การเก็บรักษา หรือการสงวนรักษา (preservation) ของสิ่งพิมพ์หรือเนื้อหาสาระในลักษณะที่เป็นการถาวรหรือยู่ในรูปของบันทึกถาวร (archive) ขึ้นอยู่กับสื่อที่ใช้ในการแพร่กระจายเนื้อหาของสิ่งพิมพ์ นับแต่อดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันจะใช้กระดาษที่ผ่านกรรมวิธีขจัดปริมาณของกรด เพื่อให้กระดาษไม่ย่อยสลายตัวเอง ทำให้มีอายุทนนาน เหมาะสมต่อการเก็บในลักษณะที่ถาวร ประกอบกับไม่มีปัญหาในเรื่องสิทธิ์การใช้งาน ทำให้องค์กรอิสระอย่างห้องสมุด และร้านจำหน่ายหนังสือ สามารถเป็นเจ้าของตัวเล่มของสื่อที่เป็นกระดาษได้ และทำให้สามารถจัดเก็บสาระต่างๆ ในระยะยาวไว้ในห้องสมุดต่างๆ ได้ แต่เทคโนโลยีของเครือข่ายที่พัฒนาแพร่หลายไปมากในปลายศตวรรษที่ 20 ทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทอย่างสูง ในการเป็นสื่อกลางในการผลิต การเก็บ และการแพร่กระจายของเนื้อหาสาระที่พัฒนามาอยู่ในรูปของดิจิทัล ซี่งมีผลให้ผู้ประพันธ์หรือเจ้าของสาระ สามารถจัดการแจกจ่ายเนื้อหาของตนไปยังผู้อ่าน ผู้ใช้ได้โดยตรงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นการข้ามขั้นตอนของผู้พิมพ์ ผู้จำหน่าย ร้านขายและห้องสมุดไปโดยสิ้นเชิง การเก็บรักษาเอกสารจึงตกเป็นหน้าที่ของแหล่งกำเนิดข้อมูล ซึ่งไม่ได้ทำกิจการด้านการเก็บรักษาถาวร อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการเลิกกิจการ หรือมีแต่นโยบายการให้บริการข้อมูลในระยะสั้น โดยมิได้มีศักยภาพในการเก็บรักษาข้อมูลจำนวนมากในระยะยาว ดังนั้น สถาบันอิสระอย่างเช่น ห้องสมุด จึงต้องคำนึงถึงการเก็บรักษาสิ่งตีพิมพ์หรือข้อมูลเหล่านี้ในสภาพที่เป็นประโยชน์ในระยะยาว แต่การเก็บเอกสารต่างๆ ในระบบดิจิทัล ทำให้แนวคิดของการเก็บและบำรุงรักษาเปลี่ยนไป

 

{pdf=http://www.nstda.or.th/images/stks/images-stks/stories/20120508-preservation.pdf|800|900}


MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป