วิธีการวัดหรือวิเคราะห์เพื่อประเมินทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด เพื่อประโยชน์ในการจัดหาทรัพยากร การต่ออายุ หรือการตัดสินใจเลิกซื้อ หรือเลิกการบอกรับวารสาร ฐานข้อมูลออนไลน์ ฯลฯ ห้องสมุดอาจมีวิธีการวัดเพื่อประเมินทรัพยากรอยู่แล้ว แต่การวัดโดยการรวมวิธีหรือเครื่องมือใหม่เข้ามานี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งหมดได้ดี ไม่เพียงแต่ช่วยให้การจัดหาทรัพยากรสารสนเทศมีประสิทธิภาพขึ้น แต่สามารถจัดหาได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น และช่วยให้ห้องสมุดประหยัดเงินและเวลาอีกด้วย

เบเกอร์ และแลนแคสเตอร์  (Baker and Lancaster อ้างถึงใน Crawley-Low, Jill V. : 2002) ได้ชี้แนะ 2 วิธีพื้นฐานในการประเมินทรัพยากรสารสนเทศ ได้แก่

  1. การใช้ข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศเป็นหลัก เพื่อพิจารณาถึงขนาดและความหลากหลายของ collection
  2. การใช้ข้อมูลผู้ใช้ทรัพยากรสารสนเทศเป็นหลัก เพื่อเน้นการเป็นผู้รับทรัพยากรสารสนเทศ

การประเมินทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดมหาวิทยาลัยชัสเคทเชวาน (University of Saskatchewan (U of S) Library) ได้ใช้วิธีในการวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศตามแนวทางของ เบเกอร์ และแลนแคสเตอร์ เป็นหลักเพื่อประเมิน Toxicology Collection สำหรับระดับปริญญาโท (Crawley-Low, Jill V. : 2002) กล่าวคือ

  1. การใช้ข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศเป็นหลัก  ประกอบด้วย
    - การตรวจสอบรายการหนังสือ
    - การวิเคราะห์การอ้างถึง (citation analysis): หนังสือ
    - การวิเคราะห์การอ้างถึง (citation analysis): วารสาร เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและประสิทธิผล รวมทั้ง ค่า Impact factor
    - การวิเคราะห์จากหมวดหมู่ : หนังสือ เพื่อเน้นถึงหมวดสาขาวิชาที่สามารถจัดหาเข้ามา
  2. การใช้ข้อมูลผู้ใช้ทรัพยากรสารสนเทศ  โดยเลือกข้อมูล 3 ประเภทที่สะท้อนการใช้ทรัพยากรสารสนเทศ คือ
    - ข้อมูลการยืมระหว่างห้องสมุด : หนังสือ และวารสาร สถิติการให้ยืมระหว่างห้องสมุด เนื้อหาในสาขาใดที่ถูกยืม เนื้อหาในสาขาใดที่ขอยืม
    - การยืม : หนังสือและวารสาร ข้อมูลการยืมเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากในการประเมิน เนื่องจากจะเป็นตัวแสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้มีความพอใจกับทรัพยากรสารสนเทศเมื่อเทียบกับที่ต้องการหรือไม่ เมื่อนำข้อมูลการยืม มารวมกับข้อมูลการใช้ภายในหรืออ่านในห้องสมุด จะแสดงให้เห็นถึงจำนวนการใช้ทรัพยากรสารสนเทศอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอวิธีการอื่นๆ  (Galligan, Fin : 2013) ได้แก่

  1. ราคา (cost) เป็นตัวคิดพื้นฐาน เพราะถ้าไม่มีงบประมาณ ก็ไม่สามารถหาทรัพยากรเข้ามาได้ ราคา จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องถูกรวมเข้ากับตัววัดอื่นๆ
  2. ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง (Cost per use) เช่น การคำนวณจากจำนวนการดาวน์โหลดบทความฉบับเต็มกับค่าใช้จ่ายที่บอกรับ เป็นต้น เป็นการเปรียบเทียบสมดุลการใช้ของผู้ใช้กับค่าใช้จ่ายในการบอกรับ
  3. Altmetrics เป็นเครื่องมือ เช่นเดียวกับ Mendeley เป็นวิธีการวัดแบบใหม่ที่มากกว่าการวัดค่า Impact factor ของวารสาร เพราะไม่เพียงแต่นับจำนวนการอ้างถึง (Citation) แต่ยังรวมถึงค่า impact ในด้านอื่นๆ ของผลงาน เช่น จำนวนข้อมูลและจำนวนความรู้ที่มีการอ้างถึง จำนวนการเข้าชมบทความ จำนวนการดาวน์โหลด หรือการอ้างถึงใน Social media และในสื่อทางข่าว (news media) อื่นๆ อีกด้วย เป็นวิธีที่กำลังเป็นที่นิยม
  4. การร้องขอภายใน (Internal requests) เป็นการตอบรับการร้องขอผ่านของอาจารย์ นักศึกษา นักวิจัย ในส่วนของรายการที่แนะนำให้อ่านในหลักสูตร ทำให้เห็นช่องว่างที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ได้
  5. รายงานการไม่อนุญาตให้เข้าใช้ (Access denied reports) เป็นตัวนับข้อมูลของสำนักพิมพ์ สำนักพิมพ์มักจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ แต่ไม่ได้ส่งให้ห้องสมุด การรู้ว่า เนื้อหาใดที่ผู้ใช้กำลังหาอยู่ และเป็นสิ่งที่ห้องสมุดไม่ได้บอกรับ จะทำให้เห็นถึงช่องว่างถึงการใช้ภายในเกิดขึ้น
  6. จำนวนการใช้คลังข้อมูล (Repository usage) การบันทึกการใช้ในคลังข้อมูล การรายงานจาก Google Analytics หรือ Omniture จากจำนวนคนที่เข้าชม (pageview) เวลาที่อยู่ในแต่หน้า เป็นต้น จะทำให้ทราบว่า ทรัพยากรใดบ้างที่มีการเข้าใช้ ใช่บ่อยหรือไม่ และใช้เป็นระยะเวลานานเท่าใด
  7. จำนวนสิ่งตีพิมพ์ (Number of publications) นักวิจัยกำลังเขียนผลงานและมีการตีพิมพ์อยู่ที่ไหนบ้าง เป็นตัวช่วยที่สำคัญ ที่เชื่อมโยงกับวารสาร หนังสือ และประเภทของเนื้อหาอื่นๆ ในขอบเขตวิชาต่างๆ ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าทรัพยากรสารสนเทศควรจะขยายไปในทิศทางใด

การจัดการทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ไม่เพียงแต่เป็นการบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่จำกัด และประหยัดเวลาของพนักงานเท่านั้น แต่ยังต้องมีการเรียนรู้ถึงความต้องการของผู้ใช้บริการอีกด้วย

รายการอ้างอิง:

Crawley-Low, Jill V. 2002. Collection analysis techniques used to evaluate a graduate-level toxicology collection. J Med Libr Assoc 2002 July, 90(3): 310-316. Retrieved February 8, 2014 from http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC116404/

Galligan, Fin. 2013. 10 metrics you should be using to evaluate your library collection. Retrieved February 8, 2014 from http://www.swets.com/blog/10-metrics-you-should-be-using-to-evaluate-your-library-collection#.Uv2vOLRqMnc

Galligan, Fin. 2013. 10 metrics you should be using to evaluate your library collection. Retrieved February 8, 2014 from http://www.swets.com/blog/part-ii-10-metrics-you-should-be-using-to-evaluate-your-library-
collection#.Uv2qr7RqMnd

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป