube แต่ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม เราสามารถใช้ประโยชน์จาก Youtube ได้มากกว่านั้นอีก ประโยชน์ข้อหนึ่งที่หลายสถาบันการศึกษา หน่วยงาน หรือบริษัท ใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์และสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหรือยังไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายก็ตาม สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานเหล่านั้น อาจอัพโหลดไฟล์วิดีโอแนะนำสถาบัน บันทึกการบรรยาย การประชุมหรือสัมมนา พิธีจบการศึกษา การเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือแม้แต่วิธีใช้งานอุปกรณ์หรือซอฟ์ทแวร์อะไรก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นภาษาอังกฤษ! ผลพลอยได้จากจุดนี้ก็คือ ก็ในเมื่อมีเรื่องตั้งมากมายอยู่ใน Youtube แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นภาษาอังกฤษ ทำไมคุณไม่เลือกสักหลายๆ เรื่องที่คุณชอบ แล้วเปิดฟังบ่อยๆ ละ ถูกต้องแล้วคะ เราสามารถใช้ Youtube ฝึก Listening Skill ของเราได้แถมคุณยังอาจได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ไปด้วย อ่ะอ่า...อาจมีบางคนที่อ่านชื่อบทความนี้แล้วคิดว่า จะบ้าเหรอจะให้เราไปค้นดูบทเรียนสอบภาษาอังกฤษใน Youtube หรือไง อันที่จริงก็ไม่เลวนะถ้าได้แบบนั้นก็ดี เพราะอะไรรู้ไหม คุณจะได้ทั้ง grammarและ listening ไปพร้อมๆ กัน ที่สำคัญมันเป็น grammar ที่มีคนสรุปย่อๆ มาให้แล้วด้วย แล้วเราจะไปเสียเวลาสรุปเองอีกทำไม (คนละกรณีกับที่คุณอ่าน grammar ที่มีคนสรุป/คัดเลือกมาให้แล้ว แล้วคุณมาสรุปเป็นภาษาของคุณเองนะคะ) ละจริงไหม? นี่แหละเขาถึงเรียก Best practice

กลับมาที่เรื่อง Youtube ดีกว่า ตัวอย่างสถาบันการศึกษาที่ลงทะเบียนในชื่อสถาบันเพื่ออัพโหลดไฟล์วิดีโอต่างๆ ขึ้น Youtube เช่น The University of North Carolina at Chapel Hill Yale University Carnegie Mellon Univeristy (ที่มี Prof. Randy Pausch มาพูดเรื่อง The Last Lecture ) และ University of California, Berkeley เป็นต้น สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มอาจเลือกดูวิดีโอบรรยายในห้องเรียนหรือสัมมนาที่อาจารย์พูดช้าหรือกลางๆ ไม่เร็วมากนักก่อน ในขณะที่คุณทำงานหรือนั่งอยู่บนรถลองเปิดฟังหลายๆ รอบให้หูของเราได้ชินกับสำเนียงและเสียงภาษาอังกฤษ เหมือนกับว่าให้หัวของเรามีเสียงภาษาอังกฤษหรือการออกเสียงคำแต่ละคำที่ถูกต้องก้องอยู่ในหัวของเรา จากนั้นค่อยฟังอยากตั้งใจและลองฝึกจดโน๊ตดูว่าเขาพูดเรื่องอะไรบ้าง แล้วคุณจะแปลกใจว่าศัพท์บางคำคุณอาจออกเสียงผิดมาตลอดชีวิตของคุณเลย (ผู้เขียนก็เป็นมาแล้วบ่อยด้วยคะ) หรืออย่าง Google เองก็มีการลงทะเบียนใน Youtube เช่นเดียวกันเปิดเป็น Google Channel ให้เลือกเข้าไปฟังหลาย section อย่างเช่น AtGoogleTalks googletechtalks และ  googlejapan (ใช้ตัวอักษรเล็กใหญ่ตามชื่อที่เห็นใน Youtube ) เป็นต้น อีกประเด็นหนึ่งที่คุณน่าจะให้ความสำคัญคือ ควรเลือกฟังวิดีโอที่การเสียงออกภาษาอังกฤษหรือสำเนียงสอดคล้องกับที่คุณต้องการ เช่น ถ้าคุณจะสอบ TOEFL คุณควรเลือกฟังสำเนียง American English หรือแทบ North America เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับหูของ ในขณะเดียวกันก็จะส่งผลต่อการออกเสียงภาษาอังกฤษของคุณด้วย และเช่นเดียวกันหากคุณจะสอบ IELTS หูของคุณควรจะคุ้นเคยกับสำเนียง British Enlish เป็นต้น อย่างน้อยที่สุดในระยะแรกของการฝึกคุณควรจะยึดการออกเสียงแบบใดแบบหนึ่งเป็นหลักก่อนไม่อย่างนั้นมันอาจจะสร้างความสับสนให้ทั้งคนฟังและตัวคุณเองได้ อีกตัวอย่างหนึ่งก็ไม่เลวนัก สำนักข่าว VOA News หรือ Voice of America ซึ่งผู้เขียนเคยเขียนแนะนำไปก่อนหน้าโน้น ก็ได้เปิด VOA Channel ใน Youtube เช่นเดียวกัน ซึ่งได้แบ่งประเภทข่าวต่างๆ เช่น Lifestyles Environment Politics และ Science & Technology เป็นต้น น่าสนใจตรงที่ว่ามีเรื่องในสาขาต่างๆ ให้ฝึกฟังมากมายซึ่งจะทำให้คุณคุ้นเคยกับคำศัพท์ในสาขาวิชาต่างๆ ด้วย ที่สำคัญ คุณสามารถเลือกเล่นไฟล์วิดีโอทั้งหมดในแต่ละหมวดได้ เช่น ข่าวในหมวด Human Rights & Law มีทั้งหมด 52 ไฟล์ คุณสามารถเลือก Play all เพื่อฟังทั้งหมดต่อเนื่องกันได้โดยที่ไม่ต้องคลิกถึง 51 ครั้ง

นั่นเป็นเพียงตัวอย่างประโยชน์ที่ดีของ Youtube เลือกในสิ่งที่เป็นประโยชน์และดีสำหรับคุณ หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ คะ ผู้เขียนไม่ได้บอกว่ามันง่ายแต่มันคงไม่ยากเกินความสามารถของเราคะ ขอเพียงแต่ขยันฝึกฟังบ่อยๆ อย่ายอมแพ้ง่ายๆ ไม่ช้าคุณจะต้องฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่องและเข้าใจโดยที่ไม่ต้องอ่าน Subtitle อีกต่อไป สู้ๆ คะ

ตัวอย่างสถาบันการศึกษาบน Youtube

University of California, Berkeley
University of North Carolina at Chapel Hill
Massachusetts Institute of Technology: MIT
Carnegie Mellon University
University of Michigan
University of Illinois at Urbana Champaign
Yale University

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป